รากศัพท์ tract(ดึง)คืออะไร? แผนที่คำศัพท์อังกฤษ 1 รากที่ไขได้ 20 คำ

Kodak
วันนี้เราจะไม่คุยกันแค่คำเดียว แต่จะคุยกันเรื่อง “รากศัพท์” ครับ!

รากศัพท์ของวันนี้คือ “tract” ซึ่งแปลว่า “ดึง, ลาก” ครับ

ตัวมันเองไม่ใช่คำที่ใช้เดี่ยว ๆ ได้ แต่ถ้าจำภาพนี้ได้ คุณจะไขคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้เป็นสิบ ๆ คำเลยนะครับ!

เป็นสิบคำเลยเหรอครับ? แต่ผมไม่เคยเห็นคำว่า tract ในภาษาไทยเลยนะครับ…
Kodak

เห็นแล้วครับ! แค่ยังไม่รู้ตัวเท่านั้นเองนะครับ

ลองนึกถึงรถที่ใช้ไถนาสิครับ… “รถแทรกเตอร์” ไงครับ!

คำนี้แหละครับคือ tract ที่เดินทางมาถึงภาษาไทยแล้ว เดี๋ยวเราจะเริ่มจากตรงนี้กันนะครับ

รากศัพท์ tract คืออะไร? มาจากภาษาละติน trahere(ดึง)

tract เป็นรากศัพท์ที่มาจากภาษาละตินคำว่า trahere(อ่านว่า ทรา-เฮ-เร)ซึ่งแปลว่า “ดึง, ลาก, ฉุด” ครับ

รูป tract ที่เราเห็นในคำอังกฤษ มาจาก tractus ซึ่งเป็นรูปกริยาช่อง 3 ของ trahere นะครับ

และถ้าย้อนไปไกลกว่านั้นอีก ก็จะไปถึงรากอินโด-ยูโรเปียนดั้งเดิม *tragh- ที่แปลว่า “ดึง, ลาก, เคลื่อนย้าย” ครับ

สูตรของคำตระกูล tract

【คำอุปสรรค(บอกทิศทาง)】+【tract(ดึง)】

เท่านี้ครับ! คำในตระกูลนี้เกือบทั้งหมดสร้างขึ้นจากสูตรเดียวกันนี้เลยนะครับ

อ๋อ… ก็คือแค่เปลี่ยน “ทิศทาง” ที่หัวคำไปเรื่อย ๆ เหรอครับ?
Kodak

ใช่เลยครับ! ลองนึกภาพว่ามือของเราจับเชือกอยู่ แล้วเราจะดึงไปทางไหนก็ได้นะครับ

ดึงเข้าหาตัว ⇒ attract
ดึงเข้าหากัน ⇒ contract
ดึงแยกออกไป ⇒ abstract
ดึงไปคนละทิศ ⇒ distract
ดึงออกไปข้างนอก ⇒ extract

มือทำท่าเดียวกันหมดครับ ต่างกันแค่ทิศทางนะครับ!

แทรกเตอร์ ที่มาของคำ:คำ tract คำเดียวที่คนไทยใช้อยู่ทุกวัน

ในบรรดาคำตระกูล tract ทั้งหมด มีอยู่คำเดียวที่เข้ามาเป็นคำทับศัพท์ในภาษาไทย นั่นคือ “แทรกเตอร์”(tractor)ครับ

tractor แยกชิ้นส่วน

tract(ดึง, ลาก)+ -or(ผู้ที่ทำสิ่งนั้น)
“ตัวที่ทำหน้าที่ลาก”

※คำนี้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1856 และเริ่มใช้หมายถึงเครื่องยนต์ที่ลากไถหรือเกวียนตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 1896 ครับ

อ๋อ! ก็คือ “เจ้าตัวลาก” ตรงตัวเลยเหรอครับ เห็นภาพเลยครับ เพราะแทรกเตอร์ก็ลากไถอยู่จริง ๆ
Kodak

ถูกต้องครับ! และคำที่ลงท้ายด้วย -or หรือ -er ก็ใช้หลักเดียวกันหมดเลยนะครับ

act(แสดง)+ -or ⇒ actor(นักแสดง)
edit(ตรวจแก้)+ -or ⇒ editor(บรรณาธิการ)
tract(ลาก)+ -or ⇒ tractor(รถแทรกเตอร์)

เห็นระบบไหมครับ? ภาษาอังกฤษเป็นเหมือนตัวต่อเลโก้ครับ ต่อชิ้นส่วนกันไปเรื่อย ๆ นะครับ

แผนที่คำตระกูล tract:ดูทีเดียวเห็นภาพรวมทั้งหมด

มาดูตารางรวมกันครับ ให้สังเกตว่า ช่องขวาสุดจะมีคำว่า “ดึง” อยู่ทุกบรรทัด นะครับ

คำ คำอุปสรรค ความหมายไทย ภาพ “ดึง”
attract at-(เข้าหา) ดึงดูด ดึงเข้าหาตัว
contract con-(ด้วยกัน) สัญญา / หดตัว / ติดโรค ดึงเข้าหากัน
abstract abs-(แยกออกไป) นามธรรม / บทคัดย่อ ดึงแยกออกจากของจริง
distract dis-(คนละทาง) ทำให้เสียสมาธิ ดึงไปคนละทิศ
extract ex-(ออกข้างนอก) สกัด, ดึงออกมา ดึงออกมาข้างนอก
subtract sub-(ข้างใต้) ลบ, หักออก ดึงออกจากข้างใต้
retract re-(ถอยกลับ) ถอนคำพูด, หดกลับ ดึงกลับเข้ามา
protract pro-(ไปข้างหน้า) ยืดเวลาให้นานออกไป ดึงให้ยืดยาวออกไป
traction แรงเสียดทาน, การดึง ตัว “การดึง” เอง
tractor รถแทรกเตอร์ ตัวที่ลาก
โห… subtract ที่แปลว่า “ลบ” ในวิชาเลข ก็คือ “ดึงออก” เหรอครับ ผมท่องมาตั้งนานว่าแปลว่าลบเฉย ๆ เลยครับ
Kodak

นั่นแหละครับความมหัศจรรย์ของรากศัพท์นะครับ!

“ลบ” ก็คือการ ดึงจำนวนหนึ่งออกไปจากอีกจำนวนหนึ่ง ใช่ไหมครับ ตรงตัวเป๊ะเลย

พอเห็นแบบนี้ คำที่เคยต้องท่องแยกกัน 10 คำ ก็ยุบเหลือแค่ ภาพเดียว ที่ต้องจำครับ สมองเราจะเบาลงเยอะเลยนะครับ

4 คำหลักที่ต้องรู้ก่อน:เจาะลึกทีละคำ

ในบรรดาคำตระกูล tract ทั้งหมด มี 4 คำที่เจอบ่อยที่สุดทั้งในข้อสอบ ในข่าว และในชีวิตประจำวันครับ แต่ละคำมีรายละเอียดที่น่าสนใจต่างกันไป มาดูทีละคำนะครับ

1. attract:ดึงเข้าหาตัว

คำที่ตรงกับ “ดึงดูด” ในภาษาไทยที่สุดครับ จุดสำคัญคือความต่างของ attract(กริยา)/ attractive(คุณศัพท์)/ attraction(นาม)และการใช้ be attracted to เวลาเราเป็นฝ่ายถูกดึงดูดนะครับ

ที่น่าสนใจคือ คำไทยว่า “ดึงดูด” เองก็ประกอบจาก ดึง + ดูด ซึ่งเป็นภาพเดียวกับ tract เลยครับ

2. contract:ดึงเข้าหากัน

คำที่แตกความหมายในภาษาไทยได้มากที่สุดครับ คือ สัญญา / หดตัว / ติดโรค ซึ่งในภาษาไทยเป็นคนละคำกันโดยสิ้นเชิง แต่ภาษาอังกฤษใช้คำเดียว

อีกจุดที่สำคัญคือการย้ายที่เน้นเสียงระหว่างคำนาม(CON-tract)กับคำกริยา(con-TRACT)นะครับ

3. abstract:ดึงแยกออกจากของจริง

คำที่เป็นได้ทั้งคำคุณศัพท์(นามธรรม)คำนาม(บทคัดย่อ)และคำกริยาครับ ทั้งสองความหมายนี้เชื่อมกันด้วยภาพ “ดึงแก่นออกมา ทิ้งตัวจริงไว้”

น่าสนใจว่า คำไทย “บทคัดย่อ” เองก็มี “คัด”(เลือกดึงออกมา)ซ่อนอยู่เหมือนกันนะครับ

4. distract:ดึงไปคนละทิศ

คำที่ภาษาไทยต้องใช้วลียาว ๆ ว่า “ทำให้เสียสมาธิ” ครับ จุดสำคัญคือโครงสร้าง distract A from B และการแยกให้ออกระหว่าง distract / disturb / interrupt นะครับ

ญาติห่าง ๆ ของ tract ที่คุณไม่เคยรู้ว่าเป็นญาติกัน

Kodak

ทีนี้มาถึงส่วนที่ผมชอบที่สุดครับ!

รากละติน trahere ตัวนี้ไม่ได้เดินทางมาถึงภาษาอังกฤษทางเดียวครับ บางสายอ้อมผ่านภาษาฝรั่งเศสจนหน้าตาเปลี่ยนไปหมดจนจำไม่ได้เลยนะครับ

ลองดูรายชื่อนี้สิครับ… คุณจะตกใจเลยครับ!

คำ ความหมาย ที่มา
trace ร่องรอย, ตามรอย ฝรั่งเศสเก่า tracier ← ละติน tractus(”รอยที่ถูกลากไว้”)
track ทางเดิน, ลู่วิ่ง, แทร็กเพลง สายเดียวกับ trace ‐ “รอยลาก”
train รถไฟ, ฝึกฝน ฝรั่งเศสเก่า ← ละติน trahere(”สิ่งที่ถูกลากต่อกันเป็นแถว”)
treat ปฏิบัติต่อ, รักษา, เลี้ยง ละติน tractare(รูปย้ำของ trahere = “จัดการ, ลากไปมา”)
treaty สนธิสัญญา สายเดียวกับ treat ‐ “ผลของการเจรจา”
portrait ภาพเหมือน por-(ออกมา)+ trait ← trahere(”ลากเส้นออกมา”)
trait ลักษณะนิสัย ละติน tractus(”เส้นที่ลากออกมา” ⇒ เส้นเด่นของบุคลิก)
อะไรนะครับ! train ที่แปลว่ารถไฟ ก็เป็นญาติกับ tractor เหรอครับ?!
Kodak

ใช่ครับ! และพอคิดดูก็สมเหตุสมผลมากนะครับ

รถไฟคืออะไรครับ? ก็คือหัวรถจักรที่ ลากตู้โดยสารต่อกันเป็นแถวยาว ไงครับ!

แล้ว “train”(ฝึกฝน)ล่ะ? ก็คือการ จูงมือคนคนหนึ่งไปตามเส้นทาง จนกว่าเขาจะเดินเองได้ครับ ภาพเดียวกันเป๊ะเลยนะครับ

อ๋อ… แล้ว portrait ที่แปลว่าภาพเหมือนล่ะครับ? มัน “ดึง” ตรงไหนเหรอครับ
Kodak

คำถามดีมากครับ! นึกถึงศิลปินที่กำลังวาดภาพคนสิครับ

เขากำลังทำอะไรอยู่? กำลัง “ลากเส้น” ออกมาบนผ้าใบไงครับ! por-(ออกมา)+ trait(ลาก)= “การลากเส้นออกมา”

และ trait(ลักษณะนิสัย)ก็มาจากภาพเดียวกันครับ คือ “เส้นเด่น ๆ ที่ลากออกมาได้จากบุคลิกของคนคนนั้น” นะครับ

เราตกใจอยู่พักหนึ่งเลยครับ ไม่เคยคิดว่า portrait จะมาจากการ “ลากเส้น” ของศิลปิน นึกว่าเป็นคำละตินคำละความหมายไปเลย
Kodak

ผมเองก็ทึ่งพอ ๆ กับคุณตอนไปเจอครั้งแรกเลยครับ ก่อนหน้านั้นผมท่องคำว่า portrait, trait, tractor แยกกันเป็นคนละคำมาตลอด เพราะหน้าตาดูไม่เหมือนกันเลย

กว่าจะรู้ว่ามันมาจากรากเดียวกันก็ตอนเรียนวิชานิรุกติศาสตร์ตอนเรียนปริญญาโท พอเห็นภาพ “ลากเส้น” ที่เชื่อมทุกคำเข้าด้วยกัน ผมรู้สึกเหมือนต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายได้เลยครับ จำศัพท์กลุ่มนี้ได้แม่นขึ้นทันที

แผนที่ฝั่งภาษาไทย:คำเหล่านี้ไม่มีรากร่วมกันเลย

ตรงนี้เป็นจุดที่ผมอยากให้ผู้เรียนชาวไทยสังเกตเป็นพิเศษครับ

คำอังกฤษตระกูล tract ทั้งหมดมี รากเดียวกัน แต่พอแปลเป็นไทยแล้ว มันกลายเป็นคำที่มา คนละที่กันหมด เลยครับ

คำอังกฤษ คำไทย ที่มาของคำไทย
attract ดึงดูด คำไทยแท้:ดึง + ดูด
contract(สัญญา) สัญญา บาลี:saññā
contract(หดตัว) หดตัว คำไทยแท้:หด + ตัว
contract(ติดโรค) ติด(โรค) คำไทยแท้:ติด(แนบ, เกาะ)
abstract(นามธรรม) นามธรรม บาลี:nāma-dhamma
abstract(บทคัดย่อ) บทคัดย่อ คำผสม:บท + คัด + ย่อ
distract ทำให้เสียสมาธิ วลี + บาลี:samādhi
tractor แทรกเตอร์ คำทับศัพท์จากอังกฤษ
โห… ฝั่งอังกฤษเป็นต้นไม้ต้นเดียว แต่ฝั่งไทยเป็นป่าที่มีต้นไม้คนละพันธุ์เลยเหรอครับ
Kodak

เปรียบเทียบได้สวยมากครับ! และนี่แหละคือเหตุผลที่ผมอยากให้ทุกคนเรียนรากศัพท์นะครับ

เพราะถ้าเราจำจากฝั่งภาษาไทย เราจะต้องท่อง 8 คำที่ไม่เกี่ยวกันเลย ครับ

แต่ถ้าเราจำจากฝั่งรากศัพท์ เราจำแค่ คำเดียว คือ “ดึง” แล้วที่เหลือคือการเปลี่ยนทิศทางเท่านั้นเองครับ

ต่างกันเยอะมากเลยใช่ไหมครับ!

จำศัพท์อังกฤษด้วยรากศัพท์:วิธีที่ใช้ได้จริง 4 ขั้นตอน

หลายคนได้ยินคำว่า “เรียนรากศัพท์” แล้วรู้สึกว่ายากและวิชาการเกินไปครับ แต่จริง ๆ แล้วมีวิธีที่ง่ายมากนะครับ ผมสรุปเป็น 4 ขั้นตอนให้ครับ

ขั้นตอนการจำศัพท์ด้วยรากศัพท์

ขั้นที่ 1:แยกคำออกเป็นชิ้น ๆ
เจอคำยาว ๆ อย่าเพิ่งตกใจ ลองมองหารากที่คุ้นเคยก่อน เช่น dis|tract

ขั้นที่ 2:แปลงเป็น “ภาพ” ไม่ใช่ “คำแปล”
อย่าท่องว่า “distract = ทำให้เสียสมาธิ” แต่ให้เห็นภาพ “เชือกถูกดึงไปคนละทิศ”

ขั้นที่ 3:เชื่อมกับคำที่เคยรู้แล้ว
“อ๋อ คำนี้รากเดียวกับ tractor นี่นา!” ⇒ ความจำจะเกาะกันเป็นตาข่าย ไม่ใช่เม็ดกระจัดกระจาย

ขั้นที่ 4:เดาคำใหม่ด้วยราก แล้วค่อยเช็กดิกชันนารี
เจอ “retract” ครั้งแรก ⇒ re(กลับ)+ tract(ดึง)⇒ น่าจะแปลว่า “ดึงกลับ” ⇒ เปิดดิกฯ ⇒ ถูกต้อง!
※ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด เพราะสมองจะจำสิ่งที่ “เดาเองแล้วถูก” ได้แม่นกว่าสิ่งที่ “ถูกบอก” มาก

แต่ถ้าเดาแล้วผิดล่ะครับ? จะเสียเวลาเปล่าหรือเปล่าครับ
Kodak

ไม่เสียเปล่าเลยครับ ตรงกันข้าม เดาผิดคือของดีมาก นะครับ!

เพราะตอนที่เรารู้ว่า “อ้าว ไม่ใช่แบบที่คิด” สมองจะเกิดความประหลาดใจ ซึ่งเป็นอารมณ์ที่ทำให้จำได้แม่นที่สุดครับ

ที่ควรระวังมีอย่างเดียวคือ อย่าเชื่อคำที่เดาไว้โดยไม่เช็ก ครับ ให้ใช้รากศัพท์เป็น “เข็มทิศ” ที่ชี้ทิศทางคร่าว ๆ แล้วให้ดิกชันนารีเป็น “แผนที่” ที่ยืนยันความถูกต้องนะครับ

ข้อควรระวัง:รากศัพท์ไม่ใช่เวทมนตร์ที่ใช้ได้ 100%

ผมอยากบอกตามตรงว่า รากศัพท์ไม่ได้ใช้ได้กับทุกคำครับ มีข้อจำกัดอยู่ 2 ข้อนะครับ

  • ความหมายเคลื่อนไปตามกาลเวลา ⇒ contract ที่แปลว่า “ติดโรค” เดาจากราก “ดึงเข้าหากัน” ตรง ๆ ยากมาก ต้องรู้เส้นทางประวัติศาสตร์ด้วย
  • คำพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดมักไม่มีราก ⇒ get, take, make, go, come คำพวกนี้เป็นคำเยอรมานิกดั้งเดิม แยกชิ้นส่วนไม่ได้ ต้องจำจากการใช้จริงเท่านั้น

ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ ใช้รากศัพท์กับคำยาว ๆ ที่มาจากละติน(ศัพท์วิชาการ ศัพท์ข่าว ศัพท์ข้อสอบ) และ ใช้การอ่านและฟังเยอะ ๆ กับคำสั้น ๆ ในชีวิตประจำวัน ครับ

อ๋อ… ก็คือรากศัพท์เป็นเครื่องมือหนึ่ง ไม่ใช่ทางลัดวิเศษใช่ไหมครับ
Kodak

พูดได้ตรงใจมากครับ! แต่มันเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากนะครับ

ลองคิดดูสิครับ วันนี้เราเรียนรากเดียว คือ tract(ดึง) แต่เราได้คำติดมือกลับไปประมาณ 20 คำเลยนะครับ!

และในภาษาอังกฤษมีรากแบบนี้อีกเป็นร้อย ๆ ตัวครับ ค่อย ๆ เก็บไปทีละราก แล้วคลังคำศัพท์จะโตแบบก้าวกระโดดเลยนะครับ

เช็คให้ชัวร์ใน 30 วินาที: อยากพูดคำไหนในตระกูล -tract?

ทุกคำมีท่าเดียวกันคือ “ดึง” ต่างกันแค่ “ทิศทาง” ที่ดึง ลองเลือกทิศที่ตรงกับสิ่งที่อยากสื่อดูครับ

Q1. กำลังจะดึงไปทิศไหน?
ดึงเข้าหาตัว → attract
ดึงดูด
ดึงเข้าหากัน → contract
สัญญา / หดตัว / ติดโรค
ดึงแยกออกจากของจริง → abstract
นามธรรม / บทคัดย่อ
ดึงไปคนละทิศ → distract
ทำให้เสียสมาธิ
ดึงออกไปข้างนอก → extract
สกัด, ดึงออกมา
ดึงบางส่วนออกจากทั้งหมด → subtract
ลบ, หักออก
ดึงกลับเข้ามา → retract
ถอนคำพูด, หดกลับ
ดึงให้ยืดยาวออกไป → protract
ยืดเวลาให้นานออกไป

※ ราก tract แฝงอยู่ในคำที่หน้าตาไม่เหมือนกันเลยด้วย: trace(ร่องรอย), track(ทาง), train(รถไฟ/ฝึกฝน), treat(ปฏิบัติต่อ), portrait(ภาพเหมือน), trait(ลักษณะนิสัย)— ทั้งหมดมาจาก “ดึง/ลาก” เหมือนกัน

สรุป:รากศัพท์ tract และแผนที่คำทั้งหมด

tract มาจากภาษาละติน trahere / tractus แปลว่า “ดึง, ลาก”
⇒ ย้อนไปถึงรากอินโด-ยูโรเปียน *tragh-

สูตร:【ทิศทาง】+【tract(ดึง)】
at-(เข้าหา)/con-(เข้าหากัน)/abs-(แยกออก)/dis-(คนละทิศ)/ex-(ออกนอก)/sub-(ใต้)/re-(กลับ)/pro-(ไปหน้า)

คำที่คนไทยใช้อยู่แล้ว
แทรกเตอร์(tractor)= tract(ลาก)+ -or(ผู้กระทำ)⇒ “ตัวที่ทำหน้าที่ลาก”

ญาติที่คาดไม่ถึง
trace / track / train / treat / treaty / portrait / trait ล้วนมีราก trahere เหมือนกันหมด

วิธีใช้รากศัพท์
แยกชิ้น ⇒ แปลงเป็นภาพ ⇒ เชื่อมกับคำที่รู้แล้ว ⇒ เดาแล้วเช็กดิกชันนารี
※ ใช้กับศัพท์ละตินยาว ๆ ได้ผลดีที่สุด ส่วนคำสั้น ๆ พื้นฐานต้องจำจากการใช้จริง

เราเคยสะกดคำว่า trait ผิดเป็น treat บ่อยมากเลยครับ เพราะหน้าตาคล้ายกันมาก
Kodak

สะกดผิดแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยจริง ๆ ครับ ตัวผมเองก็เคยเขียนอีเมลผิดตอนอธิบายบุคลิกลูกค้าให้เพื่อนร่วมงานฟัง

ตั้งใจจะพูดว่า “a positive trait” แต่ดันพิมพ์เป็น “a positive treat” เพื่อนอ่านแล้วงงว่าผมหมายถึงขนมหรืออะไร กว่าจะรู้ตัวว่าพิมพ์ผิดก็ตอนเพื่อนถามกลับมา ตั้งแต่นั้นมาผมเลยจำไว้ว่า trait ไม่มี e กลาง เขียนสั้นกว่า treat หนึ่งตัวอักษรครับ

แหล่งอ้างอิง
Online Etymology Dictionary(https://www.etymonline.com/word/tractor
Online Etymology Dictionary(https://www.etymonline.com/word/trace
Online Etymology Dictionary(https://www.etymonline.com/word/treat
Cambridge Dictionary(https://dictionary.cambridge.org/