รากศัพท์ของวันนี้คือ “tract” ซึ่งแปลว่า “ดึง, ลาก” ครับ
ตัวมันเองไม่ใช่คำที่ใช้เดี่ยว ๆ ได้ แต่ถ้าจำภาพนี้ได้ คุณจะไขคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้เป็นสิบ ๆ คำเลยนะครับ!
เห็นแล้วครับ! แค่ยังไม่รู้ตัวเท่านั้นเองนะครับ
ลองนึกถึงรถที่ใช้ไถนาสิครับ… “รถแทรกเตอร์” ไงครับ!
คำนี้แหละครับคือ tract ที่เดินทางมาถึงภาษาไทยแล้ว เดี๋ยวเราจะเริ่มจากตรงนี้กันนะครับ
- 1 รากศัพท์ tract คืออะไร? มาจากภาษาละติน trahere(ดึง)
- 2 แทรกเตอร์ ที่มาของคำ:คำ tract คำเดียวที่คนไทยใช้อยู่ทุกวัน
- 3 แผนที่คำตระกูล tract:ดูทีเดียวเห็นภาพรวมทั้งหมด
- 4 4 คำหลักที่ต้องรู้ก่อน:เจาะลึกทีละคำ
- 5 ญาติห่าง ๆ ของ tract ที่คุณไม่เคยรู้ว่าเป็นญาติกัน
- 6 แผนที่ฝั่งภาษาไทย:คำเหล่านี้ไม่มีรากร่วมกันเลย
- 7 จำศัพท์อังกฤษด้วยรากศัพท์:วิธีที่ใช้ได้จริง 4 ขั้นตอน
- 8 สรุป:รากศัพท์ tract และแผนที่คำทั้งหมด
รากศัพท์ tract คืออะไร? มาจากภาษาละติน trahere(ดึง)
tract เป็นรากศัพท์ที่มาจากภาษาละตินคำว่า trahere(อ่านว่า ทรา-เฮ-เร)ซึ่งแปลว่า “ดึง, ลาก, ฉุด” ครับ
รูป tract ที่เราเห็นในคำอังกฤษ มาจาก tractus ซึ่งเป็นรูปกริยาช่อง 3 ของ trahere นะครับ
และถ้าย้อนไปไกลกว่านั้นอีก ก็จะไปถึงรากอินโด-ยูโรเปียนดั้งเดิม *tragh- ที่แปลว่า “ดึง, ลาก, เคลื่อนย้าย” ครับ
สูตรของคำตระกูล tract
【คำอุปสรรค(บอกทิศทาง)】+【tract(ดึง)】
เท่านี้ครับ! คำในตระกูลนี้เกือบทั้งหมดสร้างขึ้นจากสูตรเดียวกันนี้เลยนะครับ
ใช่เลยครับ! ลองนึกภาพว่ามือของเราจับเชือกอยู่ แล้วเราจะดึงไปทางไหนก็ได้นะครับ
ดึงเข้าหาตัว ⇒ attract
ดึงเข้าหากัน ⇒ contract
ดึงแยกออกไป ⇒ abstract
ดึงไปคนละทิศ ⇒ distract
ดึงออกไปข้างนอก ⇒ extract
มือทำท่าเดียวกันหมดครับ ต่างกันแค่ทิศทางนะครับ!
แทรกเตอร์ ที่มาของคำ:คำ tract คำเดียวที่คนไทยใช้อยู่ทุกวัน
ในบรรดาคำตระกูล tract ทั้งหมด มีอยู่คำเดียวที่เข้ามาเป็นคำทับศัพท์ในภาษาไทย นั่นคือ “แทรกเตอร์”(tractor)ครับ
tractor แยกชิ้นส่วน
tract(ดึง, ลาก)+ -or(ผู้ที่ทำสิ่งนั้น)
⇒ “ตัวที่ทำหน้าที่ลาก”
※คำนี้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1856 และเริ่มใช้หมายถึงเครื่องยนต์ที่ลากไถหรือเกวียนตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 1896 ครับ
ถูกต้องครับ! และคำที่ลงท้ายด้วย -or หรือ -er ก็ใช้หลักเดียวกันหมดเลยนะครับ
act(แสดง)+ -or ⇒ actor(นักแสดง)
edit(ตรวจแก้)+ -or ⇒ editor(บรรณาธิการ)
tract(ลาก)+ -or ⇒ tractor(รถแทรกเตอร์)
เห็นระบบไหมครับ? ภาษาอังกฤษเป็นเหมือนตัวต่อเลโก้ครับ ต่อชิ้นส่วนกันไปเรื่อย ๆ นะครับ
แผนที่คำตระกูล tract:ดูทีเดียวเห็นภาพรวมทั้งหมด
มาดูตารางรวมกันครับ ให้สังเกตว่า ช่องขวาสุดจะมีคำว่า “ดึง” อยู่ทุกบรรทัด นะครับ
| คำ | คำอุปสรรค | ความหมายไทย | ภาพ “ดึง” |
|---|---|---|---|
| attract | at-(เข้าหา) | ดึงดูด | ดึงเข้าหาตัว |
| contract | con-(ด้วยกัน) | สัญญา / หดตัว / ติดโรค | ดึงเข้าหากัน |
| abstract | abs-(แยกออกไป) | นามธรรม / บทคัดย่อ | ดึงแยกออกจากของจริง |
| distract | dis-(คนละทาง) | ทำให้เสียสมาธิ | ดึงไปคนละทิศ |
| extract | ex-(ออกข้างนอก) | สกัด, ดึงออกมา | ดึงออกมาข้างนอก |
| subtract | sub-(ข้างใต้) | ลบ, หักออก | ดึงออกจากข้างใต้ |
| retract | re-(ถอยกลับ) | ถอนคำพูด, หดกลับ | ดึงกลับเข้ามา |
| protract | pro-(ไปข้างหน้า) | ยืดเวลาให้นานออกไป | ดึงให้ยืดยาวออกไป |
| traction | — | แรงเสียดทาน, การดึง | ตัว “การดึง” เอง |
| tractor | — | รถแทรกเตอร์ | ตัวที่ลาก |
นั่นแหละครับความมหัศจรรย์ของรากศัพท์นะครับ!
“ลบ” ก็คือการ ดึงจำนวนหนึ่งออกไปจากอีกจำนวนหนึ่ง ใช่ไหมครับ ตรงตัวเป๊ะเลย
พอเห็นแบบนี้ คำที่เคยต้องท่องแยกกัน 10 คำ ก็ยุบเหลือแค่ ภาพเดียว ที่ต้องจำครับ สมองเราจะเบาลงเยอะเลยนะครับ
4 คำหลักที่ต้องรู้ก่อน:เจาะลึกทีละคำ
ในบรรดาคำตระกูล tract ทั้งหมด มี 4 คำที่เจอบ่อยที่สุดทั้งในข้อสอบ ในข่าว และในชีวิตประจำวันครับ แต่ละคำมีรายละเอียดที่น่าสนใจต่างกันไป มาดูทีละคำนะครับ
1. attract:ดึงเข้าหาตัว
คำที่ตรงกับ “ดึงดูด” ในภาษาไทยที่สุดครับ จุดสำคัญคือความต่างของ attract(กริยา)/ attractive(คุณศัพท์)/ attraction(นาม)และการใช้ be attracted to เวลาเราเป็นฝ่ายถูกดึงดูดนะครับ
ที่น่าสนใจคือ คำไทยว่า “ดึงดูด” เองก็ประกอบจาก ดึง + ดูด ซึ่งเป็นภาพเดียวกับ tract เลยครับ
2. contract:ดึงเข้าหากัน
คำที่แตกความหมายในภาษาไทยได้มากที่สุดครับ คือ สัญญา / หดตัว / ติดโรค ซึ่งในภาษาไทยเป็นคนละคำกันโดยสิ้นเชิง แต่ภาษาอังกฤษใช้คำเดียว
อีกจุดที่สำคัญคือการย้ายที่เน้นเสียงระหว่างคำนาม(CON-tract)กับคำกริยา(con-TRACT)นะครับ
3. abstract:ดึงแยกออกจากของจริง
คำที่เป็นได้ทั้งคำคุณศัพท์(นามธรรม)คำนาม(บทคัดย่อ)และคำกริยาครับ ทั้งสองความหมายนี้เชื่อมกันด้วยภาพ “ดึงแก่นออกมา ทิ้งตัวจริงไว้”
น่าสนใจว่า คำไทย “บทคัดย่อ” เองก็มี “คัด”(เลือกดึงออกมา)ซ่อนอยู่เหมือนกันนะครับ
4. distract:ดึงไปคนละทิศ
คำที่ภาษาไทยต้องใช้วลียาว ๆ ว่า “ทำให้เสียสมาธิ” ครับ จุดสำคัญคือโครงสร้าง distract A from B และการแยกให้ออกระหว่าง distract / disturb / interrupt นะครับ
ญาติห่าง ๆ ของ tract ที่คุณไม่เคยรู้ว่าเป็นญาติกัน
ทีนี้มาถึงส่วนที่ผมชอบที่สุดครับ!
รากละติน trahere ตัวนี้ไม่ได้เดินทางมาถึงภาษาอังกฤษทางเดียวครับ บางสายอ้อมผ่านภาษาฝรั่งเศสจนหน้าตาเปลี่ยนไปหมดจนจำไม่ได้เลยนะครับ
ลองดูรายชื่อนี้สิครับ… คุณจะตกใจเลยครับ!
| คำ | ความหมาย | ที่มา |
|---|---|---|
| trace | ร่องรอย, ตามรอย | ฝรั่งเศสเก่า tracier ← ละติน tractus(”รอยที่ถูกลากไว้”) |
| track | ทางเดิน, ลู่วิ่ง, แทร็กเพลง | สายเดียวกับ trace ‐ “รอยลาก” |
| train | รถไฟ, ฝึกฝน | ฝรั่งเศสเก่า ← ละติน trahere(”สิ่งที่ถูกลากต่อกันเป็นแถว”) |
| treat | ปฏิบัติต่อ, รักษา, เลี้ยง | ละติน tractare(รูปย้ำของ trahere = “จัดการ, ลากไปมา”) |
| treaty | สนธิสัญญา | สายเดียวกับ treat ‐ “ผลของการเจรจา” |
| portrait | ภาพเหมือน | por-(ออกมา)+ trait ← trahere(”ลากเส้นออกมา”) |
| trait | ลักษณะนิสัย | ละติน tractus(”เส้นที่ลากออกมา” ⇒ เส้นเด่นของบุคลิก) |
ใช่ครับ! และพอคิดดูก็สมเหตุสมผลมากนะครับ
รถไฟคืออะไรครับ? ก็คือหัวรถจักรที่ ลากตู้โดยสารต่อกันเป็นแถวยาว ไงครับ!
แล้ว “train”(ฝึกฝน)ล่ะ? ก็คือการ จูงมือคนคนหนึ่งไปตามเส้นทาง จนกว่าเขาจะเดินเองได้ครับ ภาพเดียวกันเป๊ะเลยนะครับ
คำถามดีมากครับ! นึกถึงศิลปินที่กำลังวาดภาพคนสิครับ
เขากำลังทำอะไรอยู่? กำลัง “ลากเส้น” ออกมาบนผ้าใบไงครับ! por-(ออกมา)+ trait(ลาก)= “การลากเส้นออกมา”
และ trait(ลักษณะนิสัย)ก็มาจากภาพเดียวกันครับ คือ “เส้นเด่น ๆ ที่ลากออกมาได้จากบุคลิกของคนคนนั้น” นะครับ
ผมเองก็ทึ่งพอ ๆ กับคุณตอนไปเจอครั้งแรกเลยครับ ก่อนหน้านั้นผมท่องคำว่า portrait, trait, tractor แยกกันเป็นคนละคำมาตลอด เพราะหน้าตาดูไม่เหมือนกันเลย
กว่าจะรู้ว่ามันมาจากรากเดียวกันก็ตอนเรียนวิชานิรุกติศาสตร์ตอนเรียนปริญญาโท พอเห็นภาพ “ลากเส้น” ที่เชื่อมทุกคำเข้าด้วยกัน ผมรู้สึกเหมือนต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายได้เลยครับ จำศัพท์กลุ่มนี้ได้แม่นขึ้นทันที
แผนที่ฝั่งภาษาไทย:คำเหล่านี้ไม่มีรากร่วมกันเลย
ตรงนี้เป็นจุดที่ผมอยากให้ผู้เรียนชาวไทยสังเกตเป็นพิเศษครับ
คำอังกฤษตระกูล tract ทั้งหมดมี รากเดียวกัน แต่พอแปลเป็นไทยแล้ว มันกลายเป็นคำที่มา คนละที่กันหมด เลยครับ
| คำอังกฤษ | คำไทย | ที่มาของคำไทย |
|---|---|---|
| attract | ดึงดูด | คำไทยแท้:ดึง + ดูด |
| contract(สัญญา) | สัญญา | บาลี:saññā |
| contract(หดตัว) | หดตัว | คำไทยแท้:หด + ตัว |
| contract(ติดโรค) | ติด(โรค) | คำไทยแท้:ติด(แนบ, เกาะ) |
| abstract(นามธรรม) | นามธรรม | บาลี:nāma-dhamma |
| abstract(บทคัดย่อ) | บทคัดย่อ | คำผสม:บท + คัด + ย่อ |
| distract | ทำให้เสียสมาธิ | วลี + บาลี:samādhi |
| tractor | แทรกเตอร์ | คำทับศัพท์จากอังกฤษ |
เปรียบเทียบได้สวยมากครับ! และนี่แหละคือเหตุผลที่ผมอยากให้ทุกคนเรียนรากศัพท์นะครับ
เพราะถ้าเราจำจากฝั่งภาษาไทย เราจะต้องท่อง 8 คำที่ไม่เกี่ยวกันเลย ครับ
แต่ถ้าเราจำจากฝั่งรากศัพท์ เราจำแค่ คำเดียว คือ “ดึง” แล้วที่เหลือคือการเปลี่ยนทิศทางเท่านั้นเองครับ
ต่างกันเยอะมากเลยใช่ไหมครับ!
จำศัพท์อังกฤษด้วยรากศัพท์:วิธีที่ใช้ได้จริง 4 ขั้นตอน
หลายคนได้ยินคำว่า “เรียนรากศัพท์” แล้วรู้สึกว่ายากและวิชาการเกินไปครับ แต่จริง ๆ แล้วมีวิธีที่ง่ายมากนะครับ ผมสรุปเป็น 4 ขั้นตอนให้ครับ
ขั้นตอนการจำศัพท์ด้วยรากศัพท์
ขั้นที่ 1:แยกคำออกเป็นชิ้น ๆ
เจอคำยาว ๆ อย่าเพิ่งตกใจ ลองมองหารากที่คุ้นเคยก่อน เช่น dis|tract
ขั้นที่ 2:แปลงเป็น “ภาพ” ไม่ใช่ “คำแปล”
อย่าท่องว่า “distract = ทำให้เสียสมาธิ” แต่ให้เห็นภาพ “เชือกถูกดึงไปคนละทิศ”
ขั้นที่ 3:เชื่อมกับคำที่เคยรู้แล้ว
“อ๋อ คำนี้รากเดียวกับ tractor นี่นา!” ⇒ ความจำจะเกาะกันเป็นตาข่าย ไม่ใช่เม็ดกระจัดกระจาย
ขั้นที่ 4:เดาคำใหม่ด้วยราก แล้วค่อยเช็กดิกชันนารี
เจอ “retract” ครั้งแรก ⇒ re(กลับ)+ tract(ดึง)⇒ น่าจะแปลว่า “ดึงกลับ” ⇒ เปิดดิกฯ ⇒ ถูกต้อง!
※ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด เพราะสมองจะจำสิ่งที่ “เดาเองแล้วถูก” ได้แม่นกว่าสิ่งที่ “ถูกบอก” มาก
ไม่เสียเปล่าเลยครับ ตรงกันข้าม เดาผิดคือของดีมาก นะครับ!
เพราะตอนที่เรารู้ว่า “อ้าว ไม่ใช่แบบที่คิด” สมองจะเกิดความประหลาดใจ ซึ่งเป็นอารมณ์ที่ทำให้จำได้แม่นที่สุดครับ
ที่ควรระวังมีอย่างเดียวคือ อย่าเชื่อคำที่เดาไว้โดยไม่เช็ก ครับ ให้ใช้รากศัพท์เป็น “เข็มทิศ” ที่ชี้ทิศทางคร่าว ๆ แล้วให้ดิกชันนารีเป็น “แผนที่” ที่ยืนยันความถูกต้องนะครับ
ข้อควรระวัง:รากศัพท์ไม่ใช่เวทมนตร์ที่ใช้ได้ 100%
ผมอยากบอกตามตรงว่า รากศัพท์ไม่ได้ใช้ได้กับทุกคำครับ มีข้อจำกัดอยู่ 2 ข้อนะครับ
- ความหมายเคลื่อนไปตามกาลเวลา ⇒ contract ที่แปลว่า “ติดโรค” เดาจากราก “ดึงเข้าหากัน” ตรง ๆ ยากมาก ต้องรู้เส้นทางประวัติศาสตร์ด้วย
- คำพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดมักไม่มีราก ⇒ get, take, make, go, come คำพวกนี้เป็นคำเยอรมานิกดั้งเดิม แยกชิ้นส่วนไม่ได้ ต้องจำจากการใช้จริงเท่านั้น
ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ ใช้รากศัพท์กับคำยาว ๆ ที่มาจากละติน(ศัพท์วิชาการ ศัพท์ข่าว ศัพท์ข้อสอบ) และ ใช้การอ่านและฟังเยอะ ๆ กับคำสั้น ๆ ในชีวิตประจำวัน ครับ
พูดได้ตรงใจมากครับ! แต่มันเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากนะครับ
ลองคิดดูสิครับ วันนี้เราเรียนรากเดียว คือ tract(ดึง) แต่เราได้คำติดมือกลับไปประมาณ 20 คำเลยนะครับ!
และในภาษาอังกฤษมีรากแบบนี้อีกเป็นร้อย ๆ ตัวครับ ค่อย ๆ เก็บไปทีละราก แล้วคลังคำศัพท์จะโตแบบก้าวกระโดดเลยนะครับ
เช็คให้ชัวร์ใน 30 วินาที: อยากพูดคำไหนในตระกูล -tract?
ทุกคำมีท่าเดียวกันคือ “ดึง” ต่างกันแค่ “ทิศทาง” ที่ดึง ลองเลือกทิศที่ตรงกับสิ่งที่อยากสื่อดูครับ
ดึงดูด
สัญญา / หดตัว / ติดโรค
นามธรรม / บทคัดย่อ
ทำให้เสียสมาธิ
สกัด, ดึงออกมา
ลบ, หักออก
ถอนคำพูด, หดกลับ
ยืดเวลาให้นานออกไป
※ ราก tract แฝงอยู่ในคำที่หน้าตาไม่เหมือนกันเลยด้วย: trace(ร่องรอย), track(ทาง), train(รถไฟ/ฝึกฝน), treat(ปฏิบัติต่อ), portrait(ภาพเหมือน), trait(ลักษณะนิสัย)— ทั้งหมดมาจาก “ดึง/ลาก” เหมือนกัน
สรุป:รากศัพท์ tract และแผนที่คำทั้งหมด
●tract มาจากภาษาละติน trahere / tractus แปลว่า “ดึง, ลาก”
⇒ ย้อนไปถึงรากอินโด-ยูโรเปียน *tragh-
●สูตร:【ทิศทาง】+【tract(ดึง)】
at-(เข้าหา)/con-(เข้าหากัน)/abs-(แยกออก)/dis-(คนละทิศ)/ex-(ออกนอก)/sub-(ใต้)/re-(กลับ)/pro-(ไปหน้า)
●คำที่คนไทยใช้อยู่แล้ว
แทรกเตอร์(tractor)= tract(ลาก)+ -or(ผู้กระทำ)⇒ “ตัวที่ทำหน้าที่ลาก”
●ญาติที่คาดไม่ถึง
trace / track / train / treat / treaty / portrait / trait ล้วนมีราก trahere เหมือนกันหมด
●วิธีใช้รากศัพท์
แยกชิ้น ⇒ แปลงเป็นภาพ ⇒ เชื่อมกับคำที่รู้แล้ว ⇒ เดาแล้วเช็กดิกชันนารี
※ ใช้กับศัพท์ละตินยาว ๆ ได้ผลดีที่สุด ส่วนคำสั้น ๆ พื้นฐานต้องจำจากการใช้จริง
สะกดผิดแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยจริง ๆ ครับ ตัวผมเองก็เคยเขียนอีเมลผิดตอนอธิบายบุคลิกลูกค้าให้เพื่อนร่วมงานฟัง
ตั้งใจจะพูดว่า “a positive trait” แต่ดันพิมพ์เป็น “a positive treat” เพื่อนอ่านแล้วงงว่าผมหมายถึงขนมหรืออะไร กว่าจะรู้ตัวว่าพิมพ์ผิดก็ตอนเพื่อนถามกลับมา ตั้งแต่นั้นมาผมเลยจำไว้ว่า trait ไม่มี e กลาง เขียนสั้นกว่า treat หนึ่งตัวอักษรครับ
Online Etymology Dictionary(https://www.etymonline.com/word/tractor)
Online Etymology Dictionary(https://www.etymonline.com/word/trace)
Online Etymology Dictionary(https://www.etymonline.com/word/treat)
Cambridge Dictionary(https://dictionary.cambridge.org/)