頼む แปลว่าอะไร คำขอร้องของเพื่อนสนิทที่ห้ามใช้กับผู้ใหญ่

อาจารย์ครับ ผมดูอนิเมะแล้วได้ยินคำว่า 頼む! บ่อยมากเลยครับ ตัวละครมักพูดตอนคุกเข่าหรือก้มหัวให้เพื่อน

มันแปลว่า “ขอร้องล่ะ” ใช่ไหมครับ? แล้วผมใช้กับหัวหน้าที่บริษัทได้ไหมครับ

Kodak
แปลถูกแล้วครับ! แต่คำถามข้อที่สอง คำตอบคือ ห้ามเด็ดขาดครับ นะครับ

頼む(tanomu)เป็นคำที่มีเสน่ห์มาก อบอุ่นมาก แต่มันมีเงื่อนไขที่เข้มงวดเรื่อง ตำแหน่งของคนพูดกับคนฟัง ครับ

วันนี้เรามาดูกันครับว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น พอเข้าใจรากของคำแล้วจะเห็นเหตุผลชัดเจนเลยครับ

頼む ไม่ได้แปลว่า “ขอ” อย่างเดียว

ก่อนอื่นต้องบอกว่า 頼む เป็นคำที่มีความหมายกว้างกว่าที่คนส่วนใหญ่คิดครับ

พจนานุกรม デジタル大辞泉 ที่ลงไว้ในเว็บ Weblio แยกความหมายของ 頼む ออกเป็นหลายข้อ ผมขอจับกลุ่มมาให้ดู 4 กลุ่มหลัก ที่ใช้จริงในปัจจุบันครับ

4 ความหมายของ 頼む

1. ขอร้องให้ทำอะไรให้(依頼)
用事を頼む(youji o tanomu / ฝากธุระ)

2. ฝากไว้ในมือ มอบให้ดูแล(任せる)
子供を頼んで夫婦で出かける(ฝากลูกไว้แล้วสองสามีภรรยาออกไปข้างนอก)

3. พึ่งพา ไว้วางใจ(頼りにする)
大黒柱と頼む人(คนที่เราพึ่งพาเหมือนเป็นเสาหลัก)

4. เรียกมา สั่งของ(呼ぶ・注文する)
医者を頼む(เรียกหมอมา)/ タクシーを頼む(เรียกแท็กซี่)/ 出前を頼む(สั่งอาหารเดลิเวอรี)

เยอะกว่าที่คิดเลยครับ! “ขอร้อง” กับ “พึ่งพา” นี่คนละเรื่องกันเลยไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมถึงเป็นคำเดียวกันได้ครับ
Kodak

คำถามนี้เข้าเป้ามากครับ นี่แหละคือหัวใจของคำนี้เลยนะครับ

สองอย่างนั้นเป็นเรื่องเดียวกันครับ ลองดูข้อถัดไปนะครับ

ภาพแกนกลางของ 頼む คือการพิงน้ำหนักตัวเองลงบนอีกคน

ถ้าอยากเข้าใจ 頼む ให้ลึก ให้ดูที่ ญาติของมัน ครับ คำที่มาจากรากเดียวกันมีดังนี้

ครอบครัวของ 頼む

頼み(tanomi)⇒ คำขอ / สิ่งที่พึ่งพาได้
頼り(tayori)⇒ ที่พึ่ง
頼もしい(tanomoshii)⇒ น่าไว้วางใจ ดูพึ่งพาได้
信頼(shinrai)⇒ ความไว้วางใจ
依頼(irai)⇒ การร้องขออย่างเป็นทางการ

เห็นไหมครับว่าคำในตระกูลนี้ทั้งหมดวนอยู่รอบ ๆ ความคิดเดียวกัน นั่นคือ “เอาน้ำหนักของตัวเองไปวางพิงไว้กับอีกคน” ครับ

ตอนคุณ 頼む ใครสักคน คุณไม่ได้แค่ขอให้เขาทำงานให้ครับ คุณกำลัง ยกเรื่องหนึ่งออกจากมือตัวเองแล้ววางลงในมือเขา พร้อมกับความไว้วางใจว่าเขาจะรับไว้ได้

อ๋อ… เข้าใจแล้วครับ! เหมือนภาษาไทยที่พูดว่า “ฝากด้วยนะ” ซึ่งก็แปลว่าทั้งขอและทั้งไว้ใจไปพร้อมกันเลยใช่ไหมครับ
Kodak

เชื่อมได้เก่งมากครับ! “ฝาก” ของภาษาไทยใกล้เคียง 頼む มากที่สุดเลยนะครับ

และอีกคำที่ใกล้มากคือ “วาน” ครับ เช่น “วานช่วยหน่อยสิ” ซึ่งเป็นคำที่เราใช้กับคนสนิทหรือคนที่เราถือวิสาสะได้เท่านั้นใช่ไหมครับ

เงื่อนไขข้อนั้นแหละ ตรงกับ 頼む เป๊ะเลยครับ

ทำไม 頼む ถึงใช้กับผู้ใหญ่ไม่ได้

ตรงนี้คือส่วนที่สำคัญที่สุดของบทความครับ

เว็บพจนานุกรมอธิบายความหมายภาษาญี่ปุ่นสรุปความต่างระหว่าง 頼む กับ お願い ไว้ว่า

頼む ⇒ เป็นการร้องขอแบบตรงไปตรงมา และเป็นการวางตัวผู้พูดไว้ในตำแหน่ง เท่ากันหรือสูงกว่าอีกฝ่าย

お願い ⇒ เป็นการร้องขอ จากตำแหน่งที่ต่ำกว่า คือถ่อมตัวลงไปขอ

ตัวอย่างที่ชัดมากคือประโยคเดียวกันที่เปลี่ยนแค่คำกริยาครับ

・この仕事はA社に頼むよ。
(งานนี้ฝากบริษัท A นะ / ผู้พูดมองว่าตัวเอง อยู่เหนือกว่าหรือเท่ากับ บริษัท A)

・この仕事はA社にお願いするよ。
(งานนี้ขอฝากบริษัท A ด้วยนะ / ผู้พูดมี ความเคารพ ต่อบริษัท A)

โห น่ากลัวครับ เปลี่ยนคำเดียวแต่บอกได้เลยว่าใครมองใครยังไง…
Kodak

ใช่ครับ ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่ เก็บแผนที่ความสัมพันธ์ไว้ในตัวคำศัพท์เลย นะครับ

เพราะฉะนั้นถ้าคุณพูดกับหัวหน้าว่า 部長、これ頼みます มันจะแปลว่า “หัวหน้าครับ อันนี้ฝากด้วยนะ” ในน้ำเสียงของคนที่คิดว่าตัวเองอยู่ระดับเดียวกับหัวหน้าครับ

ต่อให้เติม ます ให้สุภาพแล้ว รากของคำก็ยังยืนอยู่ที่เดิม ครับ

สรุปกฎเหล็กของ 頼む ได้ตามนี้ครับ

頼む ใช้กับใครได้บ้าง

ใช้ได้
・เพื่อนสนิท
・เพื่อนร่วมงานระดับเดียวกัน
・รุ่นน้อง ลูกน้อง
・คนในครอบครัว
・ร้านค้าที่เราเป็นลูกค้า(ในความหมาย “สั่ง”)

ห้ามใช้
・หัวหน้า อาจารย์ ผู้อาวุโส
・ลูกค้า
・คนแปลกหน้า
・รุ่นพี่ที่ยังไม่สนิท

⇒ ในกรณีที่ห้ามใช้ ให้เปลี่ยนเป็น お願いします หรือ お願いいたします ทันที

頼む มีกลิ่นความเป็นผู้ชายด้วย

อีกเรื่องที่ตำราไม่ค่อยบอกครับ คือ 頼む โดยเฉพาะรูป 頼むよ・頼むぞ・頼む! เป็นสำนวนที่ ผู้ชายใช้กันบ่อยกว่ามาก

ไม่ได้แปลว่าผู้หญิงพูดไม่ได้นะครับ ผู้หญิงก็พูด 頼む ได้ในความหมายกลาง ๆ เช่น 買い物を頼む แต่ถ้าเป็นรูปที่ห้วน ๆ อย่าง 頼むぞ จะเป็นภาษาผู้ชายเกือบทั้งหมดครับ

ผู้หญิงมักเลือกใช้ お願い หรือ お願いね แทนในจังหวะเดียวกันครับ

รูปต่าง ๆ ของ 頼む และน้ำเสียง

頼む(tanomu)⇒ กลาง ๆ พูดกับเพื่อน
頼むよ(tanomu yo)⇒ นุ่มลง มีอารมณ์ขอร้อง ผู้ชายใช้บ่อยที่สุด
頼むぞ(tanomu zo)⇒ ห้วนและมีอำนาจ รุ่นพี่พูดกับรุ่นน้อง ภาษาผู้ชาย
頼む!(tanomu!)⇒ ขอร้องแบบสุดตัว มักพูดตอนพนมมือหรือก้มหัว
頼んだ(tanonda)⇒ รูปอดีต แต่ใช้ตอนจากกัน = “ฝากด้วยนะ เชื่อใจนะ”
頼みます(tanomimasu)⇒ เติมความสุภาพแล้ว แต่ ยังใช้กับผู้ใหญ่ไม่ได้
頼める?(tanomeru?)⇒ เปลี่ยนเป็นคำถาม นุ่มที่สุดในกลุ่มนี้

เดี๋ยวนะครับ 頼んだ เป็นรูปอดีตแต่ใช้พูดถึงอนาคตเหรอครับ? แปลกจังครับ
Kodak

สังเกตดีมากครับ! นี่เป็นจุดที่สนุกของภาษาญี่ปุ่นเลยนะครับ

ความรู้สึกคือ “ผมฝากไปเรียบร้อยแล้วนะ ตอนนี้มันอยู่ในมือคุณแล้ว” ครับ

คือใช้รูปอดีตเพื่อ ปิดดีลให้เสร็จไปเลย ทำให้ฟังดูหนักแน่นและเชื่อใจกันมากกว่าการพูดว่า 頼む เฉย ๆ ครับ ในอนิเมะจะได้ยินตัวละครพูดคำนี้ตอนแยกย้ายกันไปทำภารกิจบ่อยมากครับ

頼む ในร้านอาหาร ความหมายที่คนไทยไม่ค่อยรู้

ความหมายกลุ่มที่ 4 คือ “สั่ง” ครับ อันนี้มีประโยชน์มากในชีวิตประจำวันแต่ตำราเรียนมักข้ามไป

【บทสนทนาในร้านอาหาร】
A: 何頼む?(nani tanomu? / จะสั่งอะไรดี)
B: 俺、ラーメン頼むわ。(ore, raamen tanomu wa / เราสั่งราเมนละกัน)

【เรียกบริการ】
・タクシーを頼んでおきました。
(takushii o tanonde okimashita / เรียกแท็กซี่ไว้ให้แล้วครับ)
・出前を頼もう。
(demae o tanomou / สั่งเดลิเวอรีกันเถอะ)

สังเกตนะครับว่าในความหมายนี้ 頼む ไม่ได้หยาบเลย เพราะเรากำลังพูดถึงการสั่งบริการ ไม่ได้กำลังสั่งตัวบุคคลที่อยู่ตรงหน้า

เพราะฉะนั้น 何頼む? เป็นประโยคที่พูดกับใครก็ได้ที่นั่งกินข้าวด้วยกันครับ

頼む ในรูปคันจิอื่นและร่องรอยจากภาษาโบราณ

ตามข้อมูลของ ウィクショナリー日本語版 คำว่า たのむ เขียนด้วยคันจิได้หลายตัว คือ 頼む・恃む・憑む ครับ

ตัวที่น่าสนใจคือ ซึ่งเป็นคันจิตัวเดียวกับที่ใช้ในคำว่า 憑依(hyoui / การเข้าสิง)ครับ ความรู้สึกคือ “ฝากตัวเข้าไปอาศัยอยู่กับอีกสิ่งหนึ่ง” ซึ่งย้ำภาพ “การพิงน้ำหนัก” ที่เราคุยกันไปตอนต้นได้อย่างดี

ในภาษาญี่ปุ่นโบราณ たのむ ยังมีความหมายว่า “ไว้วางใจ” และ “ให้คำมั่นสัญญาต่อกัน” ด้วยครับ ซึ่งหนักแน่นกว่าคำว่า “ขอร้อง” ในปัจจุบันมาก

Kodak

พอรู้ที่มาแบบนี้แล้วจะเข้าใจเลยครับว่า ทำไม 頼む ถึงใช้กับหัวหน้าไม่ได้

เพราะ การพิงน้ำหนักตัวเองลงไปบนใครสักคน เป็นสิทธิ์ที่มีได้เฉพาะกับคนที่เราสนิทพอ ครับ

ถ้าไปพิงกับคนที่เพิ่งเจอหรือคนที่อยู่สูงกว่า มันจะกลายเป็นการถือวิสาสะทันทีนะครับ

อ๋อ… ชัดเลยครับ เหมือนภาษาไทยที่เราพูดว่า “วานหน่อยสิ” กับเพื่อนได้ แต่พูดกับเจ้านายไม่ได้เลยครับ

ประโยคใช้จริงที่เอาไปใช้ได้เลย

【ขอร้องเพื่อน】
・ちょっと頼みがあるんだけど。
(chotto tanomi ga aru n da kedo / มีเรื่องจะขอร้องหน่อยอ่ะ)
※ ประโยคเปิดที่ดีมาก เพราะเป็นการบอกล่วงหน้าก่อนขอ

・これ、頼める?
(kore, tanomeru? / อันนี้ฝากได้ไหม)

・悪いけど、頼むよ。
(warui kedo, tanomu yo / ขอโทษนะ แต่ฝากด้วยนะ)

【ตอนแยกย้าย ฝากงาน】
・あとは頼んだ。
(ato wa tanonda / ที่เหลือฝากด้วยนะ)

【ขอร้องแบบสุดตัว】
・一生のお願い、頼む!
(isshou no onegai, tanomu! / ขอร้องครั้งเดียวในชีวิตเลย ขอร้องล่ะ!)

ประโยค ちょっと頼みがあるんだけど ดูมีประโยชน์มากเลยครับ! บอกก่อนว่าจะขอ แล้วค่อยขอจริง ๆ
Kodak

จับจุดได้ดีมากครับ! คนญี่ปุ่นชอบ เกริ่นก่อนขอ มากนะครับ

เพราะการโยนคำขอออกมาทันทีมันกดดันอีกฝ่ายเกินไปครับ การเกริ่นก่อนเป็นการ ให้เวลาเขาเตรียมใจและเปิดทางให้ปฏิเสธได้ ครับ

ถ้าเป็นการพูดกับผู้ใหญ่ ก็เปลี่ยนเป็น お願いしたいことがあるのですが(onegai shitai koto ga aru no desu ga)ครับ

สรุป 頼む

頼む = ฝาก + พึ่งพา ⇒ ภาพแกนกลางคือ “เอาน้ำหนักของตัวเองไปวางพิงไว้กับอีกคน”
⇒ ญาติของมันคือ 頼り(ที่พึ่ง)・頼もしい(น่าไว้วางใจ)・信頼(ความไว้วางใจ)
●มี 4 ความหมาย ⇒ ขอร้อง / ฝากไว้ในมือ / พึ่งพา / เรียกมาและสั่งของ
頼む วางผู้พูดไว้ในตำแหน่งเท่ากันหรือสูงกว่า ⇒ ห้ามใช้กับหัวหน้า อาจารย์ ลูกค้า แม้จะเติม ます แล้วก็ตาม
●มีกลิ่นความเป็นผู้ชาย โดยเฉพาะ 頼むよ・頼むぞ ⇒ ผู้หญิงมักเลือก お願い แทน
●คำไทยที่ใกล้ที่สุดคือ “ฝาก” และ “วาน” ⇒ ใช้ได้เฉพาะกับคนที่เราถือวิสาสะได้
●เจอผู้ใหญ่เมื่อไหร่ ให้เปลี่ยนเป็น お願いします ทันที
Kodak

頼む เป็นแค่หนึ่งช่องในแผนที่คำขอร้องของภาษาญี่ปุ่นนะครับ

ถ้าอยากเห็นภาพรวมว่า ください・お願いします・ちょうだい วางตัวอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับ 頼む ลองอ่านบทความนี้ต่อได้เลยครับ

คำขอร้องภาษาญี่ปุ่นทั้งระบบ ください・お願いします・頼む・ちょうだい ต่างกันตรงไหน

แหล่งอ้างอิง
「Weblio辞書「頼む」(デジタル大辞泉)(https://www.weblio.jp/content/頼む)」
「ウィクショナリー日本語版「たのむ」(https://ja.wiktionary.org/wiki/たのむ)」
「意味解説辞典「「頼む」と「お願い」の違いとは?」(https://meaning-dictionary.com/)」
「日本語教師のN1et「直接/間接的な依頼・指示表現と実際の使用状況」(https://jn1et.com/request-expression/)」