indicate แปลว่าอะไร? ต่างจาก show ตรงไหน พร้อมรากศัพท์ “ชี้” และวิธีออกเสียง

Kodak
คำศัพท์ภาษาอังกฤษของวันนี้คือ “indicate” ครับ!

คำนี้ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ “in-“(ไปทาง, ลงบน) + “dic”(พูด, ประกาศ) + “-ate”(ทำให้เป็น) นะครับ

ภาพรวมของคำคือ “พูดชี้ไปทางนั้น” ครับ จากภาพนี้เองจึงเกิดความหมาย “indicate” = “ชี้ให้เห็น” “บ่งชี้” “ระบุ” ขึ้นมานะครับ

เอ๊ะ… คำนี้ผมเคยเห็นบ่อยมากเลยครับ แต่พอจะแปลเป็นไทยทีไร ก็งงทุกทีว่าจะใช้คำไหนดี ชี้? บ่งชี้? หรือ แสดง เหรอครับ?
Kodak

นั่นแหละครับคือหัวใจของบทความวันนี้เลย!

ภาษาไทยมีคำแยกย่อยเยอะมาก ทั้ง ชี้ / ชี้ให้เห็น / บ่งชี้ / บ่งบอก / ระบุ / แสดง แต่ภาษาอังกฤษใช้ indicate คำเดียวครอบทั้งหมดนี้ได้เลยครับ

เพราะฉะนั้นแทนที่จะท่องคำแปลทีละอัน เราจะจับ “ภาพเดียว” ให้อยู่หมัดกันนะครับ

สารบัญ

“indicate” ความหมายและวิธีใช้ ภาพหลักคือ “พูดชี้ไปทางนั้น”

“indicate”(อ่านว่า /ˈɪn.dɪ.keɪt/ อิน-ดิ-เขท 【กริยา】) แปลว่า “ชี้ให้เห็น” “บ่งชี้ว่า~” “แสดงให้เห็นว่า~” “ระบุ” “ชี้ (ด้วยนิ้วหรือท่าทาง)” ครับ

คำนี้ประกอบด้วย “in-“(ไปทาง, ลงบน) + “dic”(พูด, ประกาศ) + “-ate”(ทำให้เป็น~) ภาพร่วมที่อยู่เบื้องหลังทุกความหมายคือ “หันไปทางสิ่งหนึ่งแล้วบอกออกมาว่า นั่นไง” นะครับ

Kodak

ลองนึกภาพง่าย ๆ นะครับ คุณยกนิ้วขึ้นมาชี้ไปที่ของสิ่งหนึ่ง แล้วพูดว่า “ตรงนั้นแหละ”

การกระทำนั้นทั้งหมดคือ “indicate” ครับ ตัวคุณเองไม่ได้หยิบของมาโชว์ แต่คุณ “ชี้ทาง” ให้คนอื่นมองไปเจอเองนะครับ

จุดที่คนไทยจะจำได้ทันทีก็คือ คำว่า “ชี้” ในภาษาไทยนี่แหละครับ

นิ้วที่เราใช้ชี้ ภาษาไทยเรียกว่า “นิ้วชี้” ส่วนภาษาอังกฤษเรียกว่า “index finger” และคำว่า index นี้ ก็มาจากรากเดียวกับ indicate เป๊ะ ๆ เลยครับ (เดี๋ยวเราจะเจาะลึกกันในหัวข้อรากศัพท์นะครับ)

อ๋อ… “นิ้วชี้” กับ “index finger” คือนิ้วเดียวกัน แล้วก็เป็นคำตระกูลเดียวกับ indicate ด้วยเหรอครับ! แบบนี้จำง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
Kodak

ใช่เลยครับ! ให้จำภาพ “นิ้วชี้” ติดไว้ในหัวก่อนนะครับ

ทีนี้ ภาษาอังกฤษเอาภาพ “ชี้” อันนี้ไปขยายต่อครับ ไม่ใช่แค่คนชี้ด้วยนิ้ว แต่ข้อมูล ตัวเลข ผลวิจัย หรือแม้แต่เข็มบนหน้าปัด ก็ “ชี้” ได้ เหมือนกันนะครับ

สรุปแล้ว “indicate” ใช้ได้ทั้ง 2 แบบ คือ

  • คนเป็นประธาน ⇒ ชี้ด้วยนิ้ว, บอกความต้องการให้ชัด, ระบุลงในเอกสาร
  • ข้อมูล/สิ่งของเป็นประธาน ⇒ ข้อมูลบ่งชี้ว่า~, เครื่องมือแสดงค่าว่า~

ทั้งสองแบบใช้ภาพเดียวกันหมดครับ คือ “หันไปทางนั้นแล้วบอกออกมา” นะครับ

ตัวอย่างประโยคพื้นฐานของ “indicate”

【ข้อมูลบ่งชี้ว่า~ (ใช้บ่อยที่สุด)】
・Research indicates that over 80% of teachers are dissatisfied with their salary.
(งานวิจัยบ่งชี้ว่าครูกว่า 80% ไม่พอใจกับเงินเดือนของตน)
・Our survey indicates that one in four children is bullied at school.
(ผลสำรวจของเราบ่งชี้ว่าเด็ก 1 ใน 4 คนถูกกลั่นแกล้งที่โรงเรียน)

【คนบอกความตั้งใจให้ชัดเจน】
・The Russians have already indicated their willingness to cooperate.
(ฝ่ายรัสเซียได้แสดงท่าทีชัดเจนแล้วว่ายินดีให้ความร่วมมือ)
・Please indicate which free gift you would like to receive.
(กรุณาระบุว่าคุณต้องการรับของแถมชิ้นไหน)

【ชี้ด้วยนิ้วหรือท่าทาง】
・”That’s her,” said Toby, indicating a girl on the other side of the room.
(โทบี้พูดพลางชี้ไปที่เด็กผู้หญิงอีกฟากหนึ่งของห้องว่า “นั่นแหละเธอ”)

【เครื่องมือแสดงค่า】
・The gauge indicates a temperature below freezing.
(หน้าปัดแสดงค่าอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง)

“indicate” กับ “show” ต่างกันยังไง? ความต่างอยู่ที่ “ระยะห่าง”

อาจารย์ครับ ผมสงสัยตรงนี้มากเลยครับ ทั้ง indicate ทั้ง show ก็แปลว่า “แสดง” เหมือนกัน แล้วจะเลือกใช้ยังไงดีครับ?
Kodak

คำถามดีมากครับ! ความต่างสรุปได้ด้วยคำเดียวเลยคือ “ระยะห่าง” นะครับ

show“เอาของมาวางตรงหน้าให้เห็นเลย” ระยะห่างเป็นศูนย์ ตัวสิ่งนั้นปรากฏต่อสายตาโดยตรง

indicate“ชี้ไปทางนั้น แล้วให้อีกฝ่ายมองตามเอง” มีระยะห่างระหว่าง “สิ่งที่ชี้” กับ “ข้อสรุป” อยู่หนึ่งช่วงนะครับ

ลองดูจากประโยคจริงจะเห็นชัดมากครับ

เทียบให้เห็นภาพ! “show” กับ “indicate”

●The graph shows that sales rose by 30%.
“กราฟแสดงว่ายอดขายโตขึ้น 30%”
⇒ ตัวเลข 30% อยู่บนกราฟจริง ๆ มองปุ๊บก็เห็นปั๊บ ไม่ต้องตีความ

●The graph indicates that the new strategy is working.
“กราฟบ่งชี้ว่ากลยุทธ์ใหม่กำลังได้ผล”
⇒ คำว่า “กลยุทธ์ได้ผล” ไม่ได้เขียนอยู่บนกราฟ เราเห็นตัวเลขแล้ว “อนุมานต่อ” เอง

●Long skid marks indicated the driver had attempted to brake.
“รอยเบรกยาว ๆ บ่งชี้ว่าคนขับพยายามเหยียบเบรก”
⇒ บนถนนมีแค่ “รอยยาง” เท่านั้น ส่วน “คนขับเหยียบเบรก” คือข้อสรุปที่รอยยางชี้ไปหา

อ๋อ… เข้าใจแล้วครับ! show คือ “ของอยู่ตรงนี้ ดูสิ” ส่วน indicate คือ “จากตรงนี้ มันน่าจะหมายถึงตรงโน้น” ใช่ไหมครับ?
Kodak

สรุปได้เพอร์เฟกต์มากครับ!

เพราะมี “ระยะห่าง” ตรงนี้แหละครับ indicate จึงมีกลิ่นของการ “อนุมาน” ติดมาด้วย ทำให้เจอบ่อยมากในงานวิจัย รายงาน และข่าวนะครับ

ความต่างข้อที่ 2: ระดับความเป็นทางการ

อีกจุดที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “ระดับภาษา” ครับ

show เป็นคำกลาง ๆ ใช้ได้ทั้งในบทสนทนาและงานเขียน ส่วน indicate ค่อนไปทางภาษาเขียนและวิชาการครับ พจนานุกรม Longman ระบุว่า indicate อยู่ในกลุ่มคำที่พบบ่อยที่สุด 1,000 คำแรกในภาษาเขียน และยังถูกจัดอยู่ใน AWL (Academic Word List) ซึ่งเป็นรายการคำศัพท์วิชาการด้วยนะครับ

Kodak

ตรงนี้เทียบกับภาษาไทยได้สวยมากเลยครับ!

indicate : show ให้ความรู้สึกเหมือน บ่งชี้ : แสดง เลยนะครับ

คำว่า “บ่งชี้” เราแทบไม่ใช้คุยเล่นกับเพื่อนใช่ไหมครับ แต่เจอเต็มไปหมดในรายงานวิจัย ⇒ indicate ก็มีบุคลิกแบบเดียวกันเป๊ะเลยครับ

ความต่างข้อที่ 3: จุดที่ผิดไวยากรณ์ได้ง่าย

ข้อนี้เป็นจุดที่ผู้เรียนพลาดกันบ่อยมาก จึงอยากให้จำไว้เลยครับ

show วางคนไว้ข้างหลังได้ทันที (รับกรรม 2 ตัว) แต่ indicate วางคนต่อท้ายตรง ๆ ไม่ได้ ต้องใส่ to เสมอครับ

〇 She showed me the way.
✕ She indicated me the way.
〇 She indicated to me that she didn’t want to talk.

⇒ ท่องเป็นรูปประโยคไปเลยว่า “indicate + สิ่งของ + to + คน” นะครับ

โอ้… อันนี้ผมเกือบเขียนผิดแน่ ๆ เลยครับ ต้องมี to คั่นก่อนถึงจะใส่คนได้ใช่ไหมครับ

“บ่งชี้” ภาษาอังกฤษพูดว่าอะไร? แยกให้ชัดระหว่าง ชี้ / ชี้ให้เห็น / บ่งชี้ / บ่งบอก / ระบุ / แสดง

Kodak

มาถึงหัวข้อที่สำคัญที่สุดสำหรับคนไทยแล้วครับ!

ภาษาไทยของเราแบ่งงานกันละเอียดมากครับ ชี้ / ชี้ให้เห็น / บ่งชี้ / บ่งบอก / ระบุ / แสดง แต่ละคำมีหน้าที่ของตัวเอง

แต่ภาษาอังกฤษเอา indicate คำเดียวไปครอบเกือบทั้งหมดนี้ เลยเกิดอาการ “แล้วจะเลือกคำไหนดี” ขึ้นมานะครับ

ใช่เลยครับ! เวลาแปลไทยเป็นอังกฤษ ผมมักจะไม่แน่ใจว่าจะใช้ indicate ได้ไหม แล้วก็เผลอใช้ show ทุกทีเลยครับ

งั้นเรามาไล่ทีละคำเลยครับ ว่าคำไทยแต่ละตัว “แปลกลับ” เป็นภาษาอังกฤษยังไงถึงจะตรงที่สุดนะครับ

ตารางเทียบ คำไทย ⇔ คำอังกฤษ

ชี้ (ด้วยนิ้ว)point (at/to) หรือ indicate
・He pointed at the map. / He indicated the map.
⇒ ถ้าเน้นกิริยาการชี้จริง ๆ point เป็นธรรมชาติกว่า ส่วน indicate จะดูสุภาพ/เป็นทางการกว่า

ชี้ให้เห็น (ทำให้อีกฝ่ายมองเห็นประเด็น)point out หรือ indicate
・He pointed out the mistake. (เขาชี้ให้เห็นข้อผิดพลาด)
⇒ point out เน้น “หยิบประเด็นขึ้นมาพูด” ให้อีกฝ่ายรู้ตัว

บ่งชี้ (ข้อมูล/หลักฐานบ่งชี้ว่า~)indicate ★ตรงที่สุด
・The data indicates that…
⇒ นี่คือการใช้งานที่ตรงกับ indicate มากที่สุด และเป็นสำนวนวิชาการ

บ่งบอก (บอกถึงลักษณะนิสัย/คุณสมบัติ)indicate / reflect / suggest
・Her reply indicated a full understanding of the situation.
(คำตอบของเธอบ่งบอกว่าเธอเข้าใจสถานการณ์อย่างถ่องแท้)

ระบุ (เจาะจงลงไปให้ชัด)indicate / specify / state
・Please indicate your preference on the form. (กรุณาระบุตัวเลือกของท่านลงในแบบฟอร์ม)
⇒ ในเอกสารและแบบฟอร์ม indicate ใช้ได้เลย ถ้าอยากเน้น “เจาะจงเป๊ะ ๆ” ใช้ specify

แสดง (ทำให้เห็น/นำออกโชว์)show / display
・Please show your ticket. (กรุณาแสดงตั๋ว)
⇒ กรณีนี้ใช้ indicate ไม่ได้ เพราะเป็นการ “ยื่นของจริงให้ดู”

อ๋อ! “กรุณาแสดงตั๋ว” ใช้ indicate ไม่ได้เหรอครับ? แล้วทำไมล่ะครับ
Kodak

กลับไปที่ภาพหลักเลยครับ! indicate คือ “ชี้ไปทางนั้น” ไม่ใช่ “ยื่นให้ดู” นะครับ

ถ้าพูดว่า “Please indicate your ticket.” จะกลายเป็นว่า “ช่วยชี้นิ้วไปที่ตั๋วของคุณหน่อย” ซึ่งคนละเรื่องกับที่ต้องการเลยครับ

เวลาจะเอาของจริงออกมาให้ดู ต้องใช้ show เสมอนะครับ

โห… ต่างกันขนาดนั้นเลยเหรอครับ ผมจะจำภาพ “ชี้” กับ “ยื่นให้” แยกกันไว้เลยครับ!

คำว่า “ตัวชี้วัด” กับ “ข้อบ่งใช้” ก็มาจากคำนี้!

จริง ๆ แล้วคนไทยเจอคำตระกูล indicate ในชีวิตประจำวันบ่อยกว่าที่คิดครับ

ตัวชี้วัด / ตัวบ่งชี้indicator
※ที่เราคุ้นกันดีคือ KPI = Key Performance Indicator (ดัชนีชี้วัดผลงานหลัก) นั่นเองครับ

ข้อบ่งใช้ (ของยา)indication
ข้อห้ามใช้contraindication (contra- = ตรงข้าม)
※บนฉลากยาภาษาอังกฤษจะเจอ 2 คำนี้เสมอเลยครับ

ไฟเลี้ยว (ของรถ)indicator (อังกฤษแบบบริติช) / turn signal (อังกฤษแบบอเมริกัน)
※ในอังกฤษ กริยา indicate ใช้แปลว่า “เปิดไฟเลี้ยว” ได้เลยครับ
・Don’t forget to indicate before you pull out. (อย่าลืมเปิดไฟเลี้ยวก่อนออกรถนะ)

ไฟเลี้ยวก็คือ indicator เหรอครับ! ก็จริงนะครับ ไฟเลี้ยวก็คือการ “ชี้” ว่าเรากำลังจะไปทางไหน
Kodak

เยี่ยมมากครับ! เข้าใจถูกเป๊ะเลยนะครับ

ไฟเลี้ยวไม่ได้ “พูด” ออกมา แต่มันชี้ทิศทางให้รถคันอื่นอนุมานเอาเองว่าเรากำลังจะเลี้ยว นี่คือภาพของ indicate แบบ 100% เลยครับ

ไวยากรณ์และรูปประโยคของ “indicate” ที่เจอบ่อย

พอเข้าใจความหมายแล้ว ขั้นต่อไปคือดูว่าในประโยคจริงเขาใช้รูปแบบไหนกันบ้างครับ ขอแนะนำ 4 รูปแบบหลักที่ออกสอบและใช้งานจริงบ่อยที่สุดนะครับ

1. ใช้บ่อยที่สุด! “indicate (that) + ประโยค”

รูปแบบที่เจอบ่อยที่สุดคือการเอาประโยคเต็ม ๆ มาวางหลัง that ครับ แปลว่า “บ่งชี้ว่า~” นะครับ (คำว่า that จะละไว้ก็ได้)

ประธานมักจะเป็นคำอย่าง research, study, survey, data, evidence, figures, report ซึ่งเป็น “ข้อมูล” ครับ

【ตัวอย่างประโยค】
・Various studies indicate that some forms of alternative medicine are extremely effective.
(งานวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่าการแพทย์ทางเลือกบางรูปแบบได้ผลดีอย่างยิ่ง)
・The report indicates that the new car market has increased by 1.4%.
(รายงานระบุว่าตลาดรถใหม่เติบโตขึ้น 1.4%)

2. “indicate + คำถาม (which / how / what)”

หลัง indicate วางคำแสดงคำถามได้ด้วยครับ เจอบ่อยมากในแบบฟอร์มและคำสั่งต่าง ๆ แปลว่า “ระบุว่า~” นะครับ

【ตัวอย่างประโยค】
・Please indicate which free gift you would like to receive.
(กรุณาระบุว่าท่านต้องการรับของแถมชิ้นใด)
・Please indicate how many people will attend.
(กรุณาระบุจำนวนผู้เข้าร่วม)

3. รูป Passive “be indicated” และวลี “as indicated in…”

ในงานเขียนเชิงวิชาการและเอกสารธุรกิจ จะเจอรูป passive บ่อยมากครับ โดยเฉพาะวลี “as indicated in / by ~” ที่แปลว่า “ดังที่แสดงไว้ใน~” นะครับ

【ตัวอย่างประโยค】
・Sales targets are indicated on the graph by a dotted line.
(เป้าหมายยอดขายแสดงไว้บนกราฟด้วยเส้นประ)
・The scheme will be subject to the modification indicated in paragraph 7.2.
(แผนดังกล่าวจะถูกปรับแก้ตามที่ระบุไว้ในย่อหน้า 7.2)

4. รูป “-ing” ที่ต่อท้ายประโยค (indicating ~)

อีกรูปที่เจอบ่อยในบทความวิชาการคือการเอา indicating ไปต่อท้ายประโยค เพื่อเสริมว่า “ซึ่งบ่งชี้ว่า~” ครับ

【ตัวอย่างประโยค】
・The temperature dropped sharply, indicating that a cold front had arrived.
(อุณหภูมิลดฮวบ ซึ่งบ่งชี้ว่ามวลอากาศเย็นได้เคลื่อนเข้ามาแล้ว)

Kodak

ถ้าใครกำลังเตรียมสอบ TOEIC หรือ IELTS ให้จำ 2 รูปนี้เป็นหลักก่อนเลยครับ

“(ข้อมูล) + indicate that ~” คือ ข้อมูลบ่งชี้ว่า~
“as indicated in ~” คือ ดังที่ระบุไว้ใน~

แค่ 2 รูปนี้ก็ครอบคลุมการใช้งานจริงไปกว่าครึ่งแล้วนะครับ!

“indicate” ออกเสียงยังไง? จุดที่คนไทยพลาดบ่อย

อาจารย์ครับ คำนี้ออกเสียงว่า “อิน-ดิ-เคท” ใช่ไหมครับ? แต่ผมไม่แน่ใจว่าต้องเน้นตรงไหนเลยครับ
Kodak

จุดสำคัญที่สุดคือตำแหน่งการเน้นเสียงครับ!

เน้นที่พยางค์แรก “IN” เท่านั้นนะครับ

คนไทยจำนวนมากเผลอไปเน้นพยางค์ท้ายเป็น “อินดิเค้ท” ซึ่งฝรั่งจะฟังแล้วสะดุดทันทีครับ

การออกเสียง “indicate”

【สัทอักษร】อังกฤษแบบบริติช /ˈɪn.dɪ.keɪt/ ・ อังกฤษแบบอเมริกัน /ˈɪn.də.keɪt/
【เทียบเสียงไทย】อิน-ดิ-เขท (3 พยางค์ เน้นพยางค์แรก)

●พยางค์ที่ 1 “in” ⇒ ออกเสียงหนักและชัดที่สุด เสียงสระคือ /ɪ/ สั้น ๆ ไม่ใช่ “อีน”
●พยางค์ที่ 2 “di” ⇒ ออกเสียงเบามาก สำเนียงอเมริกันแทบจะกลืนเป็นเสียง “เดอะ” (/də/)
●พยางค์ที่ 3 “cate” ⇒ ออกเสียง /keɪt/ “เขท” เป็นเสียงสระประสม ไม่ใช่ “แคท” และต้องมีเสียง t ปิดท้าย

กับดักสำคัญ: “-ate” อ่านได้ 2 แบบ

ผู้เรียนหลายคนสับสนกับหางคำ “-ate” ครับ เพราะมันอ่านได้ 2 แบบ ขึ้นอยู่กับชนิดของคำนะครับ

“-ate” ที่เป็นคำกริยา ⇒ อ่านเต็มเสียงว่า /eɪt/ “เอท”
・indicate /ˈɪndɪkeɪt/ (อินดิเขท)
・create, celebrate, communicate

“-ate” ที่เป็นคำนาม/คำคุณศัพท์ ⇒ อ่านเบา ๆ ว่า /ət/ “เอิท”
・delicate /ˈdelɪkət/ (เดลิเคิท ไม่ใช่ “เดลิเคท”)
・accurate, private, chocolate

อ๋อ… เพราะ indicate เป็นคำกริยา เลยต้องออกเสียง “เขท” เต็ม ๆ ใช่ไหมครับ! กฎนี้ช่วยได้เยอะเลยครับ

ระวังตำแหน่งเน้นเสียงเปลี่ยนเมื่อเปลี่ยนรูปคำ

อีกจุดที่ต้องระวังคือ พอเปลี่ยนเป็นคำนาม ตำแหน่งเน้นเสียงจะขยับครับ

●indicate /ˈɪndɪkeɪt/ ⇒ เน้น IN-di-cate
●indicator /ˈɪndɪkeɪtər/ ⇒ เน้น IN-di-ca-tor (ตำแหน่งเดิม)
●indication /ˌɪndɪˈkeɪʃn/ ⇒ เน้น in-di-CA-tion (ขยับไปพยางค์ที่ 3!)
●indicative /ɪnˈdɪkətɪv/ ⇒ เน้น in-DI-ca-tive (ขยับไปพยางค์ที่ 2!)
Kodak

ตรงนี้ต้องระวังนิดนึงนะครับ! คำในตระกูลเดียวกันแท้ ๆ แต่เน้นเสียงคนละที่เลย

เคล็ดลับคือ ให้ฝึกออกเสียงทั้ง 4 คำนี้ต่อกันรวดเดียวครับ ปากจะจำจังหวะได้เองเลยนะครับ

รากศัพท์ของ “indicate” ย้อนกลับไปหา “นิ้วชี้” ของชาวโรมัน

มาถึงส่วนที่สนุกที่สุดแล้วครับ นั่นคือการขุดรากศัพท์ของ “indicate” กันนะครับ

คำนี้มาจากภาษาละติน “indicare” ที่แปลว่า “ชี้ให้เห็น, แสดงให้เห็น” โดยตรงครับ และคำนี้ก็แยกได้เป็น “in-“(ไปทาง, ลงบน) + “dicare”(ประกาศ, พูดออกมา) นะครับ

เว็บพจนานุกรมรากศัพท์ภาษาอังกฤษ “Online Etymology Dictionary” ได้บันทึกที่มาของ indicate ไว้ดังนี้ครับ

Origin of indicate
1650s, “to point out,” back-formation from indication, or else from Latin indicatus, past participle of indicare “to point out, show,” from in- “into, in, on, upon” + dicare “proclaim.”

คำแปลภาษาไทย: ปรากฏในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1650 ในความหมาย “ชี้ให้เห็น” เกิดจากการตัดคำย้อนกลับ (back-formation) จากคำว่า indication หรือไม่ก็มาจากภาษาละติน indicatus ซึ่งเป็นรูปกริยาช่อง 3 ของ indicare ที่แปลว่า “ชี้ให้เห็น, แสดงให้เห็น” อันประกอบด้วย in- (“เข้าไปใน, บน”) + dicare (“ประกาศ”)

※อ้างอิงจาก “Online Etymology Dictionary”

จุดที่ต้องระวังคือ “in-“ ตัวนี้ ไม่ใช่ “in-” ที่แปลว่าปฏิเสธ แบบใน incorrect หรือ invisible นะครับ

ตัวนี้คือ “in-” ที่แปลว่า “เข้าไปหา, มุ่งไปทาง” ครับ เพราะฉะนั้น indicate จึงไม่ได้แปลว่า “ไม่พูด” แต่แปลว่า “พูดมุ่งไปทางนั้น” นะครับ

โอ๊ะ… ผมเกือบเข้าใจผิดแล้วครับว่า in- แปลว่า “ไม่” ดีนะที่อาจารย์บอกก่อนครับ
Kodak

เป็นจุดที่หลายคนพลาดจริง ๆ ครับ ดีที่ถามนะครับ!

และนี่คือส่วนที่ผมอยากเล่าที่สุดเลยครับ ⇒ ภาษาละตินมีคำว่า “index” ซึ่งแตกออกมาจาก indicare เหมือนกัน และความหมายดั้งเดิมของมันคือ… “นิ้วชี้” เลยครับ!

เอ๊ะ! นิ้วชี้เหรอครับ? ตรงกับคำไทยเป๊ะเลยนี่ครับ!
Kodak

ตรงเป๊ะเลยครับ! นี่คือจุดที่ผมว่าน่าทึ่งมากนะครับ

ชาวโรมันเมื่อสองพันปีก่อนตั้งชื่อนิ้วนี้ว่า “นิ้วที่ใช้ชี้” และคนไทยก็เรียกนิ้วเดียวกันนี้ว่า “นิ้วชี้” คนละภาษา คนละยุค แต่คิดเหมือนกันเลยครับ

เพราะฉะนั้น ถ้าจำ “นิ้วชี้” ได้ ก็เท่ากับจำ indicate ได้แล้วครับ

คำว่า index ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน แม้ความหมาย “นิ้วชี้” จะเลิกใช้ไปแล้ว แต่ก็ยังเหลือร่องรอยของ “การชี้” อยู่ครบเลยครับ

  • index(ดัชนีท้ายเล่ม) ⇒ ส่วนที่ ชี้ว่า เรื่องนี้อยู่หน้าไหน
  • index finger(นิ้วชี้) ⇒ ความหมายดั้งเดิมที่กลับมาเป็นคำประสมในปี ค.ศ. 1768
  • price index(ดัชนีราคา) ⇒ ตัวเลขที่ ชี้ สภาพเศรษฐกิจ

และถ้าย้อนไกลกว่านั้นอีก ทั้ง dicare และ dicere(พูด) ต่างก็สืบไปถึงรากภาษาอินโด-ยูโรเปียนดั้งเดิมคือ *deik- ที่แปลว่า “ชี้ให้เห็น, กล่าวอย่างเป็นทางการ” ครับ

เส้นทางรากศัพท์ของ “indicate”
รากอินโด-ยูโรเปียนดั้งเดิม: *deik-(ชี้ให้เห็น, กล่าวอย่างเป็นทางการ)

ภาษาละติน: dicare(ประกาศ) ・ dicere(พูด)
↓(เติม in- = มุ่งไปทาง)
ภาษาละติน: indicare(ชี้ให้เห็น) → คำนาม index(นิ้วชี้, ผู้ชี้)

ภาษาอังกฤษยุคกลางตอนปลาย ศตวรรษที่ 15: indication(สัญญาณ, สิ่งที่บ่งชี้)

ภาษาอังกฤษ ค.ศ. 1650s: indicate(ชี้ให้เห็น)

ภาษาอังกฤษ ค.ศ. 1706: เพิ่มความหมาย “เป็นเหตุให้อนุมานได้ว่า~”(= บ่งชี้)
Kodak

ลองดูปี ค.ศ. 1706 ในตารางนะครับ น่าสนใจมากเลย!

เดิมที indicate มีแค่ความหมาย “ชี้ด้วยนิ้ว” เท่านั้นครับ ส่วนความหมาย “ข้อมูลบ่งชี้ว่า~” ที่เราใช้กันทุกวันนี้ เพิ่งงอกออกมาทีหลังนะครับ

พูดอีกอย่างคือ ภาษาอังกฤษค่อย ๆ ขยายจาก “นิ้วชี้” ไปเป็น “ข้อมูลชี้” นั่นเองครับ

จำ “indicate” จากส่วนประกอบ “in-” + “dic” + “-ate”

ทีนี้มาดูกันทีละส่วนประกอบครับ ว่าแต่ละชิ้นส่วนช่วยให้เราจำคำอื่น ๆ ได้อีกเยอะแค่ไหนนะครับ

“dic / dict” คือส่วนที่แปลว่า “พูด”

ส่วนกลางของคำคือ “dic” ซึ่งแปลว่า “พูด, กล่าว, ประกาศ” ครับ ชิ้นส่วนนี้ทรงพลังมาก เพราะซ่อนอยู่ในคำภาษาอังกฤษที่เราคุ้นเคยเต็มไปหมดเลยครับ

Kodak

ยกตัวอย่างที่ทุกคนรู้จักแน่นอนเลยนะครับ ⇒ “dictionary”(พจนานุกรม) ครับ!

นี่ก็มาจาก “dic(พูด)” เหมือนกันครับ พจนานุกรมคือหนังสือที่รวบรวม “คำพูด” เอาไว้นั่นเองนะครับ

  • dictionary: “dict(พูด)” ⇒ พจนานุกรม
  • predict: “pre-(ก่อน)” + “dict(พูด)” ⇒ พูดไว้ล่วงหน้า ⇒ ทำนาย, คาดการณ์
  • dictate: “dict(พูด)” + “-ate” ⇒ พูดให้เขียนตาม ⇒ บอกให้จด, สั่งการ
  • dedicate: “de-(ลงไป)” + “dic(ประกาศ)” ⇒ ประกาศมอบให้ ⇒ อุทิศ
  • verdict: “ver(จริง)” + “dict(พูด)” ⇒ กล่าวความจริง ⇒ คำตัดสินของคณะลูกขุน
ว้าว! dictionary กับ predict เป็นญาติกับ indicate ด้วยเหรอครับ จำได้ทีเดียวหลายคำเลยครับ

“-ate” คือส่วนที่ทำให้กลายเป็นคำกริยา

ส่วนท้าย “-ate” เป็นปัจจัย (suffix) ที่ทำให้คำกลายเป็นกริยา แปลประมาณว่า “ทำให้เป็น~, กระทำการ~” ครับ

เมื่อรวมทั้งสามส่วนเข้าด้วยกันจึงได้ว่า “in-(มุ่งไปทาง)” + “dic(พูด)” + “-ate(ทำ)”“ทำการพูดมุ่งไปทางนั้น”“ชี้ให้เห็น, บ่งชี้” นั่นเองครับ

indication(คำนาม)
“สัญญาณ, สิ่งบ่งชี้, ข้อบ่งใช้ของยา”
・There was no indication that he was lying.(ไม่มีสัญญาณใดบ่งชี้ว่าเขากำลังโกหก)

indicator(คำนาม)
“ตัวชี้วัด, ดัชนี, เข็มบอกค่า, ไฟเลี้ยว”
・GDP is an important economic indicator.(GDP เป็นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ)

indicative(คำคุณศัพท์)
“ซึ่งบ่งชี้ถึง~” มักใช้ในรูป be indicative of ~
・These symptoms are indicative of a serious illness.(อาการเหล่านี้บ่งชี้ถึงโรคร้ายแรง)

Kodak

รูป “be indicative of ~” นี่ออกสอบบ่อยมากครับ อย่าลืมจำไปด้วยนะครับ!

ความหมายเท่ากับ “indicate ~” เลย แต่ฟังดูเป็นทางการและวิชาการกว่านิดหนึ่งครับ

สรุปความหมาย รากศัพท์ และวิธีจำ “indicate”

ด้านล่างนี้คือบทสรุปของคำว่า “indicate” ครับ

●”indicate” ประกอบด้วย “in-(มุ่งไปทาง)” + “dic(พูด)” + “-ate(ทำ)”
⇒ ภาพหลักคือ “พูดชี้ไปทางนั้น”
⇒ ความหมาย = “ชี้ให้เห็น” “บ่งชี้ว่า~” “ระบุ”

ต่างจาก show ตรง “ระยะห่าง” ⇒ show คือเอาของมาให้เห็นตรง ๆ / indicate คือชี้ไปหาข้อสรุปที่ต้องอนุมานเอง

ระดับภาษา ⇒ indicate ค่อนไปทางภาษาเขียนและวิชาการ ให้ความรู้สึกเหมือนคำว่า “บ่งชี้” ในภาษาไทย

ไวยากรณ์ที่ต้องระวัง ⇒ ห้ามวางคนต่อท้ายทันที ต้องใช้ “indicate + สิ่งของ + to + คน”

การออกเสียง ⇒ /ˈɪn.dɪ.keɪt/ เน้นพยางค์แรก “อิน” และหางคำอ่านเต็มเสียงว่า “เขท”

เคล็ดลับการจำ ⇒ ภาษาละติน index = “นิ้วชี้” ตรงกับคำไทยเป๊ะ! จำภาพนิ้วชี้ไว้แล้วจะไม่ลืมเลย

เข้าใจขึ้นเยอะเลยครับ! ต่อไปนี้เวลาเห็นคำว่า indicate ผมจะนึกถึงภาพ “นิ้วชี้” ก่อนเลยครับ ขอบคุณมากครับอาจารย์!
Kodak

ยอดเยี่ยมมากครับ!

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ถ้าจำเป็น “ภาพ” แทนการท่องคำแปล จะติดหัวนานกว่ามากนะครับ

ครั้งหน้าเวลาเจอ indicate ในบทความหรือข้อสอบ ลองถามตัวเองดูนะครับว่า “แล้วมันชี้ไปหาข้อสรุปอะไร?” รับรองว่าจะอ่านเข้าใจลึกขึ้นแน่นอนครับ!

แหล่งอ้างอิง
「Cambridge Advanced Learner’s Dictionary & Thesaurus, Cambridge University Press」
「Longman Dictionary of Contemporary English (LDOCE), Pearson」
「Online Etymology Dictionary (etymonline.com)」
「Wiktionary, the free dictionary(รายการคำภาษาไทย ชี้ / บ่ง / ระบุ)」