คำศัพท์ซูชิ ฉบับเข้าใจจริง|ทำไม “ซูชิ” ไม่ได้แปลว่าปลาดิบ และคำลับที่ช่างใช้ในร้าน

Kodak
วันนี้เรามาลุยคำศัพท์เรื่อง ซูชิ (寿司) กันครับ!

ซูชิเป็นของกินที่คนไทยคุ้นมาก ๆ ใช่ไหมครับ ตลาดนัดใกล้บ้านก็มีขายคำละสิบบาท แต่พอเปิดเมนูขึ้นมา คำอย่าง ชาริ / เนตะ / การิ / อางาริ ก็โผล่มาแบบไม่มีคำแปล

สิ่งที่ผมอยากให้จำก่อนอย่างแรกคือ “ซูชิ” ไม่ได้แปลว่า “ปลาดิบ” นะครับ ความหมายจริง ๆ ของมันอยู่ที่ “ข้าว” ต่างหาก!

เอ๋… ไม่ใช่ปลาดิบเหรอครับ? ผมเข้าใจมาตลอดเลยว่าซูชิคือปลาดิบวางบนข้าว
สารบัญ

ซูชิคืออะไรกันแน่? คำตอบอยู่ที่ “ข้าว” ไม่ใช่ “ปลา”

ซูชิ (寿司 / ซูชิ) คือ “ข้าวที่ปรุงด้วยน้ำส้มสายชู” ครับ ตัวชี้ขาดว่าอะไรเป็นซูชิหรือไม่เป็น ไม่ใช่ปลา แต่เป็นข้าวปรุงรสที่เรียกว่า ชาริ (しゃり) หรือ ซุเมชิ (酢飯) ต่างหาก

ข้าวชนิดนี้ทำจากข้าวญี่ปุ่นเมล็ดสั้น หุงเสร็จแล้วคลุกด้วยส่วนผสมของ น้ำส้มสายชูหมักจากข้าว + น้ำตาล + เกลือ ถ้ามีข้าวแบบนี้อยู่ มันคือซูชิ ถ้าไม่มี ก็ไม่ใช่ซูชิ ง่าย ๆ แค่นั้นเลยครับ

Kodak

ลองทดสอบกฎนี้ดูนะครับ

อินาริซูชิ (ข้าวยัดในเต้าหู้ทอด) ไม่มีปลาสักชิ้น แต่มีข้าวปรุงน้ำส้มสายชู ⇒ เป็นซูชิ
คัปปะมากิ (โรลไส้แตงกวา) ก็ไม่มีปลา แต่มีข้าวปรุง ⇒ เป็นซูชิ
ซาชิมิ ปลาดิบล้วน ๆ ไม่มีข้าว ⇒ ไม่ใช่ซูชิ

อ๋อ… งั้นร้านที่เขียนป้ายว่า “ซูชิ & ซาชิมิ” ก็คือเขาแยกกันจริง ๆ ไม่ได้เขียนซ้ำซ้อนสินะครับ
Kodak
ถูกต้องเลยครับ! เขาแยกเพราะมันคนละหมวดกันจริง ๆ ไม่ใช่แค่เขียนให้ดูยาว ๆ นะครับ

รากศัพท์ของคำว่า “ซูชิ” แปลว่า “เปรี้ยว”

ที่น่าสนุกคือรากศัพท์ของคำนี้ก็ยืนยันเรื่องเดียวกัน

คำว่า すし (ซูชิ) มาจากรูปเก่าของคำคุณศัพท์ญี่ปุ่น 酸い (ซุย) ที่แปลว่า “เปรี้ยว” รูปกริยาช่วยแบบโบราณของมันคือ 酸し (ซูชิ) ซึ่งก็คือชื่ออาหารที่เราเรียกกันทุกวันนี้เลยครับ

แปลตรงตัวคือ “ของเปรี้ยว” ไม่มีคำว่าปลาอยู่ในชื่อแม้แต่ตัวเดียว

จุดตั้งต้นที่ต้องจำ
すし ⇐ 酸し (ซูชิ) ⇐ 酸い (ซุย = เปรี้ยว)

สิ่งที่ทำให้ “เปรี้ยว” คือน้ำส้มสายชูในข้าว

ตัวชี้ขาดของซูชิ = ข้าวปรุงน้ำส้มสายชู (ชาริ) ไม่ใช่ปลา

ส่วนตัวคันจิ 寿司 ที่เห็นตามป้ายร้านนั้นเป็นการหยิบตัวอักษรที่อ่านออกเสียงใกล้เคียงมาใช้ทีหลัง (寿 = อายุยืน, 司 = ดูแล) เป็นการเลือกคำมงคลมาเขียน ไม่ได้เกี่ยวกับความหมายเดิมนะครับ

คำศัพท์ซูชิแบ่งเป็น 3 ชั้น จำแบบนี้แล้วไม่หลง

Kodak

คำศัพท์ในร้านซูชิมันเยอะจนท้อใช่ไหมครับ ผมมีวิธีจัดระเบียบให้ครับ

ลองแบ่งมันเป็น 3 ชั้น ตามระดับ “ความคุ้นเคยของคนนอกญี่ปุ่น” ดูนะครับ แล้วจะเห็นภาพขึ้นเยอะเลย

ชั้นที่ 1 คำที่คนทั้งโลกรู้จัก (แต่มักเข้าใจคลาดเคลื่อน) ⇒ ซูชิ / ซาชิมิ / วาซาบิ / นิงิริ / มากิ
ชั้นที่ 2 คำที่เห็นในร้านทุกครั้ง แต่ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร ⇒ ชาริ / เนตะ / การิ / เกตะ / กุงกัง
ชั้นที่ 3 คำลับของช่างซูชิ (ฟุโจว 符牒) ⇒ อางาริ / มุราซากิ / นามิดะ / เกียวกุ
โห แค่จัดกลุ่มก็ดูไม่น่ากลัวแล้วครับ ชั้นที่ 3 นี่คือคำลับจริง ๆ เหรอครับ?

ชั้นที่ 1|คำที่คุณรู้จักอยู่แล้ว แต่ความหมายเพี้ยนไปหน่อย

นิงิริ (握り) = “การบีบด้วยมือ”

นิงิริซูชิ (握り寿司) คือรูปแบบที่เรานึกถึงเวลาพูดคำว่าซูชิ นั่นคือก้อนข้าวรูปรียาว ๆ ที่ช่างบีบขึ้นรูปด้วยฝ่ามือ แล้ววางหน้าปลาทับไว้ด้านบน

คำว่า 握る (นิงิรุ) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “กำ, บีบด้วยมือ” ตรงตัวเลยครับ ชื่อนี้จึงบอกวิธีทำ ไม่ได้บอกว่าใส่ปลาอะไร

เนตะ (ネタ) = ของที่วางอยู่ข้างบน

ไอ้ปลาที่วางทับข้าวอยู่นั้นเรียกว่า เนตะ ครับ ในเมนูไทยมักแปลว่า “หน้า” เช่น “หน้าแซลมอน” ก็คือ เนตะแซลมอน นั่นเอง

คำนี้มีที่มาสนุกมาก มันคือคำว่า タネ (ทาเนะ) ที่แปลว่า “วัตถุดิบ, เมล็ดพันธุ์” แล้วเอามาอ่านกลับหลังเป็น ネタ (เนตะ) ครับ การกลับพยางค์แบบนี้เป็นวิธีสร้างศัพท์ลับของช่างฝีมือญี่ปุ่นสมัยเอโดะ

อ่านกลับหลังเนี่ยนะครับ! เหมือนภาษาคำผวนของไทยเลยนะครับเนี่ย
Kodak

ใช่เลยครับ! หลักการเดียวกันเป๊ะ คือพูดกันเองในหมู่คนวงในให้ลูกค้าฟังไม่ออกนะครับ

คำว่า ネタ ทุกวันนี้หลุดออกจากร้านซูชิไปไกลมากแล้วครับ คนญี่ปุ่นใช้คำนี้กับ “ประเด็นข่าว” หรือ “มุกตลก” ด้วยนะครับ

ซาชิมิ (刺身) = “เนื้อที่ถูกเสียบ”

ซาชิมิคือเนื้อปลาดิบหั่นบาง เสิร์ฟเปล่า ๆ ไม่มีข้าว ตามที่บอกไปตอนต้นครับว่ามันไม่ใช่ซูชิ

ชื่อของมันแปลตรงตัวว่า “เนื้อที่ถูกเสียบ” (刺し=เสียบ, 身=เนื้อ) ซึ่งฟังดูแปลกมาก เพราะขั้นตอนทำจริง ๆ คือการ “หั่น” ไม่ใช่ “เสียบ”

เหตุผลอยู่ที่สังคมซามูไรยุคมุโรมาจิครับ คำว่า 切る (คิรุ = ตัด, ฟัน) เป็นคำอัปมงคลสำหรับนักรบ เพราะมันชวนให้นึกถึงการฟันคนและการคว้านท้อง เขาเลยเลี่ยงไปใช้คำว่า “เสียบ” แทน ชื่ออาหารจึงกลายเป็น 刺身 มาจนทุกวันนี้

ประเด็น นิงิริ vs ซาชิมิ เป็นเรื่องที่คนเข้าใจสลับกันมากที่สุด และมันมีรายละเอียดเรื่องวิธีหั่น วิธีจิ้มโชยุ และมารยาทอีกเยอะ
ผมแยกเขียนไว้เป็นบทความเต็มแล้วครับ ⇒ 「นิงิริ กับ ซาชิมิ ต่างกันยังไง?」 (ลิงก์อยู่ท้ายบทความนี้ครับ)

วาซาบิ (山葵) = ของเผ็ดที่ “ขึ้นจมูก” ไม่ใช่ “แสบลิ้น”

วาซาบิเป็นคำที่คนไทยรู้จักดี แต่ผมกล้าพูดเลยว่า วาซาบิที่คนส่วนใหญ่เคยกิน ไม่ใช่วาซาบิ ครับ

วาซาบิแท้คือพืชชื่อวิทยาศาสตร์ Eutrema japonicum ปลูกยากมาก แต่ของที่อยู่ในหลอดหรือในถ้วยเล็ก ๆ ตามร้านทั่วไปส่วนใหญ่คือ ฮอร์สแรดิช ผสมมัสตาร์ดแล้วแต่งสีเขียว ซึ่งภาษาไทยเรียกว่า “วาซาบิฝรั่ง” นั่นเองครับ

Kodak

และตรงนี้แหละครับที่ ภาษาไทยได้เปรียบภาษาอื่นมาก นะครับ!

ความแรงของวาซาบิ ภาษาไทยมีคำตรงตัวอยู่แล้วคือ “ฉุน” ไม่ใช่ “เผ็ด” แบบพริก
พริกจะร้อนที่ลิ้น ส่วนวาซาบิจะพุ่งขึ้นจมูก คนไทยแยกสองอย่างนี้ออกโดยสัญชาตญาณอยู่แล้วนะครับ

จริงด้วยครับ! ผมไม่เคยพูดว่า “วาซาบิเผ็ด” เลยนะ พูดว่า “ฉุนขึ้นจมูก” ตลอด

เรื่องวาซาบิแท้กับวาซาบิปลอม สารที่ทำให้ฉุน และเหตุผลที่ช่างซ่อนวาซาบิไว้ใต้ปลา ผมเขียนแยกไว้ที่นี่ครับ
「วาซาบิ (wasabi) แปลว่าอะไร? ทำไมมัน “ฉุน” ไม่ใช่ “เผ็ด”」 (ลิงก์อยู่ท้ายบทความนี้ครับ)

ชั้นที่ 2|คำที่เห็นทุกครั้งที่ไปร้าน แต่ไม่เคยรู้ว่าแปลว่าอะไร

ชาริ (シャリ) = ข้าวปรุงน้ำส้มสายชู

คำนี้คือหัวใจของทั้งเรื่องครับ ชาริ หมายถึงข้าวที่ปรุงด้วยน้ำส้มสายชูแล้ว

ที่มาของคำนี้ลึกกว่าที่คิด มันมาจากคำว่า 舎利 (ชาริ) ซึ่งเป็นคำในพระพุทธศาสนา ถอดเสียงมาจากภาษาสันสกฤตว่า śarīra แปลว่า “ร่างกาย” และในรูปพหูพจน์หมายถึง “พระบรมสารีริกธาตุ” หรือกระดูกของพระพุทธเจ้านั่นเองครับ

เหตุผลที่เอามาเรียกข้าว ก็เพราะเมล็ดข้าวสีขาวเล็ก ๆ มีลักษณะคล้ายพระธาตุ พระคูไก (空海) พระเถระผู้ก่อตั้งนิกายชินงงในศตวรรษที่ 8-9 ก็บันทึกไว้ในหนังสือ 『秘蔵記』 ว่า “ที่อินเดียเรียกเมล็ดข้าวว่าชาริ เพราะพระธาตุก็คล้ายเมล็ดข้าว” ครับ

โอ้โห… คำว่า “สารีริกธาตุ” กับ “ข้าวซูชิ” เป็นคำเดียวกันเหรอครับ? คนไทยน่าจะเก็ตเร็วกว่าชาติอื่นเลยนะครับเนี่ย
Kodak

ใช่ครับ นี่คือข้อได้เปรียบของคนไทยเลยนะครับ! คำสันสกฤต śarīra เดินทางเข้าไทยเป็น “สรีระ / สารีริกธาตุ” และเดินทางเข้าญี่ปุ่นเป็น 舎利 (ชาริ) จากรากเดียวกันเป๊ะ

เวลาจำคำว่า ชาริ ก็นึกถึงคำว่า “สรีระ” ไว้นะครับ จำง่ายกว่าท่องเปล่า ๆ เยอะเลย

การิ (ガリ) = ขิงดอง

การิ คือขิงอ่อนหั่นบางดองในน้ำส้มสายชูกับน้ำตาล ที่ร้านให้มาเป็นแผ่นสีชมพูอ่อน ๆ นั่นแหละครับ ภาษาไทยเรียกตรง ๆ ว่า ขิงดอง

ชื่อของมันเป็น คำเลียนเสียง ครับ เสียง “การิ ๆ” (ガリガリ) ในภาษาญี่ปุ่นคือเสียงกัดของแข็งกรอบ ๆ นั่นเอง

คนไทยหลายคนกินการิเป็นของแกล้มเล่น ๆ แต่จริง ๆ แล้วมันมีหน้าที่เฉพาะเจาะจงมาก และวิธีกินที่ถูกก็มีอยู่จริง
「การิ (gari) คืออะไร? ขิงดองในร้านซูชิที่ชื่อมาจากเสียงกัด」 (ลิงก์อยู่ท้ายบทความนี้ครับ)

เกตะ (下駄) = ถาดไม้ที่ใช้วางซูชิ

ถาดไม้สี่เหลี่ยมที่มีขาเตี้ย ๆ สองข้างสำหรับวางซูชิ เรียกว่า เกตะ ครับ ชื่อนี้มาจาก เกี๊ยะไม้ญี่ปุ่น (下駄) ที่คนสมัยก่อนใส่ เพราะรูปทรงมันเหมือนกันเป๊ะ คือมีแผ่นเรียบข้างบนและมีขายกสองอัน

กุงกังมากิ (軍艦巻き) = “โรลเรือรบ”

ซูชิที่เอาสาหร่ายพันรอบข้างเป็นกำแพงแล้วใส่ไข่ปลาหรือของเหลว ๆ ไว้ข้างบน เรียกว่า กุงกังมากิ

軍艦 (กุงกัง) แปลว่า “เรือรบ” ครับ เพราะกำแพงสาหร่ายรอบตัวมันดูเหมือนลำเรือรบที่มีขอบสูง ๆ นั่นเอง ซูชิหน้าไข่ปลาแซลมอนหรือไข่ปลาบินที่คนไทยชอบสั่ง ส่วนใหญ่ก็อยู่ในรูปนี้ทั้งนั้น

ชั้นที่ 3|”ฟุโจว” คำลับของช่างซูชิ ที่ลูกค้าไม่ควรใช้

Kodak

มาถึงชั้นที่สนุกที่สุดแล้วครับ!

คำกลุ่มนี้เรียกว่า ฟุโจว (符牒) แปลว่า “รหัสของคนวงใน” เป็นคำที่ช่างกับพนักงานใช้คุยกันเอง ไม่ได้มีไว้ให้ลูกค้าใช้นะครับ

อางาริ (あがり) = ชา

อางาริ คือชาที่เสิร์ฟในร้านซูชิครับ มาจากคำเต็มว่า อางาริบานะ (上がり花) ซึ่งเป็นศัพท์จากย่านโคมแดงสมัยเอโดะ

ที่มาสั้น ๆ คือ ในวงการเกอิชา คำว่า “ฝนชา” (お茶を挽く) แปลว่าเกอิชาที่ไม่มีลูกค้าเรียก จึงเป็นคำอัปมงคล เขาเลยเลี่ยงคำว่า “ชา” แล้วใช้คำมงคลอย่าง “อางาริ” (จากภาพเกอิชาที่ได้ขึ้นเรือน) แทนครับ

มุราซากิ (むらさき) = โชยุ

มุราซากิ แปลตรงตัวว่า “สีม่วง” ใช้เรียกซอสถั่วเหลืองหรือโชยุครับ

มีหลายทฤษฎีเรื่องที่มา ทฤษฎีที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือสีน้ำตาลแดงเข้มของโชยุ พอโดนแสงบางมุมจะออกโทนม่วง อีกทฤษฎีคือในสมัยเอโดะ สีม่วงเป็นสีของชนชั้นสูง และโชยุก็เป็นเครื่องปรุงราคาแพงมีค่า การเรียกว่า “มุราซากิ” จึงเป็นการยกย่องมูลค่าของมันครับ

นามิดะ (なみだ) = วาซาบิ

นามิดะ แปลว่า “น้ำตา” ครับ เหตุผลชัดเจนมาก ๆ คือใส่วาซาบิเยอะเมื่อไหร่ น้ำตาก็ไหลเมื่อนั้น

ถ้าคุณเคยเจอเมนู “นามิดะมากิ” นั่นคือโรลใส่วาซาบิเพียว ๆ นะครับ ระวังหน่อย

เกียวกุ (ぎょく) = ไข่หวาน

เกียวกุ คือไข่ม้วนหวานที่วางบนข้าว ชื่อนี้มาจากการอ่านคันจิ (ที่แปลว่า “ลูกกลม” และใช้ในคำว่า 玉子 = ไข่) ด้วยเสียงจีนว่า เกียวกุ แทนที่จะอ่านแบบญี่ปุ่นว่า ทามาโกะ ครับ

การเปลี่ยนวิธีอ่านคันจิให้คนนอกฟังไม่ออก ก็เป็นเทคนิคสร้างศัพท์ลับอีกแบบหนึ่งเลย

เอ๊ะ… ถ้าเป็นคำลับของคนวงใน แล้วผมพูดว่า “ขออางาริหน่อยครับ” จะเป็นไรไหมครับ?
Kodak

คำถามดีมากครับ! คำตอบคือ ไม่ผิดกฎหมาย แต่คนญี่ปุ่นจะรู้สึกเก้ ๆ กัง ๆ นิดหน่อย นะครับ

มันให้ความรู้สึกประมาณว่ามีคนนอกพยายามพูดศัพท์ในครัวให้ดูเป็นพวกเดียวกัน ญี่ปุ่นมีคำเรียกอาการนี้ว่า ยาโบะ (野暮) แปลว่า “เชย, ไม่รู้กาลเทศะ” ครับ

สั่งว่า 「お茶ください」(โอฉะ คุดาไซ = ขอชาหน่อยครับ) ธรรมดา ๆ นี่แหละดูดีที่สุดนะครับ

เรื่องอางาริมีรายละเอียดอีกเยอะครับ ทั้งที่มาจากย่านเกอิชา ทำไมต้องใช้ชาผงและทำไมต้องร้อนจัด รวมถึงข้อถกเถียงว่ามันคือ “ชาแก้วแรก” หรือ “ชาแก้วสุดท้าย” กันแน่
「อางาริ (agari) แปลว่าอะไร? คำลับที่แปลว่า “ชา” และเหตุผลที่ลูกค้าไม่ควรพูด」 (ลิงก์อยู่ท้ายบทความนี้ครับ)

ตารางสรุปคำศัพท์ซูชิที่ใช้ได้จริง

รวบยอดทั้งหมดไว้ตรงนี้ เอาไว้เปิดดูตอนนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ได้เลยครับ

คำศัพท์ซูชิที่ควรรู้

【ตัวอาหาร】
ซูชิ (寿司) — ข้าวปรุงน้ำส้มสายชู (ไม่ใช่ “ปลาดิบ”)
นิงิริ (握り) — ก้อนข้าวบีบมือวางหน้าปลา
ซาชิมิ (刺身) — ปลาดิบหั่นบาง ไม่มีข้าว ⇒ ไม่ใช่ซูชิ
มากิ (巻き) — โรลพันสาหร่าย (คัปปะมากิ = ไส้แตงกวา)
กุงกังมากิ (軍艦巻き) — “โรลเรือรบ” ล้อมสาหร่ายใส่ไข่ปลา
อินาริซูชิ (稲荷寿司) — ข้าวยัดในเต้าหู้ทอด (ไม่มีปลาแต่เป็นซูชิ)

【ส่วนประกอบ】
ชาริ (シャリ) — ข้าวปรุงน้ำส้มสายชู (จากคำว่า 舎利 = พระธาตุ)
เนตะ (ネタ) — หน้าที่วางบนข้าว (จาก タネ อ่านกลับหลัง)
การิ (ガリ) — ขิงดอง (จากเสียงกัด “การิ ๆ”)
วาซาบิ (山葵) — ของฉุนขึ้นจมูก (ของแท้หายากมาก)
เกตะ (下駄) — ถาดไม้วางซูชิ (จากเกี๊ยะไม้)

【ฟุโจว 符牒 = คำลับของช่าง ลูกค้าไม่ควรใช้】
อางาริ (あがり) — ชา
มุราซากิ (むらさき) — โชยุ (“สีม่วง”)
นามิดะ (なみだ) — วาซาบิ (“น้ำตา”)
เกียวกุ (ぎょく) — ไข่หวาน (จากคันจิ 玉)

อ่านต่อแบบเจาะลึกทีละคำ

Kodak

คำที่ผมเกริ่นไว้ในบทความนี้ ผมแยกเขียนแบบละเอียดไว้ 4 บทความครับ

แต่ละคำมีเรื่องเบื้องหลังยาวกว่าที่คิดเยอะเลยนะครับ ค่อย ๆ อ่านทีละอันได้เลย!

บทความเจาะลึกรายคำ

วาซาบิ (wasabi) แปลว่าอะไร?
ทำไมภาษาไทยต้องใช้คำว่า “ฉุน” ไม่ใช่ “เผ็ด” และทำไมวาซาบิที่คุณกินอาจไม่ใช่วาซาบิ

การิ (gari) คืออะไร?
ขิงดองที่ตั้งชื่อตามเสียงกัด และหน้าที่จริง ๆ ของมันที่ไม่ใช่ “ผักแกล้ม”

อางาริ (agari) แปลว่าอะไร?
คำลับที่แปลว่า “ชา” ต้นทางจากย่านเกอิชาสมัยเอโดะ และเหตุผลที่ลูกค้าไม่ควรพูด

นิงิริ กับ ซาชิมิ ต่างกันยังไง?
เส้นแบ่งที่ชัดเจนที่สุดในโลกซูชิ พร้อมวิธีจิ้มโชยุที่ไม่ทำให้ข้าวแตก

สรุปคำศัพท์ซูชิ

ซูชิ = ข้าวปรุงน้ำส้มสายชู ไม่ใช่ “ปลาดิบ” ⇒ รากศัพท์คือ 酸し (ซูชิ) แปลว่า “เปรี้ยว”
⇒ อินาริซูชิและคัปปะมากิไม่มีปลา แต่เป็นซูชิ / ซาชิมิมีปลาแต่ไม่ใช่ซูชิ
คำศัพท์แบ่งเป็น 3 ชั้น ⇒ ชั้นที่คนทั้งโลกรู้จัก / ชั้นที่เห็นในร้าน / ชั้นคำลับของช่าง (ฟุโจว)
คำลับอย่าง อางาริ มุราซากิ นามิดะ เกียวกุ ลูกค้าไม่ควรใช้ ⇒ สั่ง “โอฉะ คุดาไซ” ธรรมดา ๆ ดูดีที่สุด
ชาริ (シャリ) มาจากรากสันสกฤตเดียวกับคำว่า “สรีระ” ⇒ จุดที่คนไทยได้เปรียบในการจำ
มื้อหน้าไปกินซูชิ ผมคงมองเมนูไม่เหมือนเดิมแล้วครับ ขอบคุณครับอาจารย์!
Kodak

ดีใจที่ช่วยได้ครับ!

คำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นสนุกตรงที่ทุกคำมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังเสมอนะครับ พอรู้ที่มาแล้วมันจะติดหัวเองโดยไม่ต้องท่องเลย

แหล่งอ้างอิง
Wikipedia “Sushi”(https://en.wikipedia.org/wiki/Sushi
Wikipedia “Wasabi”(https://en.wikipedia.org/wiki/Wasabi
語源由来辞典「刺身」(https://gogen-yurai.jp/sashimi/
語源由来辞典「上がり/あがり(お茶)」(https://gogen-yurai.jp/agari-cha/
nippon.com「おすし屋さんの業界用語」(https://www.nippon.com/ja/japan-data/h01735/
Mizkan「คำศัพท์เกี่ยวกับซูชิ」(https://sushi.mizkan.asia/th/sushi-vocabulary