เป็นคำที่คนไทยจำนวนมากได้ยินครั้งแรกจากการ์ตูนหรืออนิเมะ ตอนตัวละครตะโกนเชียร์กันในสนามแข่งใช่ไหมครับ?
ซับไทยมักขึ้นว่า “สู้ ๆ นะ” ซึ่งก็ใกล้เคียงมากครับ แต่ถ้าเข้าใจแกนของคำนี้จริง ๆ จะเห็นว่ามันไม่ใช่การขอให้ “โชคดี” แต่เป็นการฝากความหวังไว้กับ “ความพยายามของอีกฝ่าย”ครับ!
- 1 ganbatte แปลว่าอะไร? ความหมายหลักคือ “พยายามเข้านะ / สู้ ๆ นะ”
- 2 ganbatte ≠ “โชคดี” จุดต่างที่คนไทยมักเข้าใจสลับกัน
- 3 ganbatte การ์ตูน: ทำไมเราถึงจำคำนี้ได้จากอนิเมะ
- 4 รูปต่าง ๆ ของ ganbatte ที่เจอบ่อยที่สุด
- 5 ข้อควรระวัง: จังหวะที่ “ไม่ควร” พูด ganbatte
- 6 ที่มาของคำ 頑張る: คันจิที่เห็นเป็นแค่ “ตัวยืมเสียง”
- 7 สรุปความหมายและวิธีใช้ ganbatte
ganbatte แปลว่าอะไร? ความหมายหลักคือ “พยายามเข้านะ / สู้ ๆ นะ”
「がんばって」(ganbatte / กัมบัตเตะ) แปลว่า “พยายามเข้านะ” “สู้ ๆ นะ” “อึดไว้นะ” เป็นคำให้กำลังใจที่คนญี่ปุ่นใช้บ่อยที่สุดคำหนึ่งในชีวิตประจำวันครับ
ตัวคำมาจากคำกริยา 「頑張る」(ganbaru / กัมบารุ) ที่แปลว่า “อดทนทำต่อไปจนสุด” “ทุ่มเทเต็มที่” เมื่อผันเป็นรูป て (te-form) ก็จะได้ 「がんばって」 ซึ่งใช้พูดกับอีกฝ่ายได้ทันที
สังเกตดีมากครับ! จริง ๆ แล้วรูปเต็มคือ 「がんばってください」(ganbatte kudasai / กัมบัตเตะ คุดะไซ) ที่แปลว่า “กรุณาพยายามนะครับ”
คนญี่ปุ่นตัด ください ทิ้งเวลาพูดกับเพื่อนหรือคนสนิท จนเหลือแค่ 「がんばって」 เหมือนที่เราพูดสั้น ๆ ว่า “สู้ ๆ” แทนที่จะพูดเต็มว่า “ขอให้พยายามเต็มที่นะครับ” นั่นแหละครับ
พจนานุกรมภาษาญี่ปุ่นเล่มมาตรฐานอย่าง デジタル大辞泉 (Digital Daijisen) ให้ความหมายของ 「頑張る」 ไว้ 3 ข้อ ซึ่งช่วยให้เห็นภาพรวมของคำนี้ได้ชัดขึ้นมากครับ
ความหมายของ 「頑張る」 ในพจนานุกรม
①「困難にめげないで我慢してやり抜く」
⇒ อดทนฝ่าความยากลำบากจนทำสำเร็จ = พยายาม, สู้ต่อไป
②「自分の考え・意志をどこまでも通そうとする」
⇒ ยืนกรานความคิดหรือเจตนาของตัวเองจนถึงที่สุด = ดื้อดึง, ไม่ยอมถอย
③「ある場所を占めて動かないでいる」
⇒ ปักหลักอยู่ตรงจุดหนึ่งแล้วไม่ขยับ = ยืนเฝ้า, ตรึงตำแหน่ง
ตรงนี้แหละครับคือหัวใจของคำนี้เลย!
ทั้งสามข้อมีภาพร่วมกันอยู่ภาพเดียว คือ “ปักหลักอยู่ตรงนั้น แล้วไม่ยอมถอย”
ไม่ยอมถอยจากความยากลำบาก = ความหมาย ①
ไม่ยอมถอยจากความคิดตัวเอง = ความหมาย ②
ไม่ยอมถอยจากตำแหน่งที่ยืน = ความหมาย ③
เพราะฉะนั้น 「がんばって」 จึงไม่ได้แปลว่า “ขอให้ทุกอย่างราบรื่น” แต่แปลว่า “ขอให้เธอยืนหยัดอยู่ตรงนั้นต่อไปนะ” ครับ
ประโยคตัวอย่างพื้นฐานของ 「がんばって」
【ให้กำลังใจก่อนสอบ】
・明日のテスト、がんばってね。
(อะชิตะ โนะ เทสึโตะ, กัมบัตเตะ เนะ.)
(สอบพรุ่งนี้ สู้ ๆ นะ)【ให้กำลังใจก่อนไปทำงาน】
・仕事、がんばってください。
(ชิโกโตะ, กัมบัตเตะ คุดะไซ.)
(ขอให้ทำงานเต็มที่นะครับ)【พูดถึงตัวเองว่ากำลังพยายามอยู่】
・毎日日本語をがんばっています。
(ไมนิจิ นิฮงโกะ โอะ กัมบัตเตะ อิมัส.)
(ผมพยายามเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่ทุกวันครับ)【ความหมาย ③ ปักหลักไม่ขยับ】
・入り口に警備員が頑張っているので入れない。
(อิริงุจิ นิ เคบิอิง กะ กัมบัตเตะ อิรุ โนะเดะ ไฮเระไน.)
(มี รปภ. ยืนตรึงอยู่ที่ทางเข้า เลยเข้าไปไม่ได้)
ganbatte ≠ “โชคดี” จุดต่างที่คนไทยมักเข้าใจสลับกัน
ทีนี้มาถึงจุดที่สำคัญที่สุดของบทความนี้ครับ
เวลาเพื่อนคนไทยกำลังจะไปสอบ เรามักพูดว่า “โชคดีนะ” ใช่ไหมครับ? แต่ถ้าแปลคำนั้นตรง ๆ เป็นภาษาญี่ปุ่นแล้วเอาไปใช้ จะรู้สึกแปลกทันทีครับ
คำอวยพรแบบ “โชคดีนะ” ในภาษาไทย (หรือ “Good luck” ในภาษาอังกฤษ) วางความหวังไว้ที่ “โชค” ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของคนฟัง
แต่ 「がんばって」 วางความหวังไว้คนละที่เลยครับ คือวางไว้ที่ “แรงพยายามของคนฟังเอง”
“โชคดีนะ” กับ 「がんばって」 ต่างกันตรงไหน
●โชคดีนะ / Good luck
⇒ “ขอให้สิ่งดี ๆ จากภายนอกเข้าข้างเธอ”
⇒ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับ ดวง / โชค / ฟ้าลิขิต
●がんばって (ganbatte)
⇒ “ขอให้เธอทุ่มเทของเธอออกมาให้หมดนะ”
⇒ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับ ความพยายามและความอดทนของตัวคนฟัง
ใช่เลยครับ! เข้าใจตรงนี้ได้ก็ถือว่าเก็บแกนของคำนี้ครบแล้วครับ
ภาษาญี่ปุ่นเองก็มีคำว่า 「幸運を祈ります」(kōun o inorimasu / โคอุง โอะ อิโนริมัส = ขอให้โชคดี) อยู่นะครับ แต่มันเป็นภาษาเขียนที่ฟังดูเป็นทางการและแข็งมาก จนแทบไม่มีใครพูดกับเพื่อนในชีวิตประจำวัน
เพราะฉะนั้นในสถานการณ์ที่คนไทยพูดว่า “โชคดีนะ” คนญี่ปุ่นเกือบทั้งหมดจะเลือกพูดว่า 「がんばって」 แทนครับ
ganbatte การ์ตูน: ทำไมเราถึงจำคำนี้ได้จากอนิเมะ
ถ้าถามว่าคนไทยได้ยิน 「がんばって」 ครั้งแรกจากไหน คำตอบส่วนใหญ่คือ การ์ตูนและอนิเมะ โดยเฉพาะแนวกีฬาครับ
ฉากที่ตัวละครยืนอยู่ข้างสนามแล้วตะโกนสุดเสียง ฉากก่อนตัวเอกลงแข่ง ฉากที่เพื่อนส่งกำลังใจให้กันตอนใกล้ถอดใจ ทั้งหมดนี้คือที่ที่คำว่า 「がんばって」 และ 「がんばれ」 ปรากฏถี่ที่สุด
เป็นคำเดียวกันครับ แค่คนละรูป!
「がんばれ」(ganbare / กัมบาเระ) คือรูปคำสั่ง (命令形) ของ 頑張る ครับ น้ำเสียงจะแรงและตรงกว่า เหมาะกับการตะโกนเชียร์ เลยเจอบ่อยมากในการ์ตูนกีฬา
ส่วน 「がんばって」(ganbatte) เป็นรูป て ที่ย่อมาจาก 「がんばってください」 น้ำเสียงจึงนุ่มกว่า เหมาะกับการพูดกับคนตรงหน้าในชีวิตจริงมากกว่าครับ
「がんばれ」⇒ เสียงเชียร์ที่ดังและตรง เหมือน “สู้เว้ย!” “ลุยเลย!” ⇒ เจอบ่อยในอนิเมะกีฬา, สนามแข่ง, ป้ายเชียร์
「がんばって」⇒ เสียงให้กำลังใจที่นุ่มและสุภาพกว่า เหมือน “สู้ ๆ นะ” ⇒ เจอบ่อยในบทสนทนาจริงกับเพื่อน เพื่อนร่วมงาน คนในครอบครัว
ใช่ครับ ปลอดภัยกว่าเยอะเลย!
「がんばれ」 ถ้าใช้กับคนที่ไม่สนิทหรืออายุมากกว่า อาจฟังดูเหมือนสั่งได้ครับ แต่ในสนามกีฬาหรือในการ์ตูนไม่มีปัญหาเลย เพราะมันคือ “เสียงเชียร์” ไม่ใช่ “คำสั่ง” นะครับ
อีกคำที่โผล่ในอนิเมะบ่อยไม่แพ้กันคือ 「ファイト」(faito / ไฟโตะ) ซึ่งยืมมาจากคำว่า “fight” ในภาษาอังกฤษ ความหมายใกล้เคียงกับ “สู้ ๆ” มากครับ แต่โทนจะเบาและวัยรุ่นกว่า 「がんばって」 และใช้ในสถานการณ์ที่จริงจังไม่ได้
รูปต่าง ๆ ของ ganbatte ที่เจอบ่อยที่สุด
คำว่า 頑張る เป็นคำกริยา เพราะฉะนั้นมันจะเปลี่ยนรูปไปตามสถานการณ์ได้อีกหลายแบบครับ
ไม่ต้องท่องทั้งหมดทีเดียวนะครับ แค่จำไว้ว่า “ใครเป็นคนพยายาม” ก็แยกออกแล้วครับ!
1. がんばってください / がんばってね = “ขอให้คุณพยายามนะ”
ทั้งสองรูปนี้คือ 「がんばって」 ที่เติมหางท้ายเพื่อปรับระดับความสุภาพครับ
「がんばってください」 เป็นรูปสุภาพมาตรฐาน ใช้กับคนที่เพิ่งรู้จัก เพื่อนร่วมงาน หรือคนที่ต้องรักษามารยาท
「がんばってね」 เติม ね เข้าไปเพื่อให้ฟังดูอ่อนโยนและใกล้ชิด เหมาะกับเพื่อนสนิทหรือครอบครัว ผู้หญิงญี่ปุ่นใช้รูปนี้บ่อยมากครับ
2. がんばります = “ผมจะพยายามเองครับ”
รูปนี้ประธานเปลี่ยนเป็น ตัวผู้พูดเอง ครับ ใช้ตอบรับเวลามีคนให้กำลังใจเรา หรือประกาศความตั้งใจกับหัวหน้า
【ตัวอย่าง】
A:がんばってください。(กัมบัตเตะ คุดะไซ = ขอให้พยายามนะครับ)
B:はい、がんばります!(ไฮ, กัมบาริมัส = ครับ ผมจะพยายามเต็มที่ครับ!)
3. がんばろう / がんばりましょう = “มาสู้ไปด้วยกันนะ”
รูปนี้คือ รูปชักชวน (意向形) ครับ ความพิเศษของมันคือ ผู้พูดนับตัวเองเข้าไปอยู่ในทีมด้วย
ความต่างตรงนี้ละเอียดอ่อนแต่สำคัญมากครับ!
「がんばって」 ⇒ ภาพของการยืนอยู่ข้างสนามแล้วผลักหลังอีกฝ่าย = ความสัมพันธ์แนวตั้ง
「がんばろう」 ⇒ ภาพของการลงไปวิ่งเคียงข้างกัน = ความสัมพันธ์แนวนอน
เวลาเจอสถานการณ์ที่พูด 「がんばって」 แล้วรู้สึกเหมือนเราลอยตัวอยู่คนเดียว ลองเปลี่ยนเป็น 「一緒にがんばりましょう」(อิชโชนิ กัมบาริมาโช = มาพยายามด้วยกันนะครับ) ดูครับ ความรู้สึกจะอบอุ่นขึ้นทันทีเลย
4. がんばっている / がんばった = “กำลังพยายามอยู่ / พยายามมาแล้ว”
สองรูปนี้ใช้บรรยายสภาพ ไม่ใช่ให้กำลังใจครับ
「がんばっている」 แปลว่า “กำลังทุ่มเทอยู่” ส่วน 「がんばった」 เป็นรูปอดีต แปลว่า “ทุ่มเทมาแล้ว”
โดยเฉพาะประโยค 「よくがんばったね」(yoku ganbatta ne / โยกุ กัมบัตตะ เนะ = เก่งมากนะที่พยายามขนาดนี้) เป็นคำชมที่คนญี่ปุ่นใช้กันบ่อยมาก และเป็นคำที่คนฟังดีใจที่สุดคำหนึ่งเลยครับ เพราะมันชมที่ “ความพยายาม” ไม่ใช่ “ผลลัพธ์”
สรุปรูปต่าง ๆ ของ 頑張る
・がんばれ(กัมบาเระ)⇒ สู้เว้ย! = เสียงเชียร์ที่ตรงและแรง
・がんばって(กัมบัตเตะ)⇒ สู้ ๆ นะ = รูปที่ใช้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน
・がんばってください(กัมบัตเตะ คุดะไซ)⇒ ขอให้พยายามนะครับ = รูปสุภาพ
・がんばります(กัมบาริมัส)⇒ ผมจะพยายามครับ = พูดถึงตัวเอง
・がんばろう / がんばりましょう(กัมบาโร / กัมบาริมาโช)⇒ สู้ไปด้วยกันนะ = ชวนกันทั้งสองฝ่าย
・よくがんばったね(โยกุ กัมบัตตะ เนะ)⇒ เก่งมากนะที่พยายามขนาดนี้ = คำชมความพยายาม
ข้อควรระวัง: จังหวะที่ “ไม่ควร” พูด ganbatte
นี่แหละครับคือกับดักที่ผู้เรียนหลายคนพลาด!
เพราะ 「がんばって」 เรียกร้อง “ความพยายามเพิ่ม” จากอีกฝ่าย ถ้าคนฟังพยายามจนหมดแรงไปแล้ว คำนี้จะกลายเป็นแรงกดดันทันทีครับ
ในญี่ปุ่นมีการพูดถึงเรื่องนี้กันเยอะครับ ว่าการพูด 「がんばって」 กับคนที่ป่วย เหนื่อยล้า หรือกำลังมีปัญหาสุขภาพจิต อาจทำให้เขารู้สึกว่า “แล้วฉันต้องพยายามอีกแค่ไหน” หรือ “เขาคิดว่าฉันยังพยายามไม่พอสินะ”
ในกรณีแบบนั้น คนญี่ปุ่นจะเลี่ยงไปใช้คำอื่นแทนครับ
・無理しないでね(muri shinaide ne / มุริ ชิไน เดะ เนะ)
(อย่าฝืนตัวเองนะ)
※ใช้กับคนที่ทุ่มเทมากเกินไปจนน่าเป็นห่วง
・応援しています(ōen shite imasu / โอเอ็ง ชิเตะ อิมัส)
(ผมเป็นกำลังใจให้อยู่นะครับ)
※ไม่ได้เรียกร้องอะไรจากอีกฝ่าย แค่บอกว่าเราอยู่ข้างเขา
・お大事に(odaiji ni / โอไดจิ นิ)
(ดูแลตัวเองด้วยนะครับ)
※ใช้กับคนป่วยโดยเฉพาะ
สรุปได้เยี่ยมมากครับ! จำแค่เส้นแบ่งนี้เส้นเดียวก็พอแล้วครับ
แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งที่ควรรู้ไว้ครับ คือการพูด 「がんばってください」 กับเจ้านายหรือลูกค้า อาจฟังดูไม่ค่อยเหมาะ เพราะเหมือนเราไป “ให้กำลังใจผู้ใหญ่จากที่สูงกว่า”
ในภาษาธุรกิจ คนญี่ปุ่นจะใช้ 「応援しております」 หรือ 「ご健闘をお祈りします」(go-kentō o oinori shimasu = ขอให้ประสบความสำเร็จครับ) แทนครับ
ที่มาของคำ 頑張る: คันจิที่เห็นเป็นแค่ “ตัวยืมเสียง”
มาถึงตรงนี้ลองมาดูรากของคำนี้กันสักหน่อยครับ เพราะเรื่องราวของ 「頑張る」 ค่อนข้างน่าสนใจ
คันจิที่เขียนว่า 頑(แข็งกระด้าง, ดื้อ)+ 張る(ขึง, ยืดออก) ดูเหมือนจะอธิบายความหมายได้พอดี แต่ความจริงแล้วคันจิชุดนี้เป็น 当て字 (ateji) คือตัวอักษรที่ยืมมาใส่ทีหลังเพราะเสียงตรงกัน ไม่ใช่ที่มาของความหมายจริง ๆ ครับ
มีสองทฤษฎีหลักครับ และที่น่าสนใจคือ ทั้งสองทฤษฎีชี้ไปที่ภาพเดียวกัน เลย!
①「我に張る」(ga ni haru) ⇒ “ยืนกรานความคิดของตัวเอง”
②「眼張る」(gan haru) ⇒ “จ้องตาไม่วางตา, เฝ้าจุดนั้นไว้”
ไม่ว่าจะเป็นการยืนกรานความคิด หรือการจ้องเป้าหมายไม่ยอมละสายตา ก็ล้วนคือ“ตรึงตัวเองไว้ตรงนั้น ไม่ยอมถอย” เหมือนกันครับ
คำว่า 「がんばる」 ปรากฏใช้มาตั้งแต่ สมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) แล้วครับ แต่ในตอนนั้นความหมายที่เด่นคือ “ดื้อดึง ไม่ยอมถอย” ซึ่งค่อนไปทางลบมากกว่าทางบวก
ความหมายแบบที่เราคุ้นเคยกันทุกวันนี้ คือ “อดทนพยายามจนถึงที่สุด” เพิ่งมาแพร่หลายในยุคหลัง โดยมีผู้เสนอว่าเริ่มใช้กันมากขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นยุคที่ญี่ปุ่นอยู่ในภาวะสงครามและต้องการคำปลุกใจให้คนทั้งประเทศ
「我に張る」(ยืนกรานความคิดตัวเอง) / 「眼張る」(จ้องไม่วางตา)
↓(เสียงกร่อนรวมกันเป็น がんばる)
สมัยเอโดะ:がんばる = ดื้อดึง, ปักหลักไม่ขยับ
↓(ยืมคันจิ 頑張 มาเขียนทีหลัง = ateji)
ปลายศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา:頑張る = อดทนพยายามจนสุดกำลัง
↓
ภาษาญี่ปุ่นปัจจุบัน:がんばって = สู้ ๆ นะ, พยายามเข้านะ
พอรู้ที่มาแล้วจะเห็นเลยครับว่าทำไม 「がんばって」 ถึงไม่ใช่คำที่เกี่ยวกับโชค
เพราะรากของมันคือภาพของคนที่ปักหลักยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ยอมขยับ ตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับ!
สรุปความหมายและวิธีใช้ ganbatte
ต่อไปนี้คือสรุปเนื้อหาทั้งหมดเกี่ยวกับคำว่า 「がんばって」 ครับ
⇒ ภาพแกนของคำคือ “ปักหลักอยู่ตรงนั้น ไม่ยอมถอย”
●ไม่ใช่ “โชคดีนะ” ⇒ ไม่ได้ฝากความหวังไว้กับโชค แต่ฝากไว้กับความพยายามของคนฟัง
●「がんばれ」 คือรูปคำสั่ง เสียงแรงกว่า ⇒ เจอบ่อยในการ์ตูนและอนิเมะกีฬา
●「がんばろう / がんばりましょう」 ⇒ “สู้ไปด้วยกัน” ผู้พูดนับตัวเองเข้าไปด้วย
●ข้อควรระวัง ⇒ อย่าพูดกับคนที่พยายามจนหมดแรงแล้ว ให้เปลี่ยนเป็น 「無理しないでね」 หรือ 「応援しています」
●คันจิ 頑張 เป็น ateji ⇒ รากจริงมาจาก 「我に張る」 หรือ 「眼張る」
「がんばって」 เป็นคำสั้น ๆ แค่ไม่กี่พยางค์ แต่ข้างในบรรจุวิธีมองโลกของคนญี่ปุ่นเอาไว้เต็ม ๆ เลยครับ
ครั้งหน้าถ้าได้ยินคำนี้ในอนิเมะ ลองนึกถึงภาพ “ปักหลักไม่ถอย” ดูนะครับ แล้วฉากนั้นจะดูมีน้ำหนักขึ้นอีกเยอะเลยครับ!
「デジタル大辞泉(小学館)/コトバンク(https://kotobank.jp/)」
「語源由来辞典(https://gogen-yurai.jp/ganbaru/)」
「Weblio辞書(https://www.weblio.jp/)」