「じゃあね」「またね」แปลว่าอะไร? ต่างกันยังไง? คำลาแบบกันเองที่คนญี่ปุ่นใช้จริงทุกวัน

Kodak
คำญี่ปุ่นของวันนี้คือคู่หูสองคำ 「じゃあね」(ja ne/จาเนะ) กับ 「またね」(mata ne/มาตะเนะ) ครับ!

ถ้าคุณอยากรู้ว่า “แล้วคนญี่ปุ่นเขาพูดอะไรกันตอนแยกย้าย” คำตอบคือสองคำนี้แหละครับ ใช้กันวันละหลายรอบเลยนะครับ

ภาพหลักที่ต่างกันคือ 「じゃあね」= สัญญาณว่า “งั้น ตรงนี้แหละนะ” /「またね」= คำสัญญาว่า “เดี๋ยวเจอกันอีก” ครับ

「じゃあね」(ja ne) แปลว่าอะไร? รากของมันคือคำว่า “งั้น”

「じゃあね」เป็นคำลาแบบกันเองที่แปลตรงตัวได้ว่า “งั้น…นะ” ทำหน้าที่เป็นสัญญาณว่า “เอาล่ะ ถึงเวลาที่เราต้องแยกกันตรงนี้แล้ว”

ตัว 「じゃあ」 มาจาก 「では」(dewa)โดยตรงครับ พจนานุกรม デジタル大辞泉 อธิบายว่า 「じゃ」 คือรูปที่เสียงเปลี่ยนไปจาก 「では」 และใช้ในสถานการณ์ที่กันเองกว่า

ส่วน 「では」 เองก็ประกอบจาก 「で」(รูปหนึ่งของคำช่วยแสดงการยืนยัน 「だ」)+ 「は」 รวมกันเป็นคำเชื่อมที่แปลว่า “ถ้าอย่างนั้น/งั้น” ครับ

โครงสร้างของ 「じゃあね」
では(dewa = ถ้าอย่างนั้น)
↓ เสียงเปลี่ยน กลายเป็นภาษาพูด
じゃあ(jā = งั้น)
↓ เติม 「ね」 เพื่อให้เสียงนุ่มลงและชวนอีกฝ่ายเห็นด้วย
じゃあね = “งั้น… นะ”
เอ๊ะ แปลว่าคำลาคำนี้ไม่ได้มีความหมายว่า “ลา” เลยเหรอครับ?
Kodak

ไม่มีเลยสักตัวเดียวครับ! และนี่คือจุดที่สนุกที่สุดของเรื่องนี้เลยนะครับ

คำว่า 「じゃあ」 ในภาษาญี่ปุ่นใช้ในประโยคทั่วไปด้วยครับ เช่น 「じゃあ、行こうか」(งั้นไปกันเถอะ)หรือ 「じゃあ、僕がやるよ」(งั้นเดี๋ยวผมทำเอง)

พอเอามาวางไว้ตอนจะแยกกัน มันก็เลยกลายเป็น “งั้น… (ก็ตรงนี้แหละนะ)” คือพูดแค่คำเชื่อม แล้วปล่อยประโยคค้างไว้ครับ

ในภาษาไทยเราก็ทำแบบนี้เหมือนกันครับ เวลาจะแยกกับเพื่อน เราพูดว่า “งั้น… ไปก่อนนะ” หรือบางทีก็แค่ “งั้นนะ” ลอย ๆ แล้วโบกมือ

ความรู้สึกของ 「じゃあね」 ใกล้เคียงกับตรงนี้มากครับ มันคือเสียงที่บอกว่า “ฉากนี้จบแล้วนะ” มากกว่าจะเป็นการอำลา

Kodak

ตรงนี้ผมอยากให้คุณสังเกตอะไรสนุก ๆ อย่างหนึ่งครับ

คำว่า 「さようなら」 เองก็มาจาก 「左様ならば」ที่แปลว่า “ถ้าเป็นเช่นนั้น” เหมือนกันเป๊ะเลยนะครับ

แปลว่าคำลาญี่ปุ่นทั้งสองคำนี้ เกิดจากไอเดียเดียวกันคือ “พูดคำว่างั้นแล้วหยุด” ต่างกันแค่ว่าคำหนึ่งใช้รูปเก่าที่ฟังดูหนัก อีกคำใช้รูปพูดที่ฟังดูเบาครับ (เรื่อง 「さようなら」 ผมเขียนไว้ละเอียดในบทความ 「さようなら」(sayonara) แปลว่าอะไร? ทำไมคนญี่ปุ่นแทบไม่พูดคำนี้ในชีวิตประจำวัน ครับ)

「またね」(mata ne) แปลว่าอะไร? คำนี้คือ “คำสัญญา”

「またね」ประกอบจาก 「また」(mata = อีกครั้ง/อีกที)+「ね」 แปลรวมได้ว่า “ไว้เจอกันอีกนะ” ตรงกับ “แล้วเจอกันนะ” ของภาษาไทยเลยครับ

ประโยคเต็มของมันคือ 「また会いましょう」(mata aimashō/ไว้เจอกันใหม่นะ)หรือ 「また会おうね」 ครับ แต่ในชีวิตจริงคนญี่ปุ่นตัดเหลือแค่ 「またね」

จุดต่างที่สำคัญคือ คำนี้ มีเงื่อนไขซ่อนอยู่ว่า “เราจะได้เจอกันอีก” ครับ ดังนั้นมันจึงอุ่นกว่า 「じゃあね」 นิดหนึ่ง

อ๋อ… คำหนึ่งพูดถึงตอนนี้ อีกคำพูดถึงครั้งหน้า ใช่ไหมครับ?
Kodak

สรุปได้เฉียบมากครับ! นั่นคือแก่นของทั้งบทความนี้เลยนะครับ

「じゃあね」มองไปที่ “ตรงนี้” /「またね」มองไปที่ “ครั้งหน้า” จำแค่นี้ก็ใช้ได้ถูกแล้วครับ

ต่างกันยังไง? เทียบ 「じゃあね」 กับ 「またね」 แบบเห็นภาพ

じゃあね vs またね

じゃあね(ja ne)
⇒ ความหมายตรงตัว:”งั้นนะ”
⇒ หน้าที่:สัญญาณตัดจบ บอกว่าเราแยกกันตรงนี้
⇒ ความรู้สึกไทย ≒ “งั้นไปก่อนนะ” “โอเค งั้นนะ”
⇒ ใช้ได้แม้จะไม่รู้ว่าจะเจอกันอีกเมื่อไหร่

またね(mata ne)
⇒ ความหมายตรงตัว:”อีกครั้งนะ”
⇒ หน้าที่:คำสัญญาถึงครั้งหน้า
⇒ ความรู้สึกไทย ≒ “แล้วเจอกันนะ” “ไว้เจอกันใหม่นะ”
⇒ เหมาะกับคนที่คุณจะได้เจออีกแน่ ๆ

じゃあ、またね(jā, mata ne)
⇒ ต่อกันเลย ได้ทั้ง “ตัดจบ” และ “สัญญา” ในประโยคเดียว
ถ้าไม่รู้จะเลือกอันไหน ใช้อันนี้ปลอดภัยที่สุดครับ

ในทางปฏิบัติ คนญี่ปุ่นสลับใช้สองคำนี้แทบไม่คิดเลยครับ และเอาเข้าจริงแล้ว ถ้าใช้สลับกันก็แทบไม่มีใครรู้สึกแปลก

แต่มีจุดหนึ่งที่ความต่างมันโผล่ออกมาชัดครับ นั่นคือตอนที่คุณ รู้ว่าจะไม่ได้เจอกันอีกนาน ๆ

Kodak

สมมติเพื่อนคนญี่ปุ่นของคุณกำลังจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศพรุ่งนี้นะครับ

ถ้าคุณพูดว่า 「またね」 ในจังหวะนั้น มันจะกลายเป็นคำที่อบอุ่นมาก เพราะคุณกำลังบอกว่า “ยังไงเราก็ต้องได้เจอกันอีก” ทั้งที่ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไหร่ครับ

คนญี่ปุ่นชอบใช้ 「またね」 ในจังหวะแบบนี้แหละครับ เพราะมันเป็นคำที่ปฏิเสธที่จะปิดประตูนะครับ

โห… ฟังแล้วซึ้งกว่า sayonara อีกนะครับ
Kodak

หลายคนคิดแบบนั้นเลยครับ!

นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่คนญี่ปุ่นเลี่ยง 「さようなら」 แล้วเลือก 「またね」 แทนนะครับ เพราะไม่มีใครอยากเป็นคนที่ปิดประตูก่อนครับ

ประโยคตัวอย่างของ 「じゃあね」「またね」

【แยกกันหน้าสถานี】
・じゃあね、気をつけて。
(ja ne, ki o tsukete./จาเนะ, คิโอะสึเคเตะ)
“งั้นไปก่อนนะ ระวังตัวด้วยล่ะ”

【วางสายโทรศัพท์】
・うん、じゃあまたね。
(un, jā mata ne./อึน, จา มาตะเนะ)
“อือ งั้นไว้เจอกันใหม่นะ”

【เพื่อนที่จะเจอกันพรุ่งนี้】
・また明日ね!
(mata ashita ne!/มาตะ อาชิตะ เนะ)
“พรุ่งนี้เจอกันนะ!”

【แชท LINE ปิดท้าย】
・おやすみ〜、またね〜
(oyasumi—, mata ne—)
“ราตรีสวัสดิ์ แล้วเจอกันน้า”

ตระกูล 「また○○」 ที่ระบุเวลาชัดเจน

Kodak

「また」 เก่งตรงที่เอาคำบอกเวลามาต่อท้ายได้เลยครับ

พอต่อแล้วมันจะกลายเป็นคำลาที่เจาะจงขึ้นทันที และคนญี่ปุ่นชอบมากเพราะฟังแล้วรู้สึกว่า “มีนัดหมายจริง” นะครับ

また明日(mata ashita/มาตะ อาชิตะ)
“พรุ่งนี้เจอกัน” ⇒ ใช้กับเพื่อนร่วมชั้น เพื่อนร่วมงานที่เจอกันทุกวัน

また来週(mata raishū/มาตะ ไรชู)
“อาทิตย์หน้าเจอกัน” ⇒ ใช้ตอนเย็นวันศุกร์ หรือจบคลาสเรียนประจำสัปดาห์

またあとで(mata ato de/มาตะ อาโตะ เดะ)
“เดี๋ยวเจอกัน” ⇒ แยกกันชั่วคราวแล้วจะกลับมาเจอกันในวันเดียวกัน

また今度(mata kondo/มาตะ คนโดะ)
“ไว้คราวหน้า” ⇒ ระวังคำนี้เป็นพิเศษ อธิบายด้านล่างครับ

また連絡するね(mata renraku suru ne/มาตะ เรนราคุ สุรุ เนะ)
“เดี๋ยวติดต่อไปนะ” ⇒ ปิดบทสนทนาแบบเปิดทางไว้

ระวัง!「また今度」 บ่อยครั้งแปลว่า “ไม่เอาดีกว่า”

ข้อนี้เป็นกับดักที่คนต่างชาติเจอกันเยอะมากครับ

ถ้าคุณชวนคนญี่ปุ่นไปกินข้าวแล้วเขาตอบว่า 「また今度ね」 อย่าเพิ่งดีใจครับ เพราะบ่อยครั้ง คำนี้คือการปฏิเสธแบบสุภาพ

วิธีแยกง่ายมากครับ ถ้าอีกฝ่ายพูดต่อว่า “อาทิตย์หน้าว่างไหม” หรือเสนอวันมาเลย แปลว่าเขาอยากไปจริง แต่ถ้าจบแค่ 「また今度」 เฉย ๆ โดยไม่มีวันเวลาตามมา ก็ให้ถือว่าเป็นคำสุภาพสำหรับปฏิเสธครับ

อ๋อ… ผมเคยรอเพื่อนติดต่อกลับมาอยู่เป็นเดือนเลยครับ ตอนนี้เข้าใจแล้วครับ
Kodak

ฮ่า ๆ เจอกันหมดทุกคนครับเรื่องนี้!

แต่กลับกันนะครับ ถ้าคุณอยากปฏิเสธคำชวนแบบไม่ให้อีกฝ่ายเสียหน้า 「また今度お願いします」(ไว้คราวหน้านะครับ)คือประโยคที่ปลอดภัยและสุภาพมากเลยครับ ใช้ได้ทั้งกับเพื่อนและกับที่ทำงานนะครับ

「バイバイ」 กับเพื่อนพ้องคำลาแบบกันเองอื่น ๆ

นอกจากสองคำหลักแล้ว ยังมีคำลาแบบกันเองอีกหลายคำที่คุณจะได้ยินบ่อยครับ แต่ละคำมีกลิ่นของตัวเองชัดเจน

คำลาแบบกันเองและ “กลิ่น” ของแต่ละคำ

バイバイ(baibai/ไบไบ)
⇒ ยืมมาจาก bye-bye ในภาษาอังกฤษ เบาและน่ารัก
⇒ ผู้หญิงและเด็กใช้บ่อยที่สุด ผู้ชายวัยทำงานจะใช้น้อยลง

じゃあな/またな(jā na/mata na)
⇒ เปลี่ยน 「ね」เป็น 「な」 จะได้กลิ่นห้าว ๆ ขึ้นทันที
⇒ ผู้ชายใช้กับเพื่อนผู้ชาย ฟังดูเป็นผู้ใหญ่นิดหนึ่ง

じゃ/んじゃ(ja/n ja)
⇒ ตัดสั้นสุด ๆ ห้วนแต่ไม่หยาบ ใช้กับคนสนิทมาก

おつかれ(otsukare/โอสึคาเระ)
⇒ ในหมู่เพื่อนร่วมงานและนักศึกษา คำนี้ทำหน้าที่แทนคำลาไปเลย

気をつけて(ki o tsukete/คิโอะสึเคเตะ)
⇒ “ระวังตัวด้วยนะ” ต่อท้ายคำลาเพื่อเพิ่มความห่วงใย

「な」 กับ 「ね」 เปลี่ยนแค่ตัวเดียวความรู้สึกเปลี่ยนเลยเหรอครับ?
Kodak

เปลี่ยนเยอะเลยครับ! ตรงนี้เหมือนภาษาไทยเป๊ะเลยนะครับ

「ね」 คือการชวนอีกฝ่ายเห็นด้วยไปด้วยกัน เลยฟังนุ่ม ส่วน「な」 คือการพูดกับตัวเองมากกว่า เลยฟังห้วนและเท่ขึ้น

เทียบกับไทยก็ประมาณ “ไปก่อนนะ” กับ “ไปล่ะ” ครับ คนละอารมณ์กันเลยใช่ไหมครับ

ห้ามใช้กับหัวหน้า! รูปสุภาพของ 「じゃあね」「またね」

เรื่องนี้สำคัญมากครับ 「じゃあね」「またね」「バイバイ」 ทั้งหมดนี้ใช้กับหัวหน้าหรือลูกค้าไม่ได้ เพราะเป็นรูปที่ตัดหางความสุภาพทิ้งไปแล้ว

เทียบกับภาษาไทยก็คือ การพูดกับหัวหน้าโดยไม่เติม ครับ/ค่ะ นั่นแหละครับ ความรู้สึกใกล้เคียงกันมาก

บันไดความสุภาพของคำลาแบบ “งั้น/อีกที”

じゃ/じゃあね/またね/バイバイ
⇒ เพื่อนสนิท ครอบครัว รุ่นน้อง

じゃあ、また(jā, mata)
⇒ กลาง ๆ ใช้กับเพื่อนร่วมงานระดับเดียวกันได้

では、また(dewa, mata)
⇒ กลับไปใช้รูปเต็ม 「では」 ก็สุภาพขึ้นทันที ใช้ปิดท้ายอีเมลได้

それでは失礼します(sore dewa shitsurei shimasu)
⇒ ปลอดภัยกับหัวหน้าและลูกค้า

また明日よろしくお願いしますまたお会いできるのを楽しみにしております
⇒ ระดับธุรกิจเต็มรูปแบบ

Kodak

สังเกตไหมครับว่า พอกลับไปใช้รูปเต็ม 「では」 ความสุภาพก็เพิ่มขึ้นเองเลย

กฎง่าย ๆ ของภาษาญี่ปุ่นคือ ยิ่งคำยาว ยิ่งสุภาพ ครับ じゃ < じゃあ < では < それでは ยาวขึ้นทีละขั้นพอดีเลยนะครับ

อ๋อ… งั้นเวลาลังเล ก็เลือกอันที่ยาวกว่าไว้ก่อนสินะครับ
Kodak

เป็นวิธีเอาตัวรอดที่ดีที่สุดเลยครับ!

และในที่ทำงานญี่ปุ่น ถ้าคุณจะกลับบ้านก่อน ให้ใช้ 「お先に失礼します」(osaki ni shitsurei shimasu)ไปเลยครับ ประโยคนี้ครอบคลุมเกือบทุกสถานการณ์ในออฟฟิศเลยนะครับ

เรื่องการออกเสียงที่คนไทยพลาดบ่อย

มีสองจุดที่อยากให้ระวังครับ

จุดแรกคือเสียง 「じゃ」 ครับ เสียงนี้เท่ากับ “จ” ของไทย ไม่ใช่ “ย” นะครับ ออกเป็น จา ได้เลย และมันเป็นเสียงยาวด้วย จึงเป็น จาː-เนะ ไม่ใช่ “จะ-เนะ” สั้น ๆ

จุดที่สองคือ 「ね」ท้ายประโยค ครับ ถ้าลากเสียงยาวหน่อยแบบ 「またね〜」 จะฟังดูอบอุ่นและเป็นกันเอง ส่วนถ้าตัดสั้นห้วน ๆ จะฟังเหมือนกำลังรีบหรือไม่พอใจ ตรงนี้เหมือนคำว่า “นะ” ของไทยเลยครับ

Kodak

ข้อดีของคนไทยคือ คุณคุ้นเคยกับการ “เล่นกับหางเสียง” อยู่แล้วครับ

「またね」「またね〜」「またねっ」 สามแบบนี้ให้ความรู้สึกต่างกัน เหมือน “นะ” “น้า” “นะ!” ของไทยเป๊ะเลยครับ ลองเล่นกับมันดูนะครับ

เช็คด่วน! ตอนแยกกัน ควรพูด じゃあね หรือ またね

ตอบ 2 คำถามสั้น ๆ เพื่อเลือกคำและระดับความสุภาพที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ

Q1. กำลังคิดถึงอะไรมากกว่ากัน “ตรงนี้” หรือ “ครั้งหน้า”?
แค่ส่งสัญญาณว่าฉากนี้จบแล้ว ไม่ได้คิดถึงครั้งหน้า → じゃあね
มาจาก では=”ถ้าอย่างนั้น” เป็นสัญญาณตัดจบ ไม่ใช่คำสัญญา
รู้วันเวลาที่จะเจอกันอีกชัดเจน → また + เวลา
เช่น また明日/また来週 ฟังดูมีนัดหมายจริง
ไม่รู้ว่าจะเจอกันอีกเมื่อไหร่ แต่อยากทิ้งความหวังไว้ → またね
เป็นคำสัญญาที่ไม่ปิดประตู อบอุ่นกว่า さようなら มาก
Q2. กำลังพูดกับใคร?
เพื่อนสนิท ครอบครัว รุ่นน้อง → じゃあね/またね/バイバイ
เปลี่ยน ね เป็น な (じゃあな/またな) จะห้าวและเป็นชายขึ้น
เพื่อนร่วมงานระดับเดียวกัน → じゃあ、また
กลาง ๆ สุภาพขึ้นมาอีกขั้น
หัวหน้า ลูกค้า หรือทางการ → では、また/それでは失礼します
ห้ามใช้ じゃあね/またね เด็ดขาด ถ้ากลับก่อนใช้ お先に失礼します

※ ระวัง 「また今度」ที่ไม่มีวันเวลาตามมา มักเป็นการปฏิเสธคำชวนอย่างสุภาพ ถ้าตั้งใจจริงมักมีวันเวลาตามมาด้วยเสมอ

สรุป:「じゃあね」「またね」 ใช้ยังไงให้ถูก

สรุปทุกอย่างในบทความนี้ไว้ในกล่องเดียวครับ

「じゃあね」(ja ne)มาจาก 「では」= “ถ้าอย่างนั้น” ⇒ เป็นสัญญาณตัดจบ ≒ “งั้นไปก่อนนะ”
「またね」(mata ne)มาจาก 「また会いましょう」 ⇒ เป็นคำสัญญาถึงครั้งหน้า ≒ “แล้วเจอกันนะ”
ลังเลเมื่อไหร่ ⇒ พูด 「じゃあ、またね」 รวมทั้งสองอย่างไปเลย ปลอดภัยที่สุด
ตระกูล また○○ ⇒ また明日/また来週/またあとで/また連絡するね
กับดัก ⇒ 「また今度」 ที่ไม่มีวันเวลาตามมา มักแปลว่า “ไว้คราวหน้าแล้วกัน (คือไม่เอา)”
「な」 กับ 「ね」 ⇒ じゃあな/またな ห้าวและเป็นชายมากกว่า じゃあね/またね
ห้ามใช้กับหัวหน้า ⇒ เลื่อนขั้นเป็น では、また / それでは失礼します / お先に失礼します
Kodak

ถ้าคุณจำได้แค่สองคำนี้ คุณก็ปิดบทสนทนากับเพื่อนคนญี่ปุ่นได้แบบไม่เก้อแล้วครับ

ครั้งหน้าที่แชทกับเพื่อน ลองปิดท้ายด้วย 「じゃあ、またね〜」 ดูนะครับ อีกฝ่ายจะรู้สึกเลยว่าคุณพูดญี่ปุ่นแบบคนญี่ปุ่นจริง ๆ ครับ!

เอกสารอ้างอิง
「じゃ」デジタル大辞泉・精選版 日本国語大辞典・小学館(kotobank.jp
「左様なら(さようなら)」デジタル大辞泉・小学館(kotobank.jp
「又(また)」「では」デジタル大辞泉・小学館(สืบค้นผ่าน コトバンク kotobank.jp