นิงิริ กับ ซาชิมิ ต่างกันยังไง?|เส้นแบ่งที่ชัดที่สุดในโลกซูชิ และเหตุผลที่ซาชิมิไม่ใช่ซูชิ

Kodak
วันนี้เรามาเคลียร์เรื่องที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุดในโลกอาหารญี่ปุ่นครับ นั่นคือ นิงิริ (握り) กับ ซาชิมิ (刺身)!

ถ้าให้ตอบเร็ว ๆ ในหนึ่งบรรทัดคือแบบนี้ครับ

นิงิริ = ปลา + ข้าวปรุงน้ำส้มสายชู ⇒ เป็นซูชิ
ซาชิมิ = ปลาอย่างเดียว ไม่มีข้าว ⇒ ไม่ใช่ซูชิ

เดี๋ยวนะครับ! ซาชิมิไม่ใช่ซูชิเหรอครับ? ผมเห็นร้านไทยเขียนป้ายว่า “ซูชิ” แล้วมีซาชิมิอยู่ในเมนูตลอดเลยนะครับ
Kodak

นั่นแหละครับต้นเหตุของความสับสน! ร้านญี่ปุ่นเขาเขียนแยกเป็น 「寿司・刺身」 เสมอ เพราะมันคนละหมวดกันจริง ๆ นะครับ

วันนี้ผมจะพาไปดูตั้งแต่รากศัพท์เลยครับ แล้วคุณจะไม่มีวันสับสนอีกเลย!

กฎเหล็กข้อเดียวที่ตัดสินทุกอย่าง: มีข้าวหรือไม่มีข้าว

ก่อนอื่นต้องเข้าใจนิยามของคำว่า “ซูชิ” ให้ถูกก่อนครับ

ซูชิ (寿司) ถูกนิยามด้วย “ข้าวปรุงน้ำส้มสายชู” ไม่ใช่ “ปลาดิบ”

ข้าวชนิดนี้เรียกว่า ชาริ (シャリ) หรือ ซุเมชิ (酢飯) ทำจากข้าวญี่ปุ่นคลุกกับน้ำส้มสายชู น้ำตาล และเกลือ

ตัวคำว่า “ซูชิ” เองก็มาจากคำโบราณ 酸し (ซูชิ) ที่แปลว่า “เปรี้ยว” ครับ ความเปรี้ยวที่ว่านั่นคือความเปรี้ยวของข้าว ไม่ใช่ของปลาเลย

ทดสอบด้วยกฎข้อเดียว: “มีข้าวปรุงน้ำส้มสายชูไหม?”

นิงิริซูชิ (ปลาบนข้าวปั้น) ⇒ มีข้าว ⇒ เป็นซูชิ
มากิซูชิ (โรลสาหร่าย) ⇒ มีข้าว ⇒ เป็นซูชิ
อินาริซูชิ (ข้าวในเต้าหู้ทอด ไม่มีปลาเลย) ⇒ มีข้าว ⇒ เป็นซูชิ
คัปปะมากิ (โรลแตงกวา ไม่มีปลาเลย) ⇒ มีข้าว ⇒ เป็นซูชิ
ซาชิมิ (ปลาดิบล้วน ๆ) ⇒ ไม่มีข้าว ⇒ ไม่ใช่ซูชิ

โห… คือของที่ไม่มีปลาเลยกลับเป็นซูชิ ส่วนของที่มีแต่ปลากลับไม่ใช่ซูชิ กลับหัวกับที่ผมคิดเลยครับ!

นิงิริ (握り) แปลว่า “การบีบด้วยมือ”

นิงิริซูชิ (握り寿司) คือรูปแบบที่คนทั่วโลกนึกถึงเวลาพูดว่า “ซูชิ” นั่นคือก้อนข้าวรูปรี ๆ ที่มีปลาวางทับอยู่ด้านบน

ชื่อของมันมาจากกริยา 握る (นิงิรุ) ที่แปลว่า “กำ, บีบด้วยมือ” ครับ

สังเกตนะครับว่าชื่อนี้บอก “วิธีทำ” ไม่ได้บอกว่าข้างบนเป็นปลาอะไร ดังนั้นถ้าจะพูดให้ครบต้องบอกชื่อเนตะ (หน้า) ด้วย เช่น

【วิธีเรียกชื่อนิงิริ】
マグロの握り (มางุโระ โนะ นิงิริ) = นิงิริหน้าทูน่า
サーモンの握り (ซามง โนะ นิงิริ) = นิงิริหน้าแซลมอน
エビの握り (เอบิ โนะ นิงิริ) = นิงิริหน้ากุ้ง

※ โครงสร้าง 「A の B」 = “B ของ A” ⇒ ใช้ได้กับทุกอย่างในภาษาญี่ปุ่นเลยครับ

ระวังสับสน: นิงิริ ≠ โอนิงิริ

Kodak

ตรงนี้คนไทยพลาดกันเยอะมากครับ!

握り (นิงิริ) กับ おにぎり (โอนิงิริ) ออกเสียงคล้ายกันจนเกือบเหมือน แต่เป็นคนละอาหารกันเลย นะครับ

握り (นิงิริ) ⇒ ซูชิ ⇒ ใช้ข้าวปรุงน้ำส้มสายชู ⇒ มีปลาวางบน ⇒ กินที่ร้านซูชิ
おにぎり (โอนิงิริ) ⇒ ข้าวปั้น ⇒ ใช้ข้าวสวยธรรมดา ⇒ ยัดไส้ข้างใน พันสาหร่าย ⇒ ซื้อที่ร้านสะดวกซื้อ

โอนิงิริคือ “ข้าวปั้น” ที่คนไทยเห็นในเซเว่นอีเลฟเว่นนั่นแหละครับ ข้างในเป็นบ๊วยดอง ทูน่ามายองเนส หรือปลาแซลมอนย่าง และใช้ข้าวสวยธรรมดาที่ไม่ได้ปรุงน้ำส้มสายชู

ดังนั้น โอนิงิริไม่ใช่ซูชิ เช่นกันครับ ตามกฎเหล็กข้อเดียวของเราเลย

อ๋อ! กฎเดียวใช้ได้หมดเลยนะครับ แค่ถามว่า “ข้าวปรุงน้ำส้มสายชูหรือเปล่า” ก็จบเลยครับ

ประวัติ: นิงิริคือฟาสต์ฟู้ดของคนเอโดะ

นิงิริซูชิไม่ใช่อาหารเก่าแก่โบราณอย่างที่หลายคนคิดนะครับ มันเกิดขึ้นในช่วง ยุคบุนเซ (ราวปี 1818–1831) ที่เมืองเอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) ซึ่งนับแล้วก็แค่ราวสองร้อยปีเท่านั้น

คนที่มักถูกยกให้เป็นผู้คิดค้นคือ ฮานายะ โยเฮ (華屋与兵衛) ซึ่งเปิดร้านที่ย่านเรียวโงกุในปี 1824

และรูปแบบดั้งเดิมของมันคือ อาหารริมทางขายจากแผงลอย ครับ! คนงานเอโดะยืนกินด้วยมือแล้วเดินต่อ เป็นฟาสต์ฟู้ดของยุคนั้นจริง ๆ

ที่น่าสนใจคือขนาดของมันในสมัยนั้นใหญ่กว่าปัจจุบันราว 2–3 เท่า เพราะมันคือมื้ออาหารจริงจัง ไม่ใช่ของกินเล่นแบบทุกวันนี้ครับ

ซาชิมิ (刺身) แปลว่า “เนื้อที่ถูกเสียบ” — และชื่อนี้มีเบื้องหลัง

ซาชิมิ คือเนื้อปลา (หรือบางครั้งเนื้อสัตว์อื่น) หั่นบาง ๆ เสิร์ฟดิบ ๆ ไม่มีข้าว จิ้มโชยุกับวาซาบิกิน

คันจิที่ใช้เขียนคือ 刺身 ประกอบด้วย

คันจิ 刺身 (ซาชิมิ)
刺し (ซาชิ) = เสียบ, แทง
身 (มิ) = เนื้อ, ตัว

รวมกันได้ “เนื้อที่ถูกเสียบ”

※ แต่วิธีทำจริง ๆ คือการ “หั่น” ไม่ใช่ “เสียบ” ⇒ ทำไมถึงตั้งชื่อแบบนี้?

จริงด้วยครับ! ไม่เห็นมีอะไรถูกเสียบเลยนะครับ ทำไมไม่เรียกว่า “เนื้อที่ถูกหั่น” ล่ะครับ?
Kodak
คำถามเข้าเป้ามากครับ! คำตอบคือ ซามูไรไม่ชอบคำว่า “ตัด” ครับ

คำว่าซาชิมิปรากฏมาตั้งแต่ ยุคมุโรมาจิ (ศตวรรษที่ 14–16) ซึ่งเป็นสังคมที่นักรบมีอำนาจ

ในสังคมนั้น คำว่า 切る (คิรุ) ที่แปลว่า “ตัด, ฟัน” เป็นคำอัปมงคลอย่างมาก เพราะมันชวนให้นึกถึงการฟันคน และการคว้านท้อง (เซ็ปปุกุ)

ถ้าตั้งชื่ออาหารว่า 切り身 (คิริมิ) = “เนื้อที่ถูกตัด” ก็จะฟังดูไม่เป็นมงคลเอามาก ๆ เขาจึงเลี่ยงไปใช้คำว่า 刺す (ซาสุ) = “เสียบ” แทน กลายเป็น 刺身 มาจนถึงทุกวันนี้ครับ

Kodak

เกร็ดเพิ่มนะครับ ทางฝั่งคันไซ (โอซาก้า เกียวโต) เขาเลี่ยงคำแรงกว่านั้นอีกครับ

เขาเรียกซาชิมิว่า お造り (โอสึคุริ) ที่แปลว่า “ของที่ถูกสร้างขึ้น” เลี่ยงทั้งคำว่าตัดและคำว่าเสียบไปเลยครับ!

ถ้าไปโอซาก้าแล้วเห็นคำว่า 「お造り」 ในเมนู นั่นคือซาชิมินั่นแหละนะครับ

อ๋อ… ภาษาญี่ปุ่นนี่เลี่ยงคำเก่งจริง ๆ นะครับ ได้ประโยชน์มากเลยครับ ถ้าไปเจอเมนูจะได้ไม่งง

ของที่มากับซาชิมิ: “สึมะ” ไม่ใช่แค่ของตกแต่ง

เวลาสั่งซาชิมิ คุณจะได้หัวไชเท้าซอยฝอยขาว ๆ ใบเขียว ๆ และวาซาบิมาด้วยเสมอ

ของพวกนี้เรียกรวมกันว่า อาชิไร (あしらい) และแบ่งย่อยได้อีก ซึ่งหลายคนคิดว่าเป็นแค่ของตกแต่ง แต่ความจริงมันมีหน้าที่จริงจังครับ

ของที่มากับซาชิมิ

けん (เค็ง) — หัวไชเท้าหรือแครอทซอยฝอย กองสูงไว้ด้านหลัง ชื่อมาจากคำว่า “ดาบ” (剣) เพราะซอยเป็นเส้นแหลม
つま (สึมะ) — ใบชิโสะ สาหร่าย มะนาว ดอกไม้กินได้ วางด้านข้างหรือด้านหน้า
薬味 (ยาคุมิ) — วาซาบิ ขิง เมียวงะ ⇒ ของที่มีกลิ่นแรง

หน้าที่ของพวกมัน ⇒ เพิ่มสีสัน / ลดกลิ่นคาว / ชะลอการเสีย / ปรับรสให้สดชื่นขึ้น

กินได้และควรกินด้วยครับ! ไม่ใช่พลาสติกตกแต่ง

โอ๊ะ ผมเขี่ยหัวไชเท้าทิ้งมาตลอดเลยครับ! ไม่รู้เลยว่ามันกินได้

ตารางเปรียบเทียบ นิงิริ vs ซาชิมิ แบบครบทุกมุม

นิงิริ vs ซาชิมิ

【ข้าว】
นิงิริ ⇒ มี (ข้าวปรุงน้ำส้มสายชู) / ซาชิมิ ⇒ ไม่มี

【จัดอยู่ในหมวด】
นิงิริ ⇒ ซูชิ / ซาชิมิ ⇒ ไม่ใช่ซูชิ (เป็นเมนูปลาดิบต่างหาก)

【วาซาบิ】
นิงิริ ⇒ ช่างสอดไว้ใต้ปลาให้แล้ว / ซาชิมิ ⇒ เสิร์ฟแยกให้เติมเอง

【วิธีจิ้มโชยุ】
นิงิริ ⇒ ตะแคงแล้วจิ้มด้านปลา / ซาชิมิ ⇒ จิ้มได้ตามปกติ

【วิธีกิน】
นิงิริ ⇒ ใช้มือหรือตะเกียบก็ได้ / ซาชิมิ ⇒ ใช้ตะเกียบ

【หน่วยนับ】
นิงิริ ⇒ 貫 (คัง) / ซาชิมิ ⇒ 切れ (คิเระ) หรือ 人前 (นินมาเอะ = ที่)

【ประวัติ】
นิงิริ ⇒ ยุคเอโดะ ราวปี 1820s / ซาชิมิ ⇒ ยุคมุโรมาจิ ศตวรรษที่ 14–16 (เก่ากว่า)

Kodak

สังเกตบรรทัดสุดท้ายนะครับ! ซาชิมิเก่าแก่กว่านิงิริหลายร้อยปี เลยครับ

คนญี่ปุ่นกินปลาดิบกันมานานมากแล้ว แล้วค่อยมีคนคิดเอามันไปวางบนข้าวเปรี้ยวทีหลังนะครับ

วิธีจิ้มโชยุ: จุดที่คนพลาดมากที่สุด

เรื่องจิ้มโชยุนี่ผมสงสัยมานานแล้วครับ ทำไมนิงิริต้องตะแคงจิ้มด้วยล่ะครับ? จิ้มตรง ๆ ไม่ได้เหรอครับ

เหตุผลมีสองข้อ และทั้งสองข้อเป็นเรื่องปฏิบัติล้วน ๆ ไม่ใช่พิธีรีตองครับ

1. ข้าวดูดโชยุเร็วเกินไป

ชาริทำจากเมล็ดข้าวที่มีรูพรุนเยอะ พอจุ่มลงโชยุมันจะดูดซับทันทีเหมือนฟองน้ำ ทำให้คำนั้นเค็มจนกลบรสปลาไปหมด

2. ข้าวจะแตกและร่วงลงจาน

ช่างบีบข้าวไว้แค่พอให้ติดกัน (ยิ่งร้านดี ยิ่งบีบเบา เพื่อให้ข้าวร่วนในปาก) พอโดนของเหลว ก้อนข้าวก็จะแตกออกจากกันครับ

【นิงิริ】
1. หยิบขึ้นมา แล้วตะแคงให้ด้านปลาลงล่าง
2. แตะโชยุแค่ปลายด้านปลา นิดเดียวพอ
3. เอาด้านปลาลงลิ้น ⇒ จะได้รสปลาชัดที่สุด
4. กินคำเดียวหมด และกินทันทีที่ได้รับ

【ซาชิมิ】
1. ถ้าอยากใส่วาซาบิ ⇒ แตะไว้บนเนื้อปลา ไม่ต้องละลายลงจานโชยุ
2. จิ้มโชยุเบา ๆ
3. กินพร้อมเค็ง (หัวไชเท้าซอย) เป็นระยะ ๆ เพื่อล้างปาก

Kodak

อ้อ แล้วเรื่องใช้มือหรือตะเกียบที่คนถามกันบ่อยนะครับ

คำตอบคือ ทั้งสองอย่างถูกหมดครับ! ไม่มีกฎตายตัวนะครับ

ใช้มือ ⇒ ข้าวไม่แตก (เป็นวิธีดั้งเดิมจากยุคแผงลอย)
ใช้ตะเกียบ ⇒ ความร้อนจากมือไม่ไปโดนปลา

เลือกที่ถนัดได้เลยครับ ไม่ต้องเครียดนะครับ!

โล่งอกเลยครับ! ผมนึกว่าใช้มือแล้วจะดูไม่สุภาพซะอีก

ประโยคภาษาญี่ปุ่นที่ใช้สั่งได้จริง

สั่งอาหารที่ร้านซูชิ

握りの盛り合わせをください。
(นิงิริ โนะ โมริอาวาเซะ โอะ คุดาไซ) = ขอนิงิริรวมชุดหนึ่งครับ

刺身の盛り合わせをお願いします。
(ซาชิมิ โนะ โมริอาวาเซะ โอะ โอเนไงชิมัส) = ขอซาชิมิรวมชุดหนึ่งครับ

おすすめは何ですか?
(โอสึสึเมะ วะ นัน เดส กะ) = วันนี้แนะนำอะไรครับ?

サビ抜きでお願いします。
(ซาบินุกิ เดะ โอเนไงชิมัส) = ไม่ใส่วาซาบิครับ

盛り合わせ (โมริอาวาเซะ) = “จัดรวมหลายอย่าง” ⇒ คำนี้ใช้ได้กับอาหารญี่ปุ่นทุกประเภทเลยครับ คุ้มค่าจำมาก

สรุปความต่างของนิงิริกับซาชิมิ

เส้นแบ่งคือ “ข้าวปรุงน้ำส้มสายชู” ⇒ นิงิริมี ⇒ เป็นซูชิ / ซาชิมิไม่มี ⇒ ไม่ใช่ซูชิ
握り (นิงิริ) = “การบีบด้วยมือ” ⇒ ชื่อบอกวิธีทำ ⇒ เกิดยุคเอโดะราวปี 1820s เป็นฟาสต์ฟู้ดจากแผงลอย
刺身 (ซาชิมิ) = “เนื้อที่ถูกเสียบ” ⇒ เลี่ยงคำว่า 切る (ตัด) เพราะเป็นคำอัปมงคลของซามูไร ⇒ ฝั่งคันไซเรียก お造り
ระวังสับสน 握り กับ おにぎり ⇒ โอนิงิริใช้ข้าวสวยธรรมดา ⇒ ไม่ใช่ซูชิ
นิงิริต้องตะแคงจิ้มโชยุด้านปลา ⇒ เพราะข้าวดูดโชยุเร็วและจะแตกร่วง
ของที่มากับซาชิมิกินได้ ⇒ เค็งและสึมะช่วยลดกลิ่นคาวและชะลอการเสีย
คราวหน้าผมจะไม่สับสนแล้วครับ! แค่ถามตัวเองว่า “มีข้าวเปรี้ยวไหม” ก็พอใช่ไหมครับ
Kodak

เยี่ยมมากครับ! กฎเดียวนี้ใช้ได้กับทุกกรณีจริง ๆ นะครับ

และถ้าอยากรู้ความหมายของคำอื่น ๆ ในร้านซูชิ ทั้งชาริ เนตะ การิ และคำลับของช่าง ผมรวมไว้ให้แล้วครับ

คำศัพท์ซูชิ ฉบับเข้าใจจริง|ทำไม “ซูชิ” ไม่ได้แปลว่าปลาดิบ และคำลับที่ช่างใช้ในร้าน
รวมคำศัพท์ในร้านซูชิทั้งหมด แบ่งเป็น 3 ชั้น ตั้งแต่ ชาริ เนตะ การิ วาซาบิ ไปจนถึงคำลับอย่าง อางาริ และ มุราซากิ

แหล่งอ้างอิง
Wikipedia “Sushi”(https://en.wikipedia.org/wiki/Sushi
語源由来辞典「刺身/さしみ」(https://gogen-yurai.jp/sashimi/
DELISH KITCHEN「刺身の盛り合わせに『つま』がある理由とは?」(https://delishkitchen.tv/articles/995
クラシル「お寿司は箸と手、どっちで食べるべき?」(https://www.kurashiru.com/articles/d933b1cc-787f-4cc1-bf58-6187528d6cb9
Mizkan「คำศัพท์เกี่ยวกับซูชิ」(https://sushi.mizkan.asia/th/sushi-vocabulary