ซึนเดเระ ยันเดเระ คูลเดเระ ดันเดเระ… ทำไมมันถึงมีเยอะขนาดนี้ และทำไมยังเพิ่มขึ้นได้เรื่อย ๆ อีก?
คำตอบคือ 「เดเระ」 ไม่ใช่ชื่อนิสัย แต่เป็น “ชิ้นส่วน” สำหรับเอาไปประกอบสร้างคำใหม่ ครับ วันนี้เราจะมาดูกลไกของมันกัน
- 1 เดเระ แปลว่าอะไร? ต้นทางคือคำเลียนอาการ 「เดเระเดเระ(でれでれ)」
- 2 หัวใจของบทความนี้: 「เดเระ」คือ “ชิ้นส่วน” ที่แค่สลับหัวก็ได้นิสัยใหม่
- 3 รวมประเภทเดเระในอนิเมะ: 4 แบบหลักที่ต้องรู้ก่อน
- 4 ซึนเดเระ ยันเดเระ คูลเดเระ ต่างกันยังไง? ดูที่ “เปลือก” กับ “สิ่งที่ทำให้เปลือกแตก”
- 5 ดันเดเระ และเดเระอื่น ๆ ที่ยังงอกออกมาไม่หยุด
- 6 ชิ้นส่วนนี้ข้ามมาถึงภาษาไทยแล้ว: หลักฐานชื่อ「สายซึน」
- 7 สรุป: ประเภทเดเระในอนิเมะ และกลไกการสร้างคำเบื้องหลัง
เดเระ แปลว่าอะไร? ต้นทางคือคำเลียนอาการ 「เดเระเดเระ(でれでれ)」
「เดเระ」(デレ / dere)ตัดมาจากคำญี่ปุ่น 「เดเระเดเระ」(でれでれ / deredere)ซึ่งเป็นคำเลียนอาการ (คำวิเศษณ์) ที่แปลว่า “ท่าทางหย่อนยาน ไม่มีความกระชับ ปล่อยเนื้อปล่อยตัว” โดยเฉพาะอาการที่ผู้ชายละลายเป็นน้ำแข็งเวลาอยู่ต่อหน้าคนที่ชอบครับ
ในพจนานุกรม デジタル大辞泉 (Digital Daijisen) ให้นิยามของ でれでれ ไว้ว่า「態度や姿勢にしまりがなく、だらしのないさま。また、男が女にだらしのない態度をとるさま」— แปลได้ว่า “ลักษณะที่ท่าทีหรือท่าทางไม่มีความรัดกุม ดูเลอะเทอะ และลักษณะที่ผู้ชายทำตัวเลอะเทอะต่อหน้าผู้หญิง” ครับ
ภาพหลักของคำนี้คือ “การ์ดตก” ครับ
ปกติคนเราจะตั้งการ์ดไว้ เก็บอาการไว้ วางหน้านิ่ง ๆ ไว้ใช่ไหมครับ แต่พอเจอคนที่ชอบเข้า กล้ามเนื้อบนหน้าก็คุมไม่อยู่ ยิ้มเอง เสียงอ่อนเอง ท่าทางเสียฟอร์มไปหมด — อาการ “ละลาย” แบบนั้นแหละครับคือ でれでれ
ใช่เลยครับ! ตรงนี้สำคัญมาก
「เดเระ」ไม่ได้แปลว่า “ความรัก” (愛) หรือ “ชอบ” (好き) แต่แปลว่า “สภาพภายนอกที่แตกออกมาเพราะข้างในมันชอบ” ครับ
เพราะมันเป็นคำที่พูดถึง “อาการที่แสดงออกมา” ไม่ใช่ “ความรู้สึกข้างใน” นี่แหละ มันถึงเอาไปประกอบกับคำอื่นได้ง่ายมาก
อีกจุดที่น่าสนใจคือ ในภาษาญี่ปุ่นดั้งเดิม でれでれ เป็นคำที่มีโทนออกไปทางลบเล็กน้อยครับ เพราะ 「だらしない」ที่ปรากฏในนิยามแปลว่า “ไม่เป็นระเบียบ ไม่น่าดู หละหลวม” ประมาณว่า “ผู้ชายคนนี้เห็นสาวแล้วละลายไม่เป็นท่า”
แต่พอวัฒนธรรมโอตาคุช่วงปลายยุค 90 ถึงต้น 2000 หยิบคำนี้ไปใช้ ความหมายก็ถูกบีบให้แคบลงเหลือแค่ “การแสดงความรักออกมาอย่างเปิดเผยจนซ่อนไม่มิด” และกลายเป็นเรื่องน่ารักไปแทนครับ
หัวใจของบทความนี้: 「เดเระ」คือ “ชิ้นส่วน” ที่แค่สลับหัวก็ได้นิสัยใหม่
ทีนี้มาถึงส่วนที่สนุกที่สุดของคำตระกูลนี้ครับ
「เดเระ」ถูกใช้เป็น ปัจจัยท้ายคำ (suffix) ที่แปะไว้ข้างหลัง แล้วเอาคำอะไรก็ได้มาต่อหัวข้างหน้า
สูตรของมันเรียบง่ายมากครับ
สูตรสร้างคำตระกูล 「〜เดเระ」
[ท่าทีที่แสดงออกภายนอก / เปลือกนอก]+[เดเระ = ใจจริงที่ละลายอยู่ข้างใน]
・ซึนซึน(หน้าไม่รับแขก)+ เดเระ ⇒ ซึนเดเระ
・ยันเดะรุ(ป่วย/จิตใจไม่ปกติ)+ เดเระ ⇒ ยันเดเระ
・คูล(เย็นชา นิ่ง)+ เดเระ ⇒ คูลเดเระ
・ดันมาริ(เงียบ ไม่พูด)+ เดเระ ⇒ ดันเดเระ
・(ไม่มีเปลือกอะไรเลย)+ เดเระ ⇒ เดเระเดเระ
ใช่ครับ และเพราะโครงมันตายตัวขนาดนี้ ทุกคำในตระกูลนี้เลยเล่า “เรื่องเดียวกัน” เสมอ นั่นคือ
“ข้างในละลายอยู่แล้ว แต่ข้างนอกมีอะไรมาบัง”
ส่วนที่ต่างกันมีแค่ “เอาอะไรมาบัง” เท่านั้นเองครับ
ลองคิดแบบนี้ครับ ถ้า「เดเระ」คือแสงไฟที่เปิดค้างไว้ตลอดเวลา คำที่มาต่อหัวข้างหน้าก็คือ “โคมที่ครอบแสงนั้นไว้”
โคมเป็นเหล็กหนา ๆ ที่แทบไม่ให้แสงลอดเลยก็คือคูลเดเระ โคมที่มีรอยแตกให้แสงแลบออกมาเป็นระยะก็คือซึนเดเระ ส่วนโคมที่ร้าวจนแสงทะลักออกมาแรงเกินไปจนไหม้ทุกอย่างรอบตัวก็คือยันเดเระครับ
รวมประเภทเดเระในอนิเมะ: 4 แบบหลักที่ต้องรู้ก่อน
1. ซึนเดเระ(ツンデレ / tsundere)— เปลือกคือ “หน้าไม่รับแขก”
หัวของคำนี้คือ 「ซึนซึน」(ツンツン / tsuntsun) ซึ่งเป็นคำเลียนอาการอีกคำหนึ่ง หมายถึงอาการ เชิดหน้า ทำหน้าบูดใส่ หันหน้าหนี พูดจาห้วน ๆ ครับ เป็นภาพของคนที่ “แหลม” และ “ตั้งการ์ดสูง”
เอา ซึนซึน (เปลือกแหลม) มาชนกับ เดเระเดเระ (ข้างในละลาย) ก็ได้ตัวละครที่ปากไม่ตรงกับใจ — ปากบอกว่า “อย่าเข้าใจผิดนะ! ฉันไม่ได้ทำให้นายหรอก!” แต่กล่องข้าวก็อยู่ในมือแล้ว
คำนี้ใหม่กว่าที่คิดเยอะครับ! ต้นทางของมันสืบย้อนได้ถึง ปี 2002 เท่านั้นเองครับ
และที่สนุกคือ ตอนแรกมันยังไม่ได้เป็นคำเดียวด้วยซ้ำ
ที่มาของคำว่า「ซึนเดเระ」
ตัวอย่างการใช้ที่เก่าที่สุดเท่าที่ยืนยันได้บนอินเทอร์เน็ต คือโพสต์เมื่อ วันที่ 29 สิงหาคม 2002 บนกระดานสนทนาญี่ปุ่นชื่อ 「あやしいわーるど@暫定」(Ayashii World @zantei)
เป็นการพูดถึงตัวละคร โอโซระ อายุ จากเกม 『君が望む永遠』(Kimi ga Nozomu Eien) โดยผู้โพสต์เขียนว่า
「ツンツンデレデレが良い」(ซึนซึนแล้วเดเระเดเระนี่แหละดี)สังเกตว่าตอนนั้นยังเป็น “ซึนซึน + เดเระเดเระ” แยกกันเป็นสองคำเต็ม ๆ อยู่เลย จากนั้นภายในสิ้นปีเดียวกันจึงมีคนย่อรวบเหลือ 「ツンデレ」 และคำนี้ก็แพร่ออกไปจนสื่อกระแสหลักของญี่ปุ่นหยิบไปใช้ในราวปี 2006
ถูกต้องครับ! และการย่อครั้งนั้นเองที่เป็นจุดกำเนิดของ “ชิ้นส่วน”
พอ デレデレ ถูกบีบเหลือ デレ แค่สองพยางค์ มันก็เบาพอที่จะเอาไปแปะท้ายอะไรก็ได้ครับ นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลังปี 2002 คำตระกูลนี้ถึงงอกออกมาไม่หยุด
รายละเอียดเชิงลึกของประเภทนี้ ทั้งรูปแบบการพูด ประโยคติดปาก และวิธีสังเกตความต่างจากคนที่แค่ “อารมณ์ร้าย” เฉย ๆ ผมแยกอธิบายไว้อีกบทความแล้วครับ
ซึนเดเระ (ツンデレ) คืออะไร? ความหมาย ที่มา และวิธีสังเกตแบบละเอียด
2. ยันเดเระ(ヤンデレ / yandere)— เปลือกคือ “อาการป่วย”
หัวของคำนี้มาจากคำกริยา 「ยามุ」(病む / yamu) ที่แปลว่า “ป่วย, เจ็บไข้, จิตใจไม่ปกติ” โดยเอามาจากรูป 「ยันเดะรุ」(病んでる / yanderu) ที่แปลว่า “กำลังป่วยอยู่” ครับ
ดังนั้น ยันเดเระ จึงหมายถึง คนที่ “เดเระ” มากเกินขนาดจนใจป่วย — รักจนอยากผูกขาดอีกฝ่ายไว้คนเดียว หึงหวงเกินเหตุ และในหลายเรื่องก็ลุกลามไปถึงขั้นใช้ความรุนแรงครับ
คำถามดีมากครับ! อันนี้เป็นจุดที่คนสับสนกันเยอะที่สุดจุดหนึ่งเลย
คำตอบคือมันมาจาก 「病む」(ป่วย) ครับ ไม่ใช่ “ความมืด”
แต่ที่คนสับสนก็มีเหตุผลนะครับ เพราะในภาษาญี่ปุ่นมีคำ เสียงพ้องกัน อยู่คู่หนึ่งพอดี
・病み(yami) = อาการป่วย, ความเจ็บไข้ ⇒ ตัวนี้คือต้นทางจริงของ ยันเดเระ
(รูปคำกริยาคือ 病む yamu / 病んでる yanderu)
・闇(yami) = ความมืด, ด้านมืด ⇒ ตัวนี้คนละคำ แค่บังเอิญออกเสียงเหมือนกัน
เพราะภาพของยันเดเระมัน “มืด” พอดี คนจำนวนมากเลยเข้าใจว่ามาจาก 闇 แต่ถ้าดูรูปคำจริง ๆ จะเห็นว่าเสียงที่หายไปคือ ん ของ 病んでる ครับ
ต่างกันมากครับ! ถ้าเป็น “ความมืด” มันจะฟังดูเหมือนตัวละครนี้ชั่วร้ายมาแต่แรก
แต่ “ป่วย” หมายความว่า เดิมทีเป็นคนปกติ แล้ว “เดเระ” นี่แหละที่ทำให้ป่วย — ความรักคือต้นเหตุ ไม่ใช่ด้านมืดที่มีอยู่แล้ว นี่คือเสน่ห์และความน่ากลัวของประเภทนี้ครับ
รายละเอียดของประเภทนี้ ทั้งเส้นแบ่งระหว่าง “หึงธรรมดา” กับ “ยันเดเระจริง ๆ” อ่านต่อได้ที่นี่ครับ
ยันเดเระ (ヤンデレ) คืออะไร? ความหมาย ที่มาจาก 病む และลักษณะเด่น
3. คูลเดเระ(クーデレ / kuudere)— เปลือกคือ “ความเย็นชานิ่ง ๆ”
หัวของคำนี้คือ 「คู」(クー) ซึ่งย่อมาจาก 「คูรุ」(クール / kūru) — และคำนี้คือคำยืมจากภาษาอังกฤษ “cool” ครับ
คูลเดเระคือตัวละครที่วางท่าเย็นชา นิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ ดูเหมือนไม่สนใจใคร แต่เนื้อแท้เป็นคนอ่อนโยน และจะค่อย ๆ ยอมให้คนที่สนิทเห็นด้านที่อ่อนของตัวเองครับ
ในภาษาไทยพบการเขียนทั้ง 「คูลเดเระ」 และ 「คูเดเระ」 ปะปนกัน ซึ่งทั้งสองแบบหมายถึงตัวเดียวกันครับ
คำนี้มีจุดที่ผมอยากให้สังเกตเป็นพิเศษครับ
ซึนซึน เป็นคำเลียนอาการญี่ปุ่นแท้ ๆ 病む ก็เป็นคำกริยาญี่ปุ่นแท้ ๆ
แต่ 「คูล」 เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาอังกฤษ ครับ
ไม่จำเป็นเลยครับ! และนี่แหละคือหลักฐานชิ้นสำคัญ
เวลาชิ้นส่วนสร้างคำชิ้นหนึ่งเริ่ม รับหัวที่เป็นคำยืมจากภาษาอื่นได้ นักภาษาศาสตร์จะถือว่ามันเป็นชิ้นส่วนที่ “ทำงานเป็นระบบแล้วจริง ๆ” ไม่ใช่แค่คำเดี่ยว ๆ ที่บังเอิญคล้ายกันครับ
พูดง่าย ๆ คือ 「เดเระ」 กลายเป็นช่องเสียบที่ยัดอะไรเข้าไปก็ติดครับ
ความต่างระหว่าง “เย็นชาแบบคูลเดเระ” กับ “เย็นชาแบบซึนเดเระ” เป็นจุดที่หลายคนแยกไม่ออก ผมอธิบายไว้ละเอียดแล้วที่นี่ครับ
คูลเดเระ (クーデレ) คืออะไร? ความหมาย และความต่างจากซึนเดเระ
4. เดเระเดเระ(デレデレ / deredere)— ไม่มีเปลือก มีแต่ข้างใน
ประเภทสุดท้ายในกลุ่มหลักคือ เดเระเดเระ ครับ นี่คือคำต้นทางที่เราคุยกันตั้งแต่ต้นบทความ แต่มันก็ถูกใช้เป็น “ชื่อประเภท” ได้ด้วยเช่นกัน
เดเระเดเระคือตัวละครที่ ไม่มีเปลือกอะไรมาบังเลย — ชอบใครก็แสดงออกตรง ๆ ร่าเริง กอดคอ ยิ้มให้ ไม่มีการเก็บอาการใด ๆ ทั้งสิ้นครับ
คำถามคมมากครับ! เหตุผลอยู่ที่ไวยากรณ์ญี่ปุ่นเองครับ
คำเลียนอาการญี่ปุ่นส่วนใหญ่ต้องพูดซ้ำสองครั้งถึงจะเป็นคำสมบูรณ์ครับ เช่น ワクワク(วาคุวาคุ / ตื่นเต้น)、ドキドキ(โดคิโดคิ / ใจเต้น)、ニコニコ(นิโคะนิโคะ / ยิ้มแฉ่ง)
ดังนั้น 「เดเระ」 ตัวเดียวไม่ใช่คำ แต่เป็นชิ้นส่วน ส่วน 「เดเระเดเระ」 ต่างหากที่เป็นคำเต็ม ครับ
เวลาเราเห็น 「เดเระเดเระ」 ในฐานะชื่อประเภท ก็คือการเอา “คำเต็ม” มาใช้เป็นชื่อโดยตรงนั่นเองครับ
เดเระเดเระ (デレデレ) คืออะไร? คำต้นทางของเดเระทั้งหมด
ซึนเดเระ ยันเดเระ คูลเดเระ ต่างกันยังไง? ดูที่ “เปลือก” กับ “สิ่งที่ทำให้เปลือกแตก”
มีครับ! ให้ถามตัวเองแค่ 2 คำถามนี้พอ
①ข้างนอกเขาแสดงอะไรออกมา?
②อะไรที่ทำให้ “เดเระ” หลุดออกมา?
ลองดูตารางเทียบข้างล่างนี้ครับ
เทียบให้เห็นภาพ! เปลือกนอกกับเงื่อนไขที่ทำให้เดเระโผล่
●ซึนเดเระ
เปลือกนอก ⇒ ห้วน หงุดหงิด ปากแข็ง ปฏิเสธไว้ก่อน
เดเระโผล่เมื่อ ⇒ อยู่กันสองต่อสอง หรือมีเหตุให้เผลอ (แล้วก็รีบปิดกลับทันที)
คีย์เวิร์ด ⇒ “ปากไม่ตรงกับใจ”
●ยันเดเระ
เปลือกนอก ⇒ อ่อนหวานมากผิดปกติ (บางทีก็ไม่มีเปลือกเลยด้วยซ้ำ)
เดเระโผล่เมื่อ ⇒ โผล่ตลอดเวลา แต่จะบิดเบี้ยวเมื่อรู้สึกว่ามีคนมาแย่ง
คีย์เวิร์ด ⇒ “รักจนป่วย”
●คูลเดเระ
เปลือกนอก ⇒ นิ่ง เย็น ไร้อารมณ์ ไม่ปฏิเสธและไม่ตอบรับ
เดเระโผล่เมื่อ ⇒ ค่อย ๆ โผล่ทีละนิดตามความสนิท และไม่ปิดกลับ
คีย์เวิร์ด ⇒ “หน้านิ่งแต่ใจอุ่น”
●ดันเดเระ
เปลือกนอก ⇒ เงียบ ขี้อาย พูดน้อย ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร
เดเระโผล่เมื่อ ⇒ เมื่อมีคนเข้าหาก่อนและทำให้รู้สึกปลอดภัย
คีย์เวิร์ด ⇒ “ไม่ใช่ไม่อยากคุย แต่พูดไม่ออก”
เป๊ะเลยครับ! นั่นคือเส้นแบ่งที่ชัดที่สุดระหว่างสองคำนี้
ซึนเดเระ “ออกแรง” ปฏิเสธ ⇒ เพราะออกแรง มันเลยมีวันหมดแรงและหลุดออกมา
คูลเดเระ “ไม่ออกแรง” อะไรเลย ⇒ เขาแค่นิ่งเป็นปกติ ไม่ได้พยายามปิดอะไร
เวลาดูอนิเมะ ลองสังเกตว่าตัวละคร “เสียงดังตอนถูกจับได้” หรือเปล่าครับ ถ้าเสียงดัง = ซึนเดเระ ถ้าเงียบเหมือนเดิม = คูลเดเระ
ดันเดเระ และเดเระอื่น ๆ ที่ยังงอกออกมาไม่หยุด
ทีนี้มาถึงข้อพิสูจน์ที่ชัดที่สุดว่า 「เดเระ」 เป็นชิ้นส่วนจริง ๆ ครับ
นั่นคือ มันยังผลิตคำใหม่ออกมาได้เรื่อย ๆ จนถึงทุกวันนี้
ตัวอย่างที่ติดตลาดพอสมควรแล้วคือ ดันเดเระ(ダンデレ / dandere) ครับ หัวของมันมาจาก 「ดันมาริ」(黙り / danmari) ที่แปลว่า “การเงียบ, การไม่ยอมพูด” (มาจากคำกริยา 黙る damaru = เงียบ, หุบปาก)
ดันเดเระคือตัวละครที่เงียบและขี้อาย ไม่ใช่เพราะเย็นชาแบบคูลเดเระ แต่เพราะ “อยากพูดแต่พูดไม่ออก” ครับ พอมีใครสักคนเข้ามาทลายกำแพงความประหม่านั้นได้ ด้านเดเระถึงจะไหลออกมา
เยอะมากครับ และหลายคำก็เกิดขึ้นแบบสนุก ๆ ในวงแฟนคลับ ไม่ได้เป็นทางการอะไร
แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือ ต่อให้เป็นคำที่คุณเพิ่งเห็นครั้งแรกในชีวิต คุณก็เดาความหมายได้ทันที ครับ
ลองดูตัวอย่างพวกนี้ครับ
- ฮิเมะเดเระ(ヒメデレ):「姫 hime(เจ้าหญิง)」+ เดเระ ⇒ วางตัวสูงส่งเหมือนเจ้าหญิง เรียกร้องให้คนอื่นปฏิบัติกับตนแบบราชวงศ์ แต่ข้างในก็อยากได้ความรัก
- เนียนเดเระ(ニャンデレ):「にゃん nyan(เสียงร้องของแมว)」+ เดเระ ⇒ นิสัยเหมือนแมว เดี๋ยวเข้ามาคลอเคลีย เดี๋ยวเดินหนี
- ดารุเดเระ(ダルデレ):「だるい darui(ขี้เกียจ, เนือย)」+ เดเระ ⇒ ปกติขี้เกียจไม่อยากทำอะไร แต่จะขยันขึ้นมาทันทีเพื่อคนที่ชอบ
- คิริเดเระ(キリデレ):「キリッ kiri(ทำหน้าเข้ม จริงจัง)」+ เดเระ ⇒ ปกติเป๊ะและเคร่งขรึม แต่ละลายเป็นคนละคนต่อหน้าคนที่ชอบ
นั่นแหละครับคือนิยามของ “ชิ้นส่วนสร้างคำที่ยังมีชีวิตอยู่”!
ในทางภาษาศาสตร์ เราเรียกความสามารถแบบนี้ว่า ความสามารถในการผลิตคำ (productivity) ครับ
คำที่ตายแล้วจะทำแบบนี้ไม่ได้ — คุณเอาคำใหม่มาต่อหัวไม่ได้ และถึงต่อได้คนก็อ่านไม่เข้าใจ แต่ 「เดเระ」 ยังรับหัวใหม่ได้ทุกวันครับ
ชิ้นส่วนนี้ข้ามมาถึงภาษาไทยแล้ว: หลักฐานชื่อ「สายซึน」
และนี่คือส่วนที่ผมคิดว่าน่าสนใจที่สุดสำหรับคนไทยครับ
คำตระกูลนี้ไม่ได้แค่ “ถูกยืมมา” เฉย ๆ นะครับ แต่มัน ถูกแยกชิ้นส่วนแล้วเอามาประกอบใหม่ด้วยไวยากรณ์ไทย เรียบร้อยแล้ว
ก่อนอื่น คำว่า ซึนเดเระ ถูกบันทึกไว้ใน วิกิพจนานุกรมภาษาไทย ในฐานะคำคุณศัพท์ที่ยืมมาจากภาษาญี่ปุ่น ツンデレ โดยตรง และมีรูปเขียนที่ใช้กันหลายแบบ ได้แก่ ซึนเดเระ / ซึนเดะเระ / สึนเดเระ / สึนเดะเระ ครับ (ความต่างมาจากหลักเกณฑ์ทับศัพท์คนละฉบับ)
แต่จุดที่สำคัญกว่านั้นคือ คนไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่การยืมทั้งคำ
⇒ เอาไปต่อกับคำไทยแท้ ๆ ⇒ 「สายซึน」
ใช่ครับ! และนี่คือหลักฐานว่าคำนี้ “ติด” ในภาษาไทยจริง ๆ แล้ว
เพราะคำต่างประเทศที่คนแค่จำ ๆ ไว้ จะถูกใช้ทั้งก้อนเท่านั้น
แต่คำที่ ถูกฉีกออกเป็นชิ้นแล้วเอาไปประกอบกับไวยากรณ์ของภาษาตัวเอง แปลว่าเจ้าของภาษาเข้าใจ “โครงสร้าง” ของมันแล้ว ไม่ใช่แค่จำเสียงครับ
พูดอีกอย่างคือ คนไทยที่พูดว่า “เขาสายซึน” กำลังทำสิ่งเดียวกับที่คนญี่ปุ่นทำตอนสร้างคำว่า クーデレ เป๊ะ ๆ เลยครับ
นั่นแหละครับความน่ารักของภาษา!
และข้อดีสำหรับคนเรียนภาษาญี่ปุ่นคือ พอคุณรู้ว่า 「เดเระ」 มาจาก 「でれでれ」 คุณก็จะได้ของแถมมาด้วย นั่นคือ คำเลียนอาการ (擬態語) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของภาษาญี่ปุ่นเลยครับ
ワクワク、ドキドキ、ニコニコ、ツンツン、デレデレ — คำพวกนี้ใช้ในชีวิตประจำวันจริง ๆ ไม่ใช่แค่ในอนิเมะนะครับ
สรุป: ประเภทเดเระในอนิเมะ และกลไกการสร้างคำเบื้องหลัง
ทบทวนสิ่งที่เราคุยกันวันนี้อีกครั้งครับ
●「เดเระ」(デレ) ตัดมาจากคำเลียนอาการ 「เดเระเดเระ」(でれでれ)
⇒ ความหมายเดิมในพจนานุกรม = “ท่าทีที่หย่อนยานไม่เป็นท่า โดยเฉพาะเวลาผู้ชายละลายต่อหน้าผู้หญิง”
⇒ ภาพหลัก = “การ์ดตกเพราะความชอบ”
●มันไม่ใช่ชื่อนิสัย แต่เป็น ชิ้นส่วนสร้างคำ ⇒ สูตรคือ [เปลือกนอก]+[เดเระ]
・ซึนซึน(ปากแข็ง)⇒ ซึนเดเระ/・病んでる(ป่วย)⇒ ยันเดเระ
・クール(เย็นชา)⇒ คูลเดเระ/・黙り(เงียบ)⇒ ดันเดเระ/・ไม่มีเปลือก ⇒ เดเระเดเระ
●จุดกำเนิด ⇒ โพสต์บนบอร์ดญี่ปุ่นเมื่อ 29 สิงหาคม 2002 ที่ยังเขียนเต็มว่า「ツンツンデレデレ」 ก่อนถูกย่อเหลือ「ツンデレ」ในปีเดียวกัน
●ชิ้นส่วนนี้ยังมีชีวิตอยู่ ⇒ รับหัวที่เป็นคำยืมอังกฤษได้ (クール) และข้ามมาถึงภาษาไทยจนเกิดคำอย่าง 「สายซึน」
ครั้งหน้าที่ดูอนิเมะแล้วเจอคำ 「〜เดเระ」 ที่ไม่รู้จัก ลองแยกมันเป็นสองส่วนดูนะครับ
ตัดคำว่า “เดเระ” ท้ายทิ้งไป แล้วดูว่าเหลืออะไรอยู่ข้างหน้า — นั่นคือ “เปลือก” ของตัวละครตัวนั้น ส่วนข้างในน่ะเหมือนกันหมดทุกคนครับ คือ ชอบเขาจนคุมหน้าตัวเองไม่อยู่ นั่นเองครับ!
「デジタル大辞泉(小学館)”でれでれ” — via Weblio 辞書(https://www.weblio.jp/content/でれでれ)」
「ウィキペディア日本語版『ツンデレ』(https://ja.wikipedia.org/wiki/ツンデレ)」
「Tofugu, “Tsundere: Understanding Anime’s Obsession with the Cold/Warm Archetype”(https://www.tofugu.com/japanese/tsundere/)」
「Japanese with Anime, “Dere Types: Tsundere, Yandere, Kuudere, Dandere + Others”(https://www.japanesewithanime.com/2016/07/tsundere-kuudere-yandere-meaning.html)」
「วิกิพจนานุกรม ภาษาไทย “ซึนเดเระ”(https://th.wiktionary.org/wiki/ซึนเดเระ)」