คำนี้ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ “at-“(มาจาก ad- แปลว่า “ไปหา, เข้าหา”)+ “tract”(แปลว่า “ดึง”)
ภาพหลักของคำนี้คือ “ดึงเข้ามาหาตัวเอง” ครับ ซึ่งก็คือ “attract” = “ดึงดูด” “ทำให้สนใจ” “เรียกความสนใจ” นั่นเองนะครับ!
- 1 attract แปลว่าอะไร? ภาพหลักคือ “ดึงเข้ามาหาตัว”
- 2 attract กับ ดึงดูด ต่างกันยังไง? จุดที่ต้องระวังเวลาแปลจากไทยเป็นอังกฤษ
- 3 attract / attractive / attraction ต่างกันยังไง? ดูจากตารางเทียบกับภาษาไทย
- 4 attract ออกเสียงยังไง? จุดที่คนไทยมักพลาด
- 5 รากศัพท์และที่มาของ attract:at-(เข้าหา)+ tract(ดึง)
- 6 รากศัพท์ tract อยู่ในคำอื่นอีกเพียบ
- 7 สรุป:ความหมาย รากศัพท์ และวิธีจำคำว่า attract
attract แปลว่าอะไร? ภาพหลักคือ “ดึงเข้ามาหาตัว”
“attract”(อ่านว่า /əˈtrækt/ อะ-แทร็คท์【คำกริยา】)แปลว่า “ดึงดูด” “ดึงดูดใจ” “ทำให้สนใจ” “ชักนำให้เข้ามา” ครับ
คำนี้แยกออกได้เป็น “at-(ad- = เข้าหา)” + “tract(ดึง)” ซึ่งรวมกันแล้วให้ภาพว่า “ออกแรงดึงบางสิ่งให้เคลื่อนเข้ามาหาตัวเรา” ครับ
ไม่ว่าจะเป็นแม่เหล็กที่ดูดเหล็ก ดอกไม้ที่ล่อผึ้งให้บินเข้ามา หรือโฆษณาที่ทำให้ลูกค้าเดินเข้าร้าน ทั้งหมดนี้ภาษาอังกฤษใช้คำเดียวกันหมดคือ attract นะครับ
ใช่เลยครับ! และตรงนี้แหละที่น่าสนใจมากนะครับ
ลองแยกคำว่า “ดึงดูด” ออกมาดูสิครับ มันคือ “ดึง”(ออกแรงลากเข้ามา)+ “ดูด”(สูดเข้าไปข้างใน)ใช่ไหมครับ ภาษาไทยใช้กริยาสองตัวมาต่อกันเพื่อวาดภาพว่า “ลากเข้ามาแล้วกลืนเข้าไป”
ภาษาอังกฤษเก็บแค่ภาพ “ดึง” ตัวเดียวครับ คือ tract แล้วเติมทิศทาง at-(เข้าหา)เข้าไป กลายเป็น “ดึงเข้าหา” จบในคำเดียวนะครับ
พอจำแบบนี้ได้ คำอื่นที่มี tract จะง่ายขึ้นเยอะเลยครับ เพราะทุกคำจะมีภาพ “ดึง” ซ่อนอยู่เสมอ
ประโยคตัวอย่างพื้นฐานของ attract
【ดึงดูดสิ่งของ / แรงทางกายภาพ】
・A magnet attracts iron.
(แม่เหล็กดึงดูดเหล็ก)
・These flowers attract bees and butterflies.
(ดอกไม้พวกนี้ดึงดูดผึ้งและผีเสื้อ)【ดึงดูดคน / ความสนใจ】
・The festival attracts thousands of tourists every year.
(เทศกาลนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายพันคนทุกปี)
・She waved her hand to attract the waiter’s attention.
(เธอโบกมือเพื่อเรียกความสนใจของพนักงานเสิร์ฟ)【ถูกดึงดูดใจ:be attracted to …】
・I was attracted to him the moment we met.
(ผมรู้สึกถูกดึงดูดใจเขาตั้งแต่วินาทีแรกที่เจอกัน)
attract กับ ดึงดูด ต่างกันยังไง? จุดที่ต้องระวังเวลาแปลจากไทยเป็นอังกฤษ
คนไทยหลายคนจำว่า “attract = ดึงดูด” แบบหนึ่งต่อหนึ่ง แล้วก็ใช้ได้ถูกเป็นส่วนใหญ่ครับ แต่มีจุดที่ต้องระวังอยู่ 2 เรื่องนะครับ
1. attract เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม (transitive verb) เสมอ
ภาษาไทยพูดว่า “ร้านนี้ดึงดูดมาก” ได้ครับ แต่ภาษาอังกฤษพูดว่า “This shop attracts very much.” ไม่ได้นะครับ เพราะ attract ต้องตามด้วย “ดึงดูดอะไร”
× This shop attracts very much.
◯ This shop attracts a lot of customers.(ร้านนี้ดึงดูดลูกค้าได้เยอะมาก)
◯ This shop is very attractive.(ร้านนี้น่าดึงดูดมาก)
ถ้าอยากพูดว่า “น่าดึงดูด” โดยไม่ระบุว่าดึงดูดใคร ต้องเปลี่ยนไปใช้คำคุณศัพท์ attractive แทนครับ
2. “รู้สึกถูกดึงดูด” ต้องใช้รูป passive: be attracted to
เวลาคนเป็นฝ่าย “ถูกดึง” ภาษาอังกฤษจะพลิกเป็นรูปถูกกระทำครับ และบุพบทที่ใช้คือ to นะครับ
・I’m attracted to her personality, not her looks.
(ผมถูกดึงดูดด้วยนิสัยของเธอ ไม่ใช่หน้าตา)
・What attracted you to this job?
(อะไรทำให้คุณสนใจงานนี้?)
เห็นบ่อยเลยครับ! แยกง่าย ๆ แบบนี้นะครับ
attracted to ⇒ ใจเราถูกดึงไปทางนั้น(มักใช้กับคน ความรู้สึก ความชอบ)
attracted by ⇒ เน้นว่า “อะไร” เป็นตัวดึง(มักใช้กับสิ่งเร้า เช่น กลิ่น แสง เสียง โฆษณา)
เช่น “Moths are attracted by the light.”(แมลงเม่าถูกแสงดึงดูด)แบบนี้ครับ
attract / attractive / attraction ต่างกันยังไง? ดูจากตารางเทียบกับภาษาไทย
คำตระกูล attract มี 3 ตัวหลักที่ออกสอบและใช้จริงบ่อยที่สุดครับ ที่น่าสนใจคือ ภาษาไทยเองก็มี 3 รูปที่ตรงกันพอดี โดยใช้แกน “ดึงดูด” ตัวเดียวแล้วเติมส่วนขยายเข้าไปนะครับ
| คำภาษาอังกฤษ | ชนิดของคำ | ภาษาไทย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|
| attract | คำกริยา | ดึงดูด | The ad attracted young buyers. |
| attractive | คำคุณศัพท์ | น่าดึงดูด / ดึงดูดใจ | She has an attractive smile. |
| attraction | คำนาม | แรงดึงดูด / สิ่งดึงดูดใจ | Gravity is a force of attraction. |
ใช่ครับ! ระบบมันคล้ายกันอย่างน่าประหลาดเลยนะครับ
ภาษาไทยเปลี่ยนหน้าที่ของคำด้วยการ “เอาคำอื่นมาแปะข้างหน้า”(น่า- / แรง-)ส่วนภาษาอังกฤษเปลี่ยนด้วยการ “เปลี่ยนหางคำ”(-ive / -ion)
ถ้าจับหลักนี้ได้ เวลาเจอคำใหม่ก็เดาชนิดของคำได้ทันทีเลยครับ
ระวัง! attraction มี 2 ความหมายที่ต่างกันมาก
●แรงดึงดูด(นามธรรม / ฟิสิกส์)
・the attraction between two magnets(แรงดึงดูดระหว่างแม่เหล็กสองอัน)
・I felt an instant attraction to her.(ผมรู้สึกถูกดึงดูดใจเธอทันที)
●สถานที่ท่องเที่ยว / สิ่งดึงดูดใจ(รูปธรรม นับได้)
・Wat Phra Kaew is a major tourist attraction.(วัดพระแก้วเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ)
・The new roller coaster is the park’s main attraction.(รถไฟเหาะใหม่คือไฮไลต์ของสวนสนุก)
※ความหมายที่สองนี้ นับได้ และใส่ a / -s ได้นะครับ ส่วนความหมายแรกมักเป็นคำนามนับไม่ได้
attract ออกเสียงยังไง? จุดที่คนไทยมักพลาด
เสียงอ่านของ attract คือ /əˈtrækt/ เขียนเทียบเป็นไทยได้ประมาณ “อะ-แทร็คท์” ครับ โดยลงน้ำหนักที่พยางค์หลัง คือ -TRACT นะครับ
attract ⇒ a-TRACT(/əˈtrækt/)อะ-แทร็คท์
attractive ⇒ a-TRAC-tive(/əˈtræktɪv/)อะ-แทร็ค-ทิฟว์
attraction ⇒ a-TRAC-tion(/əˈtrækʃən/)อะ-แทร็ค-ชั่น
※ทั้งสามคำลงน้ำหนักที่พยางค์เดียวกันหมด คือตรง TRAC- จำทีเดียวจบครับ
นั่นแหละคือจุดที่ต้องแก้ครับ! มี 2 จุดนะครับ
จุดที่ 1:พยางค์แรกต้องเบามาก
สระตัวแรกเป็นเสียง /ə/(schwa)ซึ่งเป็นเสียงที่ “ขี้เกียจที่สุด” ในภาษาอังกฤษครับ ให้ออกเบา ๆ สั้น ๆ เหมือน “อะ” ที่แทบไม่ได้ยิน ไม่ใช่ “แอ็ท” ที่หนักแน่นนะครับ
จุดที่ 2:ตัวสะกดท้ายมี 2 เสียงซ้อนกัน
ท้ายคำคือ -ct ซึ่งมีทั้งเสียง /k/ และ /t/ ครับ ภาษาไทยไม่มีตัวสะกดซ้อนแบบนี้ เลยมักตัดเหลือแค่ “แทร็ค” ให้ฝึกทิ้งลมท้ายเบา ๆ เป็น “แทร็ค-ทึ” นะครับ
คำถามดีมากครับ! คำตอบคือ ไม่ใช่วรรณยุกต์นะครับ
ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีวรรณยุกต์(tone)ซึ่งเปลี่ยนความหมายของคำ เช่น “ขาว / ข่าว / ข้าว” แต่ภาษาอังกฤษไม่มีวรรณยุกต์ครับ
สิ่งที่ภาษาอังกฤษมีคือ “การเน้นพยางค์”(stress) ซึ่งไม่ใช่การขึ้นเสียงสูง แต่คือการออกเสียงพยางค์นั้นให้ ดังกว่า ยาวกว่า และชัดกว่า พยางค์อื่นครับ
ลองนึกภาพว่ามันคือการ “ตบมือแรงขึ้น” ที่พยางค์นั้น ไม่ใช่ “ร้องเสียงสูงขึ้น” นะครับ
รากศัพท์และที่มาของ attract:at-(เข้าหา)+ tract(ดึง)
ทีนี้มาดูที่มาของคำกันครับ attract เข้ามาในภาษาอังกฤษช่วง ต้นศตวรรษที่ 15 โดยรับมาจากภาษาละตินคำว่า attractus ซึ่งเป็นรูปกริยาช่อง 3 ของ attrahere ครับ
คำละตินนี้แยกได้เป็น ad-(แปลว่า “ไปหา, เข้าหา”)+ trahere(แปลว่า “ดึง, ลาก”)นะครับ
เพราะ “ปากมันขี้เกียจ” ครับ! นี่เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่าการกลมกลืนเสียง(assimilation)นะครับ
ลองออกเสียง “ad-trahere” ดูสิครับ ต้องขยับลิ้นจาก /d/ ไป /t/ ซึ่งเมื่อยปาก คนเลยค่อย ๆ กลืนให้เป็นเสียงเดียวกันหมด กลายเป็น “at-trahere”
หลักเดียวกันนี้เกิดกับคำอื่นเยอะมากเลยครับ เช่น ad- + count → account, ad- + prove → approve, ad- + fect → affect เห็นไหมครับว่าตัวหลังซ้ำเป็นตัวเดียวกันหมดเลย
เรื่องที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ในช่วงแรกที่คำนี้เข้ามา attract เป็นศัพท์ทางการแพทย์ ครับ หมายถึงการ “ดูดซับของเหลว” หรือการ “ดึงหนองและของเสียในร่างกายให้ขึ้นมาที่ผิว” ส่วนความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า “ดึงดูดความสนใจ” เพิ่งมาเกิดในช่วงทศวรรษ 1690 นะครับ
ส่วนคำนาม attraction ก็เดินทางคล้ายกัน คือเริ่มจากศัพท์แพทย์ราวปี ค.ศ. 1400 แล้วขยายไปใช้กับ แรงแม่เหล็ก ราวปี ค.ศ. 1600 และในปี ค.ศ. 1829 จึงเริ่มหมายถึง “สิ่งที่ดึงดูดฝูงชน” อย่างที่เราใช้กับสถานที่ท่องเที่ยวทุกวันนี้ครับ
รากอินโด-ยูโรเปียนดั้งเดิม:*tragh-(ดึง, ลาก, เคลื่อนย้าย)
↓
ภาษาละติน:trahere(ดึง, ลาก)
↓(เติมคำอุปสรรค ad- = เข้าหา)
ภาษาละติน:attrahere → attractus(ดึงเข้าหา)
↓(ผ่านฝรั่งเศสเข้าสู่อังกฤษ ต้นศตวรรษที่ 15)
ภาษาอังกฤษยุคกลาง:attract(ดูดซับของเหลว ‐ ศัพท์การแพทย์)
↓
ภาษาอังกฤษปัจจุบัน:attract(ดึงดูด, เรียกความสนใจ)
รากศัพท์ tract อยู่ในคำอื่นอีกเพียบ
ถ้าจำ tract = “ดึง” ได้แล้ว ก็เท่ากับได้กุญแจไขคำศัพท์อีกเป็นสิบคำเลยนะครับ!
เพราะคำพวกนี้ทำงานแบบเดียวกันหมดครับ คือ “ทิศทาง + ดึง” แค่เปลี่ยนหัวข้างหน้าไปเรื่อย ๆ
- extract:ex-(ออกไปข้างนอก)+ tract ⇒ ดึงออกมา, สกัด(extract juice = คั้นน้ำผลไม้)
- subtract:sub-(ลงไปข้างใต้)+ tract ⇒ ลบออก, หักออก
- retract:re-(ถอยกลับ)+ tract ⇒ ดึงกลับ, ถอนคำพูด
- protract:pro-(ไปข้างหน้า)+ tract ⇒ ยืดเวลาให้ยาวออกไป
- tractor:tract + -or(ผู้กระทำ)⇒ รถแทรกเตอร์(”เจ้าเครื่องที่ทำหน้าที่ลาก”)
ถูกต้องครับ! “แทรกเตอร์” เป็นคำทับศัพท์ที่ยืมมาจาก tractor ตรง ๆ เลยนะครับ
เท่ากับว่าคนไทยมีรากศัพท์ tract อยู่ในภาษาประจำวันอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัวครับ แค่ยังไม่ได้เชื่อมโยงเข้ากับคำอื่น ๆ เท่านั้นเองนะครับ
เช็คให้ชัวร์ใน 30 วินาที: ควรใช้ attract, attractive หรือ attraction?
ภาษาไทยใช้ “ดึงดูด” คำเดียวได้ทุกที่ แต่ภาษาอังกฤษเปลี่ยนหางคำตามหน้าที่ในประโยค ลองเช็คดูครับ
เช่น The ad attracted young buyers. (ต้องมีกรรมเสมอ)
เช่น This shop is very attractive.
เช่น the attraction between two magnets
เช่น a major tourist attraction
※ “รู้สึกถูกดึงดูด” ใจเราเอนไปทางนั้น ใช้ “attracted to” (เช่น I’m attracted to her personality.) /เน้นว่าอะไรเป็นตัวดึง (แสง กลิ่น เสียง) ใช้ “attracted by” (เช่น Moths are attracted by the light.)
สรุป:ความหมาย รากศัพท์ และวิธีจำคำว่า attract
●attract = “at-(ad- เข้าหา)” + “tract(ดึง)”
⇒ ภาพหลักคือ “ดึงเข้ามาหาตัว”
⇒ แปลว่า “ดึงดูด, เรียกความสนใจ, ชักนำเข้ามา”
●ตระกูลคำ 3 ตัว
attract(กริยา:ดึงดูด)/ attractive(คุณศัพท์:น่าดึงดูด)/ attraction(นาม:แรงดึงดูด, สิ่งดึงดูดใจ)
●จุดที่ต้องระวัง
attract ต้องมีกรรมเสมอ / “รู้สึกถูกดึงดูด” ใช้ be attracted to
●การออกเสียง
/əˈtrækt/ ลงน้ำหนักพยางค์หลัง(a-TRACT)และอย่าลืมเสียงท้าย -ct ทั้งสองตัว
※ stress ในภาษาอังกฤษ ≠ วรรณยุกต์ในภาษาไทย
Online Etymology Dictionary(https://www.etymonline.com/word/attract)
Online Etymology Dictionary(https://www.etymonline.com/word/tractor)
Cambridge Dictionary(https://dictionary.cambridge.org/)