ください กับ お願いします ต่างกันยังไง เลือกใช้ให้ถูกใน 3 วินาที

อาจารย์ครับ ผมมีคำถามที่ค้างใจมานานมากครับ

水をください กับ 水をお願いします มันต่างกันยังไงเหรอครับ? แปลไทยก็ได้ว่า “ขอน้ำหน่อยครับ” เหมือนกันเลยนี่ครับ

Kodak
มาแล้วครับ คำถามอันดับหนึ่งของผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นทั่วโลกเลยนะครับ

คำตอบคือ ในประโยคนั้น ใช้ได้ทั้งคู่จริง ๆ ครับ แต่มีสถานการณ์อีกเยอะมากที่ ใช้แทนกันไม่ได้เลย นะครับ

วันนี้เราจะแยกให้ชัดว่ามันต่างกันตรงไหนบ้าง แล้วผมจะให้สูตรตัดสินใจแบบใช้ได้จริงตอนพูดไปด้วยครับ

สารบัญ

คำตอบแบบสั้นที่สุด

ถ้าตอนนี้คุณกำลังยืนอยู่หน้าคนญี่ปุ่นแล้วไม่มีเวลาอ่านทั้งบทความ เอาแค่กล่องนี้ไปก่อนครับ

สรุปใน 10 วินาที

ください = ชี้ไปที่ อีกฝ่าย(”คุณจงให้ผม”)
⇒ ชัดเจน ตรงประเด็น แต่มีกลิ่น สั่ง
⇒ เหมาะกับ ร้านค้า ร้านอาหาร คนเท่ากันหรือต่ำกว่า

お願いします = ชี้กลับมาที่ ตัวเอง(”ผมกำลังปรารถนา”)
⇒ นุ่ม ก้มหัวให้ ปลอดภัย
⇒ เหมาะกับ ผู้ใหญ่ ลูกค้า คนแปลกหน้า และเรื่องที่รบกวนเขา

ไม่แน่ใจเมื่อไหร่ ให้เลือก お願いします ไว้ก่อน

อ๋อ… เอา お願いします ไว้ก่อนก็รอดใช่ไหมครับ? แต่ผมอยากรู้เหตุผลด้วยครับ ทำไม ください ถึงมีกลิ่นสั่ง
Kodak

ดีมากครับ ถามเหตุผลแบบนี้แหละจะจำได้นานนะครับ

เรามาดูความต่าง 3 ข้อ กันทีละข้อเลยครับ

ความต่างข้อที่ 1 อะไรต่อหน้ามันได้บ้าง

ข้อนี้เป็นเรื่องไวยากรณ์ล้วน ๆ ครับ ไม่เกี่ยวกับความรู้สึก แต่สำคัญมากเพราะถ้าผิดข้อนี้คือ ประโยคผิด ไปเลย

ตารางเทียบโครงสร้าง

【คำนาม + を + …】
水をください ⇒ ใช้ได้
水をお願いします ⇒ ใช้ได้

【กริยารูป テ + …】
待ってください ⇒ ใช้ได้
待ってお願いしますผิด ใช้ไม่ได้

【พูดคำเดียวโดด ๆ】
ください。 ⇒ ผิด ใช้ไม่ได้
お願いします。 ⇒ ใช้ได้

โห น่าสนใจมากครับ! เหมือนสองคำนี้แบ่งงานกันทำเลยนะครับ
Kodak

มองเห็นแบบนั้นแล้วเก่งมากครับ ถูกเผงเลยนะครับ

สรุปให้จำง่าย ๆ คือ
รูป テ เป็นสนามของ ください เท่านั้น
การพูดคำเดียวจบเป็นสนามของ お願いします เท่านั้น

ส่วน คำนาม+を คือสนามกลางที่ทั้งสองคำลงเล่นได้ครับ และนั่นแหละคือจุดที่ทุกคนงงนะครับ

ถ้าอยากขอให้ “ทำ” แต่ไม่อยากใช้ ください ทำยังไง

มีทางออกครับ ให้ เปลี่ยนกริยาให้กลายเป็นคำนามก่อน แล้วค่อยต่อ を お願いします

【กริยาที่ลงท้ายด้วย する ตัด する ทิ้งได้เลย】
・確認してください ⇒ 確認をお願いします
(kakunin o onegai shimasu / รบกวนช่วยตรวจสอบด้วยครับ)
・連絡してください ⇒ ご連絡をお願いします
(go-renraku o onegai shimasu / รบกวนติดต่อกลับด้วยครับ)

【กริยาทั่วไป ใช้รูป お+ます形】
・待ってください ⇒ お待ちください(omachi kudasai / ยังเป็นตระกูล ください แต่สุภาพขึ้น)
・待ってください ⇒ お待ちいただけますか(omachi itadakemasu ka / นุ่มที่สุด)

ความต่างข้อที่ 2 รากศัพท์ทำให้ทิศทางของประโยคคนละทาง

นี่คือคำตอบของคำถามที่ว่า “ทำไม ください ถึงมีกลิ่นสั่ง” ครับ

ตามข้อมูลของ ウィクショナリー日本語版 คำว่า ください คือ รูปคำสั่ง (命令形) ของกริยา くださる ซึ่งเป็นรูปยกย่องของ くれる ที่แปลว่า “ให้ (แก่ฉัน)” ครับ

ส่วน お願いします มาจาก お + 願い(ความปรารถนา จากกริยา 願う) + します

ใครเป็นคนทำในประโยค

水をください
⇒ แปลตามโครงสร้าง = “คุณ จงให้น้ำแก่ผม”
⇒ คนที่ต้องลงมือคือ อีกฝ่าย
⇒ ประโยคนี้เป็น คำสั่งที่ใส่ชุดสุภาพไว้ข้างนอก

水をお願いします
⇒ แปลตามโครงสร้าง = “ผม ขอตั้งความปรารถนาเรื่องน้ำ”
⇒ คนที่ลงมือในประโยคคือ ตัวผู้พูดเอง
⇒ ประโยคนี้ ไม่ได้บอกให้ใครทำอะไรเลย แค่วางความต้องการไว้ตรงหน้า

อ๋อ… เข้าใจแล้วครับ มันคือความต่างระหว่าง “เอาน้ำมาให้ผม” กับ “อยากได้น้ำครับ” ใช่ไหมครับ
Kodak

ตรงเป๊ะเลยครับ

สังเกตนะครับว่าสองประโยคไทยนั้น ได้น้ำเหมือนกัน แต่ความรู้สึกของคนฟังต่างกันมากใช่ไหมครับ ภาษาญี่ปุ่นก็เหมือนกันเป๊ะครับ

เพราะแบบนี้ ยิ่งอีกฝ่ายอยู่สูงกว่าเรามากเท่าไหร่ เรายิ่งต้องเลี่ยงประโยคที่สั่งให้เขาลงมือ ครับ

ความต่างข้อที่ 3 ใช้กับใครได้บ้าง

โมดูลไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นของมหาวิทยาลัยโตเกียวศึกษาต่างประเทศอธิบายไว้ว่า

Nをください เหมาะกับสถานการณ์ที่ ผู้พูดอยู่ในฐานะที่ขอได้ตามธรรมชาติ เช่น ลูกค้าพูดกับพนักงานร้าน หรือครูพูดกับนักเรียน

ส่วน Nをお願いします ใช้ได้ในสถานการณ์ซื้อของหรือสั่งอาหารเช่นกัน และเว็บไซต์เดียวกันยังแนะนำว่า ถ้าเป็น ความสัมพันธ์แบบเท่าเทียมกัน และสิ่งที่ขอเป็นประโยชน์กับตัวผู้พูดเอง ควรใช้รูปที่สุภาพกว่าอย่าง Nをくださいませんか ครับ

ใครใช้กับใคร

ください ใช้สบายใจได้เมื่อ
・คุณเป็นลูกค้า อีกฝ่ายเป็นพนักงาน
・คุณเป็นครู อีกฝ่ายเป็นนักเรียน
・คุณกับอีกฝ่ายสนิทกันหรือระดับเดียวกัน
・เป็นการชี้แนะที่อีกฝ่ายต้องทำอยู่แล้ว(เช่น กรอกเอกสาร)

เปลี่ยนไปใช้ お願いします เมื่อ
・อีกฝ่ายเป็นหัวหน้า อาจารย์ ลูกค้า หรือรุ่นพี่
・อีกฝ่ายเป็นคนแปลกหน้าที่คุณกำลังจะรบกวน
・สิ่งที่ขอเป็นภาระของอีกฝ่าย ไม่ใช่หน้าที่เขา
・คุณไม่แน่ใจว่าความสัมพันธ์อยู่ตรงไหน

เทียบทีละสถานการณ์จริง

Kodak

ทฤษฎีพอแล้วครับ มาดูของจริงกันดีกว่านะครับ

ผมจะยกสถานการณ์ที่คนไทยเจอบ่อยมาให้ดูทีละอันเลยครับ

สถานการณ์ที่ 1 สั่งอาหารในร้าน

・ラーメンをください。(raamen o kudasai)
・ラーメンをお願いします。(raamen o onegai shimasu)

ใช้ได้ทั้งคู่ ไม่มีใครคิดมาก
⇒ ความรู้สึกต่างกันนิดเดียว ください ตรงกว่า / お願いします นุ่มกว่านิดหนึ่ง
⇒ ในชีวิตจริง คนญี่ปุ่นพูดสั้นกว่านั้นอีก ⇒ ラーメン、お願いします หรือแค่ ラーメンで

สถานการณ์ที่ 2 ขอให้หัวหน้าตรวจเอกสาร

・この書類を見てください。(kono shorui o mite kudasai)
อันตราย หัวหน้าได้ยินเป็น “ดูเอกสารนี้ซะ” = ลูกน้องสั่งหัวหน้า

・この書類の確認をお願いします。(kono shorui no kakunin o onegai shimasu)
ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ

・この書類を見ていただけますか。(kono shorui o mite itadakemasu ka)
สุภาพที่สุด เพราะเปลี่ยนเป็นคำถาม เปิดทางให้เขาปฏิเสธได้

อันนี้น่ากลัวจริงครับ… ผมว่าผมเคยพูดแบบแรกไปแล้ว
Kodak

ไม่ต้องกังวลครับ คนญี่ปุ่นรู้ว่าเราเป็นชาวต่างชาติ เขาไม่ถือหรอกครับ

แต่ถ้าจำสูตรนี้ได้จะดีมากเลยครับ ⇒ พูดกับคนที่ต้องให้เกียรติ ห้ามจบประโยคด้วย ください นะครับ

สถานการณ์ที่ 3 บอกทางคนขับแท็กซี่

・東京駅までお願いします。(Toukyou-eki made onegai shimasu)
นี่คือประโยคมาตรฐาน คนญี่ปุ่นพูดแบบนี้กันทุกคน

・東京駅までください。
ผิด เพราะ ください ต้องมีคำนามที่เป็น “ของ” หรือมีรูป テ นำหน้า
⇒ 東京駅まで เป็นการบอกจุดหมายปลายทาง ไม่ใช่สิ่งของที่หยิบยื่นให้กันได้

สถานการณ์ที่ 4 ขอให้เพื่อนรอสักครู่

・ちょっと待ってください。(chotto matte kudasai)
ธรรมชาติมาก เพราะเป็นเพื่อนระดับเดียวกัน

・ちょっと待ってお願いします。
ผิด รูป テ ต่อ お願いします ไม่ได้

・少々お待ちください。(shoushou omachi kudasai)
⇒ รูปทางการที่พนักงานใช้กับลูกค้า = “กรุณารอสักครู่นะคะ”

สถานการณ์ที่ 5 คิดเงิน

・お会計をお願いします。(o-kaikei o onegai shimasu)
⇒ ประโยคที่ใช้กันจริง

・お会計をください。
⇒ ฟังแปลก เพราะ “การคิดเงิน” เป็นการกระทำ ไม่ใช่สิ่งของที่ยื่นให้กันได้

เริ่มจับทางได้แล้วครับ ถ้าเป็น ของที่จับต้องได้ ก็ ください ได้ แต่ถ้าเป็น เรื่องที่ต้องทำ ก็ お願いします ใช่ไหมครับ?
Kodak

สรุปได้ยอดเยี่ยมมากครับ! นั่นคือแก่นเลยนะครับ

เอาไปใช้แบบนั้นได้เลยครับ แล้วบวกเงื่อนไขอีกข้อเดียวคือ ถ้าอีกฝ่ายเป็นคนที่ต้องให้เกียรติ ก็เอนไปทาง お願いします ไว้ ครับ

ทำไมคนไทยถึงพลาดเรื่องนี้บ่อยเป็นพิเศษ

เหตุผลอยู่ที่ภาษาไทยของเราเองครับ

ภาษาไทยแยก ขอ(สำหรับของ)กับ ช่วย(สำหรับการกระทำ)ไว้ชัดเจนก็จริง แต่เวลาเราปรับความสุภาพ เรา เติมของเข้าไปที่ท้ายประโยค เท่านั้น คือเติม หน่อย เติม ครับ/ค่ะ เติม นะ ส่วนตัวคำกริยาแทบไม่ขยับ

ตัวอย่างเช่น “ขอน้ำ” ⇒ “ขอน้ำหน่อย” ⇒ “ขอน้ำหน่อยครับ” ⇒ “ขอน้ำหน่อยได้ไหมครับ” ทั้งสี่ประโยคยังใช้คำว่า ขอ ตัวเดิม

ภาษาไทย ⇒ ปรับความสุภาพที่ หางประโยค แกนกริยาไม่เปลี่ยน
ภาษาญี่ปุ่น ⇒ ปรับความสุภาพด้วยการ เปลี่ยนคำกริยาทั้งท่อน

ผลที่ตามมา ⇒ คนไทยเลยเผลอคิดว่า ください คือคำแปลของ “หน่อยครับ” แล้วเอาไปแปะท้ายทุกประโยค ซึ่งเป็นจุดที่พลาดครับ

ถ้าอยากหาคำไทยที่ใกล้ お願いします ที่สุด ผมว่าคือคำว่า “รบกวน…” ครับ

ลองเทียบดูนะครับ “ช่วยตรวจเอกสารหน่อยครับ” กับ “รบกวนช่วยตรวจเอกสารด้วยนะครับ” ประโยคหลังนุ่มกว่าและถ่อมตัวกว่าใช่ไหมครับ ความต่างนั้นแหละคือความต่างระหว่าง ください กับ お願いします ครับ

สูตรตัดสินใจใน 3 วินาที

เอาไปใช้ตอนพูดจริงได้เลยครับ ถามตัวเอง 3 ข้อตามลำดับ

ผังตัดสินใจ

ข้อ 1 อีกฝ่ายเป็นคนที่ต้องให้เกียรติไหม
(หัวหน้า อาจารย์ ลูกค้า คนอายุมากกว่า คนแปลกหน้า)
ใช่ ⇒ เลือก お願いします จบ ไม่ต้องคิดต่อ
ไม่ใช่ ⇒ ไปข้อ 2

ข้อ 2 ประโยคไทยของคุณขึ้นต้นด้วย “ช่วย…” ใช่ไหม
ใช่(ขอให้เขาทำอะไร)⇒ ใช้ รูป テ + ください
ไม่ใช่(ขอสิ่งของ)⇒ ไปข้อ 3

ข้อ 3 สิ่งที่ขอเป็นของที่หยิบยื่นให้กันได้ไหม
ใช่(น้ำ ตั๋ว เมนู)⇒ ใช้ คำนาม+を+ください ได้สบาย
ไม่ใช่(การคิดเงิน จุดหมายปลายทาง การช่วยเหลือ)⇒ ใช้ お願いします

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย 3 ข้อ

ผิดข้อที่ 1 พูดว่า ください คำเดียว

เวลาพนักงานถามว่า “รับถุงไหมคะ” อย่าตอบว่า ください คำเดียวนะครับ ฟังห้วนมากเหมือนสั่ง

ให้ตอบว่า お願いします ครับ นี่คือคำตอบมาตรฐานที่คนญี่ปุ่นใช้กัน

ผิดข้อที่ 2 ใช้ 〜てください กับคนที่สูงกว่า

เว็บสำหรับครูสอนภาษาญี่ปุ่น 日本語教師の広場 ระบุไว้ตรง ๆ ว่า ไม่ควรใช้ 〜てください กับผู้ที่อยู่สูงกว่า ครับ

ตัวอย่างที่เว็บนั้นยกมาคือประโยคที่นักเรียนพูดกับอาจารย์ว่า「先生、すみませんが、お金を貸してください」ซึ่งฟังดูไม่เหมาะสม และแนะนำให้เปลี่ยนเป็นรูป 〜てくださいませんか หรือ 〜ていただけませんか แทน

ผิดข้อที่ 3 คิดว่า ください แปลว่า “กรุณา”

คำว่า “กรุณา” ในภาษาไทยเป็นภาษาป้ายประกาศและภาษาเขียนที่สุภาพมากครับ ถ้าเอาภาพนั้นมาแปะกับ ください จะทำให้เราประเมินความสุภาพของมันสูงเกินจริง

ให้แปลในหัวว่า “…หน่อย” หรือ “…ซะ” จะใกล้ความจริงมากกว่าครับ แล้วคุณจะรู้สึกเองว่าประโยคไหนไม่ควรพูดกับหัวหน้า

สรุป ください กับ お願いします

ชัดเจนขึ้นเยอะเลยครับ ที่ค้างใจมาเป็นปีหายไปหมดแล้วครับ
Kodak

ดีใจด้วยครับ

ถ้าจำได้แค่บรรทัดเดียว ให้จำว่า ください สั่งให้อีกฝ่ายทำ / お願いします วางความปรารถนาของตัวเองไว้ตรงหน้าเขา ครับ

โครงสร้าง ⇒ รูป テ ต่อได้เฉพาะ ください / พูดคำเดียวจบได้เฉพาะ お願いします / คำนาม+を ใช้ได้ทั้งคู่
รากศัพท์ ⇒ ください คือรูปคำสั่งของ くださる(ประธานคืออีกฝ่าย)/ お願いします คือ “ผมขอตั้งความปรารถนา”(ประธานคือตัวเอง)
คู่สนทนา ⇒ ください ใช้กับพนักงาน คนเท่ากัน คนที่ต่ำกว่า / お願いします ใช้ได้กับทุกคน รวมถึงผู้ใหญ่
ห้ามจบประโยคด้วย ください เมื่อพูดกับคนที่ต้องให้เกียรติ ⇒ เปลี่ยนเป็น お願いします หรือ 〜ていただけますか
●ไม่แน่ใจเมื่อไหร่ ⇒ お願いします ปลอดภัยเสมอ
Kodak

คำขอร้องภาษาญี่ปุ่นยังมีอีกหลายตัวนะครับ ทั้ง 頼む ที่ผู้ชายใช้กับเพื่อน และ ちょうだい ที่มีกลิ่นอ้อน

ถ้าอยากเห็นภาพรวมทั้งระบบว่าแต่ละคำวางตัวอยู่ตรงไหน อ่านบทความนี้ต่อได้เลยครับ

คำขอร้องภาษาญี่ปุ่นทั้งระบบ ください・お願いします・頼む・ちょうだい ต่างกันตรงไหน

แหล่งอ้างอิง
「東京外国語大学 言語モジュール 日本語 文法「Nをください/Nをお願いします」(https://www.coelang.tufs.ac.jp/mt/ja/gmod/contents/explanation/054.html)」
「ウィクショナリー日本語版「ください」(https://ja.wiktionary.org/wiki/ください)」
「日本語教師の広場「~てください・その1」(https://www.tomojuku.com/blog/tekudasai/)」
「日本語教師のN1et「直接/間接的な依頼・指示表現と実際の使用状況」(https://jn1et.com/request-expression/)」
「マナラボ「お願い|敬語表現・ビジネス上での使い方・言い換え表現」(https://docoic.com/55123)」