คำนี้ไม่ได้แปลว่า “คนนิสัยแรง” หรือ “คนเย็นชา” เฉย ๆ นะครับ ถ้าเข้าใจแค่นั้น เราจะพลาดครึ่งหนึ่งของคำนี้ไปเลย
หัวใจของ tsundere คือ “ความเย็นชา” กับ “ความอ่อนหวาน” อยู่ในคนเดียวกัน และพุ่งไปที่คนคนเดียวกัน ครับ ⇒ ขาดข้างใดข้างหนึ่ง ก็ไม่ใช่ tsundere แล้วนะครับ
- 1 tsundere แปลว่าอะไร? ตอบสั้น ๆ ก่อน
- 2 ทำไม “ปากร้ายใจดี” ยังไม่ใช่คำแปลของ tsundere
- 3 ที่มาของคำ:ツンツン + デレデレ
- 4 ツン期 กับ デレ期:tsundere มี 2 แบบ
- 5 ประโยคคลาสสิกของตัวละคร tsundere ในอนิเมะ
- 6 tsundere การ์ตูน:ตัวละครที่คนญี่ปุ่นนึกถึงเป็นอันดับแรก
- 7 tsundere ต่างจาก yandere ยังไง?
- 8 วิธีใช้คำว่า ツンデレ ในภาษาญี่ปุ่นจริง ๆ
- 9 สรุปความหมายของ tsundere
tsundere แปลว่าอะไร? ตอบสั้น ๆ ก่อน
「ツンデレ」(อ่านว่า tsun-de-re / ซึนเดเระ)หมายถึง คนที่ปกติทำตัวเย็นชา ห้วน หรือปากร้ายใส่อีกฝ่าย แต่จริง ๆ แล้วมีใจให้ และจะเผยด้านที่อ่อนหวานออกมาในบางจังหวะ ครับ
คำนี้เกิดในโลกเกม อนิเมะ และมังงะของญี่ปุ่น แล้วค่อย ๆ กลายเป็นคำที่คนญี่ปุ่นทั่วไปใช้กันในชีวิตประจำวันด้วยนะครับ ทุกวันนี้มันถูกบันทึกไว้ในพจนานุกรมภาษาญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว
ความหมายของ tsundere ตามพจนานุกรมญี่ปุ่น
【ツンデレ】
普段はつんつんと無愛想な女性が、特定の男性と二人きりになると、でれっと甘えてくるさま。また、普段は無愛想な女性が、時折甘えた行動をとるさま。アニメなどのキャラクターの性格設定として多く用いられる。【คำแปลไทย】
สภาพที่ผู้หญิงซึ่งปกติทำตัวเย็นชาไม่ใส่ใจใคร พออยู่สองต่อสองกับผู้ชายคนหนึ่งโดยเฉพาะ ก็จะอ่อนลงและออดอ้อนขึ้นมา หรือหมายถึงผู้หญิงที่ปกติดูไม่ใส่ใจใคร แต่บางครั้งก็แสดงท่าทีอ้อน ๆ ออกมา มักถูกใช้เป็นการตั้งค่าบุคลิกของตัวละครในอนิเมะ※อ้างอิง「デジタル大辞泉・小学館」
ใกล้มากครับ! แต่ยังไม่ใช่ตัวเดียวกันซะทีเดียวนะครับ
ตรงนี้แหละคือจุดที่คนไทยพลาดกันบ่อยที่สุด เดี๋ยวผมอธิบายให้ฟังครับ
ทำไม “ปากร้ายใจดี” ยังไม่ใช่คำแปลของ tsundere
ภาษาไทยมีคำว่า “ปากร้ายใจดี” ซึ่งฟังดูใกล้เคียงมากครับ แต่ลองเทียบกันดูนะครับ
“ปากร้ายใจดี” หมายถึงคนที่ พูดจาแรง แต่เจตนาข้างในคือหวังดี ⇒ ป้าที่ตลาดด่าเราแต่ให้ของแถมเพิ่ม, หัวหน้าที่ดุแต่ช่วยเราตลอด, เพื่อนที่พูดจาแสบแต่มาช่วยตอนเราลำบาก ⇒ ทั้งหมดนี้เป็น “ปากร้ายใจดี” ได้หมดครับ
แต่ คนพวกนี้ยังไม่ใช่ tsundere ครับ เพราะขาดเงื่อนไขสำคัญไปนะครับ
เงื่อนไข 3 ข้อที่ทำให้เป็น tsundere
① มี “ツン” (tsun) ⇒ ทำตัวเย็นชา ห้วน ปฏิเสธ หรือปากร้ายใส่อีกฝ่าย
② มี “デレ” (dere) ที่เห็นได้จริง ⇒ ต้องมีจังหวะที่ด้านอ่อนหวานโผล่ออกมาให้คนดูเห็น ไม่ใช่แค่ “ข้างในหวังดี”
③ สาเหตุของ ツン คือความเขิน ⇒ ที่ทำตัวแรงใส่ ก็เพราะชอบอีกฝ่ายจนเขิน แล้วปิดบังไม่เป็น ⇒ ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า 「照れ隠し」(terekakushi = การกลบเกลื่อนความเขิน)
ข้อ ③ นี่แหละครับคือหัวใจ ⇒ tsundere ไม่ได้แรงเพราะนิสัยแรง แต่แรงเพราะชอบ ครับ
ป้าที่ตลาดปากร้ายใจดี ไม่ได้ด่าเราเพราะแอบชอบเรานะครับ (ฮา) เธอแค่พูดแบบนั้นเป็นปกติ ⇒ นั่นคือ “ปากร้ายใจดี” ล้วน ๆ ไม่ใช่ tsundere ครับ
ใช่เลยครับ! สรุปได้เก่งมากครับ
ความเย็นชาของ tsundere เกิดจากความหวานนั่นแหละ ⇒ ยิ่งชอบมาก ยิ่งเขินมาก ยิ่งพูดแรง ⇒ มันเป็นเหตุกับผลของกันและกันนะครับ
ที่มาของคำ:ツンツン + デレデレ
คำว่า「ツンデレ」ไม่ใช่คำเก่าแก่ในภาษาญี่ปุ่นครับ มันเป็นคำที่ถูก “ตัดแล้วต่อ” มาจากคำเลียนแบบท่าทาง 2 คำ ที่คนญี่ปุ่นใช้กันมานานแล้วนะครับ
1. ツンツン (tsuntsun) = ท่าทีเย็นชา ไม่ใส่ใจ เชิดใส่
「つんつん」 เป็นคำเลียนท่าทางในภาษาญี่ปุ่น ใช้บรรยายคนที่ ทำหน้าเชิด ๆ ไม่ยิ้ม ไม่คุยด้วย ตอบห้วน ๆ วางท่าเย็นชา ครับ
ลองนึกภาพคนที่ถูกทักแล้วตอบว่า “อืม.” คำเดียวแล้วเดินผ่านไป ⇒ นั่นคือ ツンツン ครับ
2. デレデレ (deredere) = ท่าทีอ่อนหวาน ละลาย ติดหนึบ
「でれでれ」 คือด้านตรงข้ามเลยครับ ใช้บรรยายคนที่ อ่อนยวบใส่คนที่ชอบ ยิ้มไม่หุบ พูดเสียงอ่อนลง ทำตัวอ้อน ๆ ติดหนึบ ครับ
ในภาษาญี่ปุ่นเดิมทีคำนี้มีกลิ่นของการ “เสียฟอร์ม” อยู่นิด ๆ ครับ ⇒ คือหลุดโหมดเท่ ๆ ไปเลย
3. เอาหัวของทั้งสองคำมาต่อกัน ⇒ ツンデレ
คนญี่ปุ่นเอา ツン จาก ツンツン มาต่อกับ デレ จาก デレデレ ⇒ ได้คำใหม่ว่า ツンデレ ครับ
ดังนั้นตัวโครงสร้างของคำมันบอกความหมายอยู่แล้วนะครับ ⇒ “เชิดใส่ + ละลาย” ในคนเดียวกัน
โครงสร้างของคำว่า ツンデレ
ツンツン(tsuntsun)= เชิดใส่ เย็นชา ตอบห้วน
+
デレデレ(deredere)= อ่อนหวาน ละลาย ติดหนึบ
↓(ตัดเอาแค่หัวของแต่ละคำ)
ツン + デレ = ツンデレ
↓
คนที่มีทั้งด้านเย็นชาและด้านอ่อนหวานต่อคนคนเดียวกัน
ที่มาของคำนี้ค่อนข้างใหม่นะครับ ⇒ มันเกิดในกระดานสนทนาออนไลน์ของญี่ปุ่นราวปี 2002 ตอนที่มีคนบรรยายบุคลิกของตัวละครหญิงในเกม PC เรื่องหนึ่งว่า 「ツンツンデレデレ」(ตอนแรกเชิดใส่ พอหลังจากนั้นก็ละลาย)ครับ
จากนั้นคำก็ถูกย่อเหลือ「ツンデレ」แล้วแพร่ออกจากวงแคบ ๆ ของแฟนเกม จนราวปี 2005〜2006 ก็กลายเป็นคำที่คนญี่ปุ่นทั่วไปรู้จักกันหมดเลยครับ
ツン期 กับ デレ期:tsundere มี 2 แบบ
ตรงนี้เป็นเรื่องที่แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ยังเถียงกันอยู่ครับ เพราะความหมายของคำมัน ขยายตัว ไปตามเวลานะครับ
คนญี่ปุ่นเรียกช่วงที่ตัวละครทำตัวเย็นชาว่า 「ツン期」(tsun-ki = ช่วงซึน)และเรียกช่วงที่อ่อนหวานว่า 「デレ期」(dere-ki = ช่วงเดเระ)ครับ ⇒ ประเด็นคือ สองช่วงนี้สลับกัน “เมื่อไหร่” นะครับ
แบบที่ 1:แบ่งตามเวลา (ความหมายดั้งเดิม)
ตอนต้นเรื่องเธอเย็นชาใส่พระเอกตลอด ⇒ แต่พอถึงจุดหนึ่ง (สารภาพรัก, ผ่านเหตุการณ์ใหญ่มาด้วยกัน) ⇒ หลังจากนั้นเธอก็อ่อนหวานตลอดไปเลย ไม่กลับไปซึนอีก ครับ
นี่คือความหมาย ดั้งเดิม ของคำนี้ครับ ⇒ ツン期 มาก่อน แล้ว デレ期 ตามมาทีหลัง เหมือนเปลี่ยนสวิตช์ทีเดียวจบ
แบบที่ 2:แบ่งตามสถานการณ์ (ความหมายที่ใช้กันทุกวันนี้)
ต่อหน้าคนอื่นหรือในที่สาธารณะ ⇒ ซึนสุด ๆ / พออยู่สองต่อสองหรือตอนอีกฝ่ายเจ็บตัว ⇒ อ่อนหวานขึ้นมาทันที ⇒ แล้วก็สลับไปมาแบบนี้ทั้งเรื่องครับ
ทุกวันนี้เวลาคนพูดว่า “ตัวละครนี้ tsundere” ส่วนใหญ่หมายถึงแบบที่ 2 นี้ครับ
2 แบบของ tsundere
●แบบไทม์ไลน์(ความหมายดั้งเดิม)
ツン期 → 【จุดเปลี่ยน】 → デレ期 → จบ
⇒ เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนเลย ไม่ย้อนกลับ
●แบบสถานการณ์(ที่ใช้กันทุกวันนี้)
ต่อหน้าคนอื่น = ツン / สองต่อสอง = デレ
⇒ สลับไปมาตลอดทั้งเรื่อง ตามสถานการณ์
คำถามดีมากครับ! ⇒ ตอบว่า ไม่ได้ครับ
ถ้าเย็นชาอย่างเดียวไม่มีเดเระเลย คนญี่ปุ่นจะเรียกว่า 「ツンツン」 หรือ 「クール」(cool)เฉย ๆ ครับ
เพราะแบบนั้น มันหายไปครึ่งหนึ่งของคำ ⇒ เหลือแค่ ツン ไม่มี デレ ก็ประกอบเป็นคำนี้ไม่ได้แล้วนะครับ
ประโยคคลาสสิกของตัวละคร tsundere ในอนิเมะ
ถ้าอยากเข้าใจ tsundere แบบเข้ากระดูก วิธีที่เร็วที่สุดคือจำ “ประโยคติดปาก” ของตัวละครแนวนี้ครับ เพราะประโยคพวกนี้ถูกออกแบบมาให้ พูดตรงข้ามกับใจ อย่างชัดเจนนะครับ
ประโยคติดปากของ tsundere
①「べ、別に…!」(be, betsu ni…!)
“ก็… ก็ไม่มีอะไรนี่!”
※ตัวสะกดที่ซ้ำต้นคำ「べ、別に」คือการจงใจเขียนอาการ พูดตะกุกตะกักเพราะเขิน ครับ②「勘違いしないでよね!」(kanchigai shinaide yo ne!)
“อย่าเข้าใจผิดไปเองนะ!”
※พูดหลังจากทำอะไรดี ๆ ให้อีกฝ่ายแล้วรีบปิดท้ายกลบเกลื่อน③「別にあんたのためにやったんじゃないんだからね!」
(betsu ni anta no tame ni yatta n ja nai n dakara ne!)
“ไม่ได้ทำให้เธอสักหน่อยนะ!”
※ประโยคที่ถือเป็น “ต้นแบบ” ของ tsundere เลยครับ④「感謝しなさいよね」(kansha shinasai yo ne)
“ขอบคุณฉันด้วยล่ะ”⑤「う、うるさい!ばか!」(u, urusai! baka!)
“เ… เสียงดัง! โง่!”
※ปิดบทสนทนาเวลาโดนแซวจนเขิน
สังเกตข้อ ③ ให้ดีนะครับ ⇒ 「〜んだからね」 ท้ายประโยคนี่แหละคือ “ลายเซ็น” ของ tsundere เลยครับ
「んだから」ใช้ตอนที่ผู้พูดพยายาม ยืนยันเหตุผลกับอีกฝ่ายให้หนักแน่น ⇒ พอเติม「ね」เข้าไปอีกก็เหมือนย้ำว่า “เข้าใจนะ! เข้าใจใช่ไหม!”
คือยิ่งพูดยืนยันหนักเท่าไหร่ คนฟังยิ่งรู้ว่ามันไม่จริงเท่านั้นแหละครับ (ฮา)
นั่นแหละครับความสนุกของ tsundere!
คนดูรู้ ตัวละครอื่นก็รู้ มีแค่เจ้าตัวเท่านั้นที่ยังยืนยันว่าไม่ใช่ ⇒ โครงสร้างแบบนี้แหละที่ทำให้คนติดกันทั่วโลกนะครับ
tsundere การ์ตูน:ตัวละครที่คนญี่ปุ่นนึกถึงเป็นอันดับแรก
เวลาพูดถึง tsundere การ์ตูน คนญี่ปุ่นมักจะยกชื่อตัวละครกลุ่มนี้ขึ้นมาครับ ⇒ ถ้าเคยดูสักเรื่องจะเห็นภาพทันทีเลยนะครับ
- 逢坂大河(Aisaka Taiga)จาก とらドラ!(Toradora!)⇒ ตัวเล็กแต่ดุ ปากแรงใส่พระเอกทุกฉาก แต่พึ่งพาเขาที่สุด ⇒ ถือเป็น tsundere ที่โด่งดังที่สุดยุคหนึ่งครับ
- 遠坂凛(Toosaka Rin)จาก Fate/stay night ⇒ ต่อหน้าคนอื่นคือนักเรียนดีเด่นสง่างาม แต่ต่อหน้าพระเอกคือปากแรงเต็มพิกัด
- 惣流・アスカ・ラングレー(Asuka Langley)จาก 新世紀エヴァンゲリオン(Evangelion)⇒ ต้นแบบยุคก่อนที่คำว่า tsundere จะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ
- シャナ(Shana)จาก 灼眼のシャナ และ ルイズ(Louise)จาก ゼロの使い魔 ⇒ สองคนนี้ทำให้กระแส tsundere ระเบิดในยุค 2000 กลาง ๆ ครับ
มีเกร็ดสนุก ๆ ครับ ⇒ ตัวละครที่ยกมาข้างบน (ทั้ง Taiga, Shana, Louise) พากย์เสียงโดยนักพากย์คนเดียวกันคือ 釘宮理恵(Kugimiya Rie)ครับ
เธอเลยได้ฉายาว่า 「ツンデレの女王」(ราชินีแห่ง tsundere)และแฟน ๆ ญี่ปุ่นถึงกับตั้งคำเรียกอาการติดเสียงเธอว่า 「くぎゅう」 เลยนะครับ (ฮา)
อีกอย่างที่ควรรู้คือ tsundere ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้หญิงเสมอไป ครับ
คำนิยามในพจนานุกรมเขียนถึงผู้หญิงเป็นหลัก เพราะตอนคำเกิดใหม่ ๆ มันใช้กับตัวละครหญิงล้วน ๆ ครับ แต่ทุกวันนี้ตัวละครชายก็ถูกเรียกว่า tsundere ได้ปกติแล้วนะครับ ⇒ พวกพระเอกที่ปากแข็ง ไม่ยอมพูดตรง ๆ แต่แอบทำให้ทุกอย่างลับหลัง ก็นับเป็น tsundere ครับ
tsundere ต่างจาก yandere ยังไง?
อันนี้สลับกันไม่ได้เด็ดขาดครับ! เพราะสองคำนี้ต่างกันคนละเรื่องเลยนะครับ
กุญแจอยู่ที่พยางค์แรกครับ ⇒ ヤン ของ ヤンデレ ไม่ได้มาจาก ツンツン แต่มาจากคำว่า 「病む」(yamu = ป่วย, จิตใจพัง)ครับ
สรุปโครงสร้างของสองคำนี้ให้เห็นชัด ๆ ครับ
tsundere กับ yandere ต่างกันตรงไหน
●ツンデレ(tsundere)
ツンツン(เย็นชา)+ デレ(อ่อนหวาน)
⇒ ปิดบังความรู้สึกเพราะเขิน
⇒ ปัญหาคือ “พูดความในใจไม่เป็น”
⇒ จบแบบอบอุ่น เป็นแนวโรแมนติกคอเมดี
●ヤンデレ(yandere)
病む(จิตใจพัง)+ デレ(อ่อนหวาน)
⇒ รักมากเกินไปจนจิตใจผิดปกติ
⇒ ปัญหาคือ “หึง หวง ครอบครอง ไปจนถึงทำร้าย”
⇒ มักไปทางสยองขวัญหรือทริลเลอร์
จุดต่างที่สำคัญที่สุดคือ ทิศทางของความรุนแรง ครับ
tsundere พูดแรงใส่อีกฝ่าย เพื่อปกป้องตัวเองไม่ให้เขินตาย ⇒ มันจบที่คำพูดครับ
ส่วน yandere นั้น ความรักกับพฤติกรรมที่เป็นอันตราย อยู่ด้วยกันพร้อม ๆ กัน ⇒ ไม่ได้สลับโหมดแบบ tsundere แต่เป็นการที่ “รักสุดขั้ว” กับ “ทำร้าย” เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันครับ
เป๊ะเลยครับ! จำแบบนี้ไปได้เลยนะครับ
และจริง ๆ ตระกูล「〜デレ」ยังมีอีกเยอะครับ ⇒ クーデレ(kuudere = เย็นชาแบบนิ่ง ๆ ไม่ใช่แบบดุ)、デレデレ(deredere = หวานตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีช่วงซึนเลย)、ダンデレ(dandere = เงียบเพราะขี้อาย)
ทั้งหมดนี้ใช้「デレ」เป็นแกนเหมือนกัน แล้วเปลี่ยนแค่ “เปลือกด้านนอก” ครับ
วิธีใช้คำว่า ツンデレ ในภาษาญี่ปุ่นจริง ๆ
ถึงจะเป็นศัพท์ที่เกิดในวงการอนิเมะ แต่ทุกวันนี้คนญี่ปุ่นใช้คำนี้ในบทสนทนาปกติกันแล้วครับ ⇒ มาดูรูปประโยคที่ใช้จริงกันนะครับ
1. ใช้เป็นคำนาม ⇒ 「〜はツンデレだ」
รูปพื้นฐานที่สุดครับ ⇒ วางไว้หลัง 「は」 แล้วปิดด้วย 「だ」 หรือ 「です」 ได้เลย
【ตัวอย่างประโยค】
・彼女はツンデレです。
(kanojo wa tsundere desu.)
“เธอเป็นคนแบบ tsundere ครับ”・あのキャラ、完全にツンデレだよね。
(ano kyara, kanzen ni tsundere da yo ne.)
“ตัวละครนั้น tsundere เต็มขั้นเลยเนอะ”
2. ใช้ขยายคำนาม ⇒ 「ツンデレな〜」
ถ้าจะเอาไปขยายคำนามข้างหลัง ต้องเติม 「な」 ครับ ⇒ ใช้แบบเดียวกับคำคุณศัพท์กลุ่ม な เลยนะครับ
【ตัวอย่างประโยค】
・ツンデレな性格が好きです。
(tsundere na seikaku ga suki desu.)
“ผมชอบบุคลิกแบบ tsundere ครับ”・ツンデレなキャラが出てくるアニメを教えてください。
(tsundere na kyara ga detekuru anime o oshiete kudasai.)
“ช่วยแนะนำอนิเมะที่มีตัวละคร tsundere ให้หน่อยครับ”
3. ใช้แบบเลี่ยง ๆ ⇒ 「ツンデレっぽい」
「〜っぽい」 แปลว่า “ออกแนว…, ดูเหมือนจะ…” ครับ ⇒ ใช้ตอนที่เราไม่อยากฟันธง จะฟังดูนุ่มกว่ามากนะครับ
【ตัวอย่างประโยค】
・部長、ちょっとツンデレっぽいところがありますよね。
(buchou, chotto tsundere ppoi tokoro ga arimasu yo ne.)
“ผู้จัดการก็มีมุมออกแนว tsundere อยู่นิด ๆ นะครับ”
แต่มีข้อควรระวังนิดหนึ่งนะครับ!
เวลาใช้คำนี้ กับคนจริง ๆ มันเป็นคำ แซวเล่นแบบสนิทสนม ครับ ⇒ ใช้กับเพื่อนหรือคนที่คุ้นเคยกันได้สบาย ๆ
แต่ถ้าไปพูดกับหัวหน้าหรือลูกค้าที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก อาจฟังดูเสียมารยาทได้นะครับ เพราะมันแปลว่าเรากำลังวิเคราะห์ “ความในใจ” ของเขาอยู่
สรุปความหมายของ tsundere
ทบทวนกันอีกรอบครับ
⇒ ความเย็นชากับความอ่อนหวานอยู่ในคนเดียวกัน และพุ่งไปที่คนคนเดียวกัน
●ไม่ใช่แค่ “ปากร้ายใจดี” ⇒ ต้องมี “ช่วงเดเระ” ให้เห็นจริง และเหตุผลที่ทำตัวแรงต้องมาจากความเขิน(照れ隠し)
●มี 2 แบบ ⇒ แบบไทม์ไลน์(ซึนก่อน แล้วเดเระตลอดไป)กับแบบสถานการณ์(สลับตามสถานการณ์)
●ประโยคลายเซ็น ⇒ 「別にあんたのためじゃないんだからね!」/「勘違いしないでよね!」
●ต่างจาก ヤンデレ ⇒ tsundere = ปิดบังใจเพราะเขิน / yandere = 病む(จิตใจพัง)+ デレ = รักจนเกินขอบเขต
●วิธีใช้ ⇒ 「〜はツンデレだ」/「ツンデレな〜」/「ツンデレっぽい」(กับคนจริงเป็นคำแซวแบบสนิทสนม)
คำว่า tsundere เป็นตัวอย่างที่ดีมากของ “คำญี่ปุ่นที่แปลเป็นภาษาอื่นตรง ๆ ไม่ได้” ครับ
เพราะมันไม่ได้อธิบายแค่ “นิสัย” แต่อธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่พูดกับสิ่งที่คิด ทั้งชุดเลยนะครับ
ครั้งหน้าเวลาดูอนิเมะ ลองสังเกตดูนะครับว่าตัวละครที่ปากแรงคนนั้น พูดแรงตอนไหน แล้วอ่อนลงตอนไหน ⇒ พอเห็นจังหวะสลับ คุณจะเข้าใจคำนี้ด้วยตัวเองเลยครับ!
「ツンデレ」デジタル大辞泉・小学館(สืบค้นผ่านฐานข้อมูล コトバンク / kotobank.jp)
「ツンデレ」「ヤンデレ」ウィキペディア日本語版(ja.wikipedia.org)
「สึนเดเระ」วิกิพีเดียภาษาไทย(th.wikipedia.org)
「tsundere」Dictionary.com(dictionary.com)