ภาษาไทยเราขอของหรือขอให้ใครทำอะไร ก็ใช้ ขอ กับ ช่วย แล้วเติม หน่อย กับ ครับ/ค่ะ ต่อท้ายก็จบแล้วใช่ไหมครับ
แต่ภาษาญี่ปุ่นมีตัวเลือกเยอะมาก ทั้ง ください・お願いします・頼む・ちょうだい・〜てくれる?・〜ていただけますか และที่น่ากลัวคือ เลือกผิดคำเดียว ความสัมพันธ์กับอีกฝ่ายเปลี่ยนทันที ครับ
อันที่จริง ください เป็นคำสุภาพก็จริง แต่บางสถานการณ์มันไปถึงหูอีกฝ่ายในฐานะ “คำสั่ง” ไม่ใช่ “คำขอ” ครับ ตรงนี้แหละคือหัวใจของบทความวันนี้
- 1 คำขอร้องภาษาญี่ปุ่นไม่ใช่บันไดความสุภาพเส้นเดียว
- 2 แกนที่ 1 ขอ “ของ” กับ ขอให้ “ทำ” คนไทยได้เปรียบตรงนี้
- 3 แกนที่ 2 ระยะห่างระหว่างคุณกับอีกฝ่าย
- 4 จุดสำคัญที่สุด ทำไม ください สุภาพแล้วยังฟังดูแรง
- 5 บันไดคำขอร้องภาษาญี่ปุ่น เรียงจากกันเองสุดถึงสุภาพสุด
- 6 หน่อย ของภาษาไทย ไปอยู่ตรงไหนในภาษาญี่ปุ่น
- 7 เจาะลึกทีละคำ อ่านต่อได้ที่นี่
- 8 สรุป คำขอร้องภาษาญี่ปุ่น
คำขอร้องภาษาญี่ปุ่นไม่ใช่บันไดความสุภาพเส้นเดียว
สิ่งแรกที่ต้องทิ้งไปก่อนเลยคือภาพที่ว่า “คำขอร้องภาษาญี่ปุ่นเรียงเป็นบันไดจากหยาบไปสุภาพ” ครับ
ภาพนั้นไม่ผิดทั้งหมด แต่มันอธิบายได้แค่ครึ่งเดียว ความจริงคือคำขอร้องภาษาญี่ปุ่นถูกตัดสินด้วย แกน 2 อย่างพร้อมกัน
แกน 2 อย่างที่ตัดสินคำขอร้องภาษาญี่ปุ่น
แกนที่ 1: คุณกำลังขออะไร
ขอ “สิ่งของ” หรือขอให้อีกฝ่าย “ทำอะไรให้”
แกนที่ 2: คุณอยู่ห่างจากอีกฝ่ายแค่ไหน
สนิทมาก / เท่ากัน / ต้องให้เกียรติ
ถ้าจับสองแกนนี้ได้ คำที่ดูเยอะจนน่าท้อทั้งหมดจะเข้าที่เข้าทางทันทีครับ เรามาดูทีละแกนกัน
แกนที่ 1 ขอ “ของ” กับ ขอให้ “ทำ” คนไทยได้เปรียบตรงนี้
ข่าวดีสำหรับคนไทยครับ แกนนี้ ภาษาไทยมีอยู่แล้วตั้งแต่แรก นะครับ
ลองนึกดูนะครับ เวลาเราขอ ของ เราพูดว่า “ขอน้ำหน่อย” แต่เวลาเราขอให้เขา ทำ อะไร เราพูดว่า “ช่วยรอหน่อย” ใช่ไหมครับ
เราไม่พูดว่า “ช่วยน้ำหน่อย” และไม่พูดว่า “ขอรอหน่อย” เพราะ ขอ กับ ช่วย มันแยกกันอยู่แล้วในหัวเรา
ภาษาญี่ปุ่นก็แยกสองอย่างนี้เหมือนกันครับ แต่มัน ใช้คำเดียวกันคือ ください แล้วไปแยกที่ “สิ่งที่วางไว้ข้างหน้า ください” แทน
ください มี 2 หน้าที่
1. ขอสิ่งของ = คำนาม + を + ください
水をください(mizu o kudasai)= ขอน้ำหน่อยครับ
切符を2枚ください(kippu o nimai kudasai)= ขอตั๋ว 2 ใบครับ
2. ขอให้ทำ = กริยารูป テ + ください
待ってください(matte kudasai)= ช่วยรอหน่อยครับ
もう一度言ってください(mou ichido itte kudasai)= ช่วยพูดอีกครั้งหน่อยครับ
เห็นไหมครับว่า ขอ ของไทยตรงกับ คำนาม+を+ください และ ช่วย ของไทยตรงกับ รูป テ+ください แบบพอดีเป๊ะ
ดังนั้นเวลาจะแต่งประโยคขอร้อง ให้ถามตัวเองก่อนเลยครับว่า “ประโยคไทยของฉันขึ้นต้นด้วย ขอ หรือ ช่วย” แล้วเลือกฝั่งให้ถูก แค่นี้ก็ไม่ผิดรูปแล้วครับ
แล้ว お願いします ล่ะ อยู่ตรงไหน
ตรงนี้น่าสนใจมากครับ お願いします เป็นตัวพิเศษ เพราะมัน ใช้ได้ทั้งกับคำนามและกับการกระทำ แถมยังพูดโดด ๆ ก็รู้เรื่อง นะครับ
มันเป็นตัวอเนกประสงค์ของโลกคำขอร้องภาษาญี่ปุ่นเลยครับ
ความอเนกประสงค์ของ お願いします
【ต่อจากคำนาม】
・コーヒーをお願いします(koohii o onegai shimasu)
(ขอกาแฟครับ / ใช้ตอนสั่งอาหารได้เลย)【ต่อจากรูป テ】
・確認をお願いします(kakunin o onegai shimasu)
(รบกวนช่วยตรวจสอบด้วยครับ)【พูดโดด ๆ】
・お願いします。
(ฝากด้วยนะครับ / รบกวนด้วยครับ / ขอร้องล่ะ)※ ตามคำอธิบายของโมดูลภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยโตเกียวศึกษาต่างประเทศ「Nをください/Nをお願いします」ระบุว่าในสถานการณ์สั่งของ สั่งอาหาร หรือซื้อของ สามารถใช้ Nをお願いします แทน Nをください ได้
ใช่ครับ ในชีวิตจริงคนญี่ปุ่นพูดคำนี้โดด ๆ กันทั้งวันเลยครับ
ถ้าตอนนี้ยังจำได้แค่คำเดียว ผมแนะนำให้จำ お願いします ก่อนเลยครับ เพราะมันคือ ตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด นะครับ
แกนที่ 2 ระยะห่างระหว่างคุณกับอีกฝ่าย
ทีนี้มาถึงแกนที่สอง ซึ่งเป็นแกนที่ทำให้คนไทยเจ็บตัวบ่อยที่สุดครับ
ภาษาไทยเราปรับความสุภาพด้วย ท้ายประโยค เป็นหลัก คือเติม ครับ/ค่ะ เติม หน่อย เติม นะ ตัวกริยาแทบไม่เปลี่ยนเลย
แต่ภาษาญี่ปุ่น เปลี่ยนตัวคำศัพท์ไปเลย ครับ คนละคำกันคนละความสัมพันธ์
4 คำหลัก เรียงตามระยะห่าง
ちょうだい ⇒ สนิทมาก ผู้ใหญ่พูดกับเด็ก มีกลิ่นภาษาผู้หญิงและภาษาเด็กติดมา
頼む ⇒ เท่ากันหรือต่ำกว่า ผู้ชายใช้กับเพื่อนสนิท ห้ามใช้กับผู้ใหญ่
ください ⇒ สุภาพ ใช้ได้กว้าง แต่มีกลิ่น “สั่ง” ติดมาจากรากศัพท์
お願いします ⇒ ปลอดภัยที่สุด ใช้กับใครก็ได้ รวมถึงผู้ใหญ่
พจนานุกรม デジタル大辞泉 ที่ลงไว้ในเว็บ Weblio อธิบาย ちょうだい ในความหมาย “ขอ” ว่าเป็นการใช้ โดยผู้หญิงและเด็กเป็นหลัก ครับ
ไม่ได้แปลว่าผู้ชายพูดไม่ได้เลยนะครับ แต่ถ้าผู้ชายวัยผู้ใหญ่พูด มันจะฟังดู ตีสนิทเกินไปหรือดูเด็กเกินไป ครับ ผู้ชายจะไปหยิบ 頼む มาใช้แทนมากกว่า
จุดสำคัญที่สุด ทำไม ください สุภาพแล้วยังฟังดูแรง
ตรงนี้คือส่วนที่ตำราส่วนใหญ่ไม่ค่อยบอกครับ และเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้เรียนที่ท่อง ください มาอย่างดีถึงยังทำให้อีกฝ่ายหน้าเปลี่ยนได้
เหตุผลข้อที่ 1 รากศัพท์ของมันคือรูปคำสั่ง
ください ไม่ได้เกิดมาเป็นคำว่า “กรุณา” ครับ ตามข้อมูลของ ウィクショナリー日本語版 คำนี้คือ รูปคำสั่ง (命令形) ของกริยา くださる ซึ่งเป็นรูปยกย่องของ くれる ที่แปลว่า “ให้ (แก่ฉัน)”
พูดง่าย ๆ คือโครงกระดูกของประโยค 待ってください คือ “จงให้การรอแก่ฉัน” ครับ
ส่วนที่เป็นคำสุภาพคือคำว่า くださる ส่วนที่เป็นคำสั่งคือรูปประโยค ทั้งสองอย่างนี้อยู่ในคำเดียวกันครับ
อธิบายได้เห็นภาพมากครับ ถูกต้องเลยนะครับ
เพราะแบบนี้ 〜てください เลยเหมาะกับ สถานการณ์ที่ผู้พูดมีสิทธิ์สั่ง โดยธรรมชาติครับ
เหตุผลข้อที่ 2 〜てください มีหน้าที่มากกว่า “ขอร้อง”
เว็บสำหรับครูสอนภาษาญี่ปุ่น 日本語教師の広場 สรุปหน้าที่ของ 〜てください ไว้ชัดมาก ว่ามันทำงานได้หลายอย่าง โดยหน้าที่แรกสุดคือ การสั่งหรือชี้แนะ (指示) จากคนที่มีอำนาจเหนือกว่า
・指示 (สั่ง/ชี้แนะ)
ホワイトボードを見てください(houwaitoboodo o mite kudasai)= ดูที่ไวท์บอร์ดนะ
※ ครูพูดกับนักเรียน อีกฝ่ายปฏิเสธไม่ได้
・依頼 (ขอร้อง)
すみませんが、手伝ってください(sumimasen ga, tetsudatte kudasai)= ขอโทษนะครับ ช่วยผมหน่อยได้ไหมครับ
※ ต้องมี すみませんが นำหน้า ไม่งั้นจะฟังเป็นคำสั่ง
・勧め (แนะนำ/เชิญชวน)
ぜひ食べてください(zehi tabete kudasai)= ลองกินดูสิครับ
สังเกตนะครับว่าหน้าที่ “ขอร้อง” ต้องพึ่งคำช่วยอย่าง すみませんが ถึงจะทำงานได้ ถ้าโยน 〜てください ออกไปเปล่า ๆ สมองคนญี่ปุ่นจะตีความเป็น “สั่ง” ก่อนเป็นอันดับแรกครับ
ตัวอย่างประโยคที่พังทั้งที่ไวยากรณ์ถูกหมด
【สถานการณ์: คุณรีบ เลยบอกพนักงานร้าน】
・早くしてください(hayaku shite kudasai)
(แปลตรงตัว: กรุณาทำให้เร็วหน่อย / ที่อีกฝ่ายได้ยิน: “เร็ว ๆ หน่อยสิ”)【สถานการณ์: คุณขอให้หัวหน้าตรวจเอกสาร】
・この書類を見てください(kono shorui o mite kudasai)
(ที่หัวหน้าได้ยิน: “ดูเอกสารนี้ซะ” = ลูกน้องสั่งหัวหน้า)【แก้ให้นุ่มลง】
・この書類を見ていただけますか(kono shorui o mite itadakemasu ka)
(รบกวนช่วยดูเอกสารนี้ให้หน่อยได้ไหมครับ)
・この書類の確認をお願いします(kono shorui no kakunin o onegai shimasu)
(รบกวนช่วยตรวจเอกสารนี้ด้วยนะครับ)
ไม่ต้องกังวลมากครับ คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เข้าใจว่าคู่สนทนาเป็นชาวต่างชาติ เขาไม่ถือครับ
แต่ถ้าอยากพูดให้เนียนขึ้นอีกขั้น ผมมีสูตรง่าย ๆ ให้จำครับ นั่นคือ เจอผู้ใหญ่เมื่อไหร่ ให้เปลี่ยนหางประโยคจาก ください เป็น お願いします หรือ いただけますか ทันที นะครับ
บันไดคำขอร้องภาษาญี่ปุ่น เรียงจากกันเองสุดถึงสุภาพสุด
ทีนี้เอาสองแกนมารวมกันแล้วเรียงออกมาเป็นบันไดให้ดูครับ ตัวอย่างใช้ประโยค “ช่วยรอหน่อย” เหมือนกันหมด จะได้เห็นความต่างชัด ๆ
บันไดคำขอร้อง (ตัวอย่าง: ขอให้รอ)
1. 待って(matte)
เพื่อนสนิทมาก แฟน ครอบครัว / ตัดหางทิ้งไปเลย
2. 待ってちょうだい(matte choudai)
สนิท มีกลิ่นผู้หญิงหรือผู้ใหญ่พูดกับเด็ก
3. 待ってくれ(matte kure)
ห้วน ผู้ชายล้วน รุ่นพี่พูดกับรุ่นน้อง
4. 待って、頼む(matte, tanomu)
เพื่อนผู้ชาย มีอารมณ์ “ขอร้องล่ะ” ปนอยู่
5. 待ってください(matte kudasai)
สุภาพมาตรฐาน แต่มีกลิ่นสั่ง ใช้กับคนเท่ากันหรือต่ำกว่า
6. 待ってもらえますか(matte moraemasu ka)
เปลี่ยนเป็นคำถาม เลยนุ่มขึ้นทันที
7. 待っていただけますか(matte itadakemasu ka)
สุภาพสูง ใช้กับหัวหน้า ลูกค้า ได้สบาย
8. お待ちいただけませんでしょうか(omachi itadakemasen deshou ka)
สุภาพสุดขีด ใช้ในงานบริการหรือจดหมายธุรกิจ
เว็บ 日本語教師のN1et ก็จัดลำดับไว้ในทำนองเดียวกัน และตั้งข้อสังเกตที่สำคัญมากไว้ว่า ในชีวิตจริงคนญี่ปุ่นมักเลี่ยงการขอร้องแบบตรง ๆ แล้วไปใช้รูป คำถาม แทน เช่น できますか(dekimasu ka) หรือ 頼める?(tanomeru?) ครับ
เชื่อมได้เก่งมากครับ ตรรกะเดียวกันเป๊ะเลยนะครับ
เพราะ คำถามเปิดทางให้อีกฝ่ายปฏิเสธได้ ในขณะที่ ประโยคบอกเล่าเป็นการปิดทางเลือก ครับ ภาษาไหนก็ใช้หลักนี้เหมือนกันหมดเลย
หน่อย ของภาษาไทย ไปอยู่ตรงไหนในภาษาญี่ปุ่น
ตรงนี้เป็นจุดที่ผู้เรียนคนไทยควรระวังเป็นพิเศษครับ
ในภาษาไทย ความสุภาพส่วนใหญ่ถูก เติมเข้าไปที่ท้ายประโยค ครับ ตามที่คู่มือภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติอธิบายไว้ คำว่า หน่อย ทำหน้าที่ลดความแข็งของคำขอ ส่วน ครับ/ค่ะ ทำหน้าที่คล้าย please และมีคำที่ใช้เฉพาะภาษาเขียนหรือป้ายประกาศอย่าง กรุณา กับ ได้โปรด
โครงสร้างประโยคแทบไม่ขยับเลยครับ เราแค่แขวนของเพิ่มไว้ท้ายประโยค
ไทยเติมท้าย ญี่ปุ่นเปลี่ยนคำ
ภาษาไทย(แกนเดิม “รอ” ไม่เปลี่ยน)
รอ ⇒ รอหน่อย ⇒ ช่วยรอหน่อย ⇒ ช่วยรอหน่อยครับ ⇒ ช่วยรอสักครู่ได้ไหมครับ
ภาษาญี่ปุ่น(ตัวกริยาถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งท่อน)
待って ⇒ 待ってくれ ⇒ 待ってください ⇒ 待ってもらえますか ⇒ お待ちいただけませんか
สรุปเป็นประโยคเดียวคือ ภาษาไทยปรับความสุภาพด้วยหางประโยค ภาษาญี่ปุ่นปรับความสุภาพด้วยการเปลี่ยนคำกริยา ครับ
เพราะฉะนั้นเวลาแปลจากไทยเป็นญี่ปุ่น อย่าคิดแค่ว่า “เติม ください แทน หน่อย” นะครับ ต้องกลับไปเลือกรูปกริยาใหม่ตั้งแต่ต้นครับ
แต่ก็มีจุดที่เทียบกันได้สวย ๆ อยู่นะครับ
ความนุ่มของ ขอ…หน่อย ในภาษาไทย ผมว่าใกล้เคียงกับ 〜てもらえますか ของญี่ปุ่นมากที่สุดครับ คือสุภาพแต่ไม่เกร็ง ใช้กับคนแปลกหน้าทั่วไปได้
ส่วน กรุณา ที่เห็นบนป้ายประกาศ ก็ตรงกับรูป お〜ください ที่ญี่ปุ่นใช้บนป้ายเหมือนกันครับ เช่น ご遠慮ください(go-enryo kudasai)ที่แปลว่า “กรุณางดเว้น” นะครับ
เจาะลึกทีละคำ อ่านต่อได้ที่นี่
บทความนี้เป็นแผนที่ภาพรวมครับ ถ้าอยากลงลึกทีละคำ ผมแยกเขียนไว้ให้แล้ว 4 บทความ ตามนี้เลยครับ
お願いします แปลว่าอะไร คำขอร้องที่ปลอดภัยที่สุดในภาษาญี่ปุ่น
คำที่ใช้ได้กว้างที่สุด ตั้งแต่สั่งกาแฟไปจนถึงฝากงานกับหัวหน้า มาดูกันว่าทำไมมันถึงไม่ฟังเป็นคำสั่ง
ください กับ お願いします ต่างกันยังไง เลือกใช้ให้ถูกใน 3 วินาที
คำถามยอดฮิตอันดับหนึ่งของผู้เรียนภาษาญี่ปุ่น เทียบกันทีละสถานการณ์แบบเห็นภาพ
頼む แปลว่าอะไร คำขอร้องของเพื่อนสนิทที่ห้ามใช้กับผู้ใหญ่
คำที่เจอบ่อยในอนิเมะและซีรีส์ แต่ใช้ผิดที่เมื่อไหร่บรรยากาศเปลี่ยนทันที
ちょうだい แปลว่าอะไร คำขอที่มีกลิ่นภาษาผู้หญิงและภาษาเด็ก
เดิมทีเป็นคำถ่อมตัวชั้นสูง แต่วันนี้กลายเป็นคำอ้อนไปแล้ว มาดูเส้นทางของมันกัน
สรุป คำขอร้องภาษาญี่ปุ่น
ถูกต้องเลยครับ สรุปได้เยี่ยมมากนะครับ
ถามตัวเองสองข้อทุกครั้งก่อนพูด แค่นี้ก็ไม่พลาดแล้วครับ
⇒ แกนที่ 1: ขอ ของ(คำนาม+を+ください)หรือขอให้ ทำ(รูป テ+ください)= ตรงกับ ขอ กับ ช่วย ของภาษาไทย
⇒ แกนที่ 2: ระยะห่าง = ちょうだい(สนิทมาก)/ 頼む(เท่ากันหรือต่ำกว่า)/ ください(สุภาพทั่วไป)/ お願いします(ปลอดภัยที่สุด)
●ください เป็นรูปคำสั่งของ くださる จึงมีกลิ่น “สั่ง” ติดมา ⇒ ใช้กับผู้ใหญ่แล้วอาจฟังไม่ดี
●แก้ง่าย ๆ ด้วยการเปลี่ยนเป็น お願いします หรือ 〜ていただけますか
●ไทยเติมความสุภาพที่ ท้ายประโยค(หน่อย・ครับ)แต่ญี่ปุ่นเปลี่ยนที่ ตัวคำกริยา
「東京外国語大学 言語モジュール 日本語 文法「Nをください/Nをお願いします」(https://www.coelang.tufs.ac.jp/mt/ja/gmod/contents/explanation/054.html)」
「ウィクショナリー日本語版「ください」(https://ja.wiktionary.org/wiki/ください)」
「Weblio辞書「ちょうだい」(デジタル大辞泉)(https://www.weblio.jp/content/ちょうだい)」
「日本語教師の広場「~てください・その1」(https://www.tomojuku.com/blog/tekudasai/)」
「日本語教師のN1et「直接/間接的な依頼・指示表現と実際の使用状況」(https://jn1et.com/request-expression/)」
「Learn Thai from a White Guy「How to Say Please in Thai」(https://learnthaifromawhiteguy.com/how-to-say-please-in-thai/)」