สมมติว่าเพื่อนคนสเปนส่งข้อความมาหาคุณกลางดึกว่า
“Perdóname.”
แค่คำเดียว ไม่มีอะไรต่อท้ายเลยครับ
คุณควรรู้สึกยังไงดีครับ? เรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กครับเนี่ย
เข้าใจได้ครับ หน้าตามันคล้ายกันมากจริงๆ
แต่คำตอบคือ เรื่องใหญ่ครับ
ถ้าเพื่อนส่ง perdóname มาตอนตีสอง แปลว่าเขามีอะไรค้างคาใจอยู่จริงๆ ครับ วันนี้เรามาดูกันว่าตัวอักษรแค่สองตัวที่ต่อท้ายมันทำอะไรกับประโยคได้ขนาดนั้น
- 1 แยก perdóname ออกเป็นชิ้นๆ
- 2 ทำไมเติม me แค่ตัวเดียวถึงเปลี่ยนน้ำหนักได้
- 3 สิ่งที่คนไทยไม่ชิน สรรพนามที่วิ่งไปเกาะท้ายกริยา
- 4 เฉลยที่มาของขีดบนตัว ó
- 5 ตระกูล perdonar ทั้งหมด เรียงตามน้ำหนัก
- 6 ใช้ perdóname ตอนไหน และห้ามใช้ตอนไหน
- 7 perdóname กับ discúlpame ต่างกันไหม
- 8 ทำไมถึงได้ยินคำนี้ในเพลงบ่อยจัง
- 9 สรุป
แยก perdóname ออกเป็นชิ้นๆ
เริ่มจากการผ่าคำก่อนครับ พอแยกแล้วจะเห็นว่ามันไม่ยากเลย
ส่วนประกอบของ perdóname
perdóname
= perdona(ให้อภัยสิ — รูปคำสั่งของกริยา perdonar เมื่อพูดกับ tú)
+ me(ผม/ฉัน — ในฐานะผู้ถูกกระทำ)
⇒ แปลตรงตัว: “ให้อภัยผมด้วย”
กริยาต้นทางคือ perdonar ครับ มันสืบสายมาจากภาษาละตินยุคหลัง perdōnāre โดยข้างในซ่อนราก dōnō ที่แปลว่า “ให้” เอาไว้ ความหมายเดิมจึงเป็นทำนอง “ยกให้ไปทั้งหมด” คือยกความผิดให้จนไม่เหลือค้างกันครับ
ทำไมเติม me แค่ตัวเดียวถึงเปลี่ยนน้ำหนักได้
กุญแจอยู่ตรงที่ me ไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนพูด แต่บอกว่า ใครคือคนที่ต้องถูกยกโทษให้ ครับ
ลองเทียบสองประโยคนี้ดูครับ
Perdona.
⇒ “ยกโทษให้เถอะ” — พูดลอยๆ ไม่ได้ระบุว่าใครผิด
Perdóname.
⇒ “ยกโทษให้ผมเถอะ” — ระบุตัวคนผิดชัดเจนว่าคือผมเอง
พูดง่ายๆ คือ พอเติม me เข้าไป คุณกำลังชี้นิ้วมาที่ตัวเอง ครับ
มันเปลี่ยนจากคำพูดติดปากตามมารยาท กลายเป็นการยอมรับว่ามีความผิดเกิดขึ้นจริง และคนผิดคือผม ครับ
เพราะฉะนั้นถ้าคุณพูดคำนี้ออกไป อีกฝ่ายจะรู้ทันทีว่าคุณไม่ได้พูดเล่น นะครับ
เทียบได้ตรงเป๊ะเลยครับ! เก็บภาพนี้ไว้ใช้ได้เลยนะครับ
และมีอีกจุดที่คนไทยจะรู้สึกแปลกๆ กับคำนี้ คือวิธีที่สรรพนามไปเกาะติดกับกริยา ครับ
สิ่งที่คนไทยไม่ชิน สรรพนามที่วิ่งไปเกาะท้ายกริยา
ในภาษาไทย คำสรรพนามเป็นคำอิสระครับ มันยืนของมันเองเสมอ
สรรพนามอยู่ตรงไหน
【ภาษาไทย】
ยกโทษ / ให้ / ผม / ด้วย
⇒ คำว่า “ผม” เป็นคำแยก มีช่องว่างของมันเอง
⇒ ตัวคำว่า “ยกโทษ” ไม่เปลี่ยนรูปเลย
【ภาษาสเปน】
perdona + me ⇒ perdóname
⇒ “ผม” วิ่งไปติดท้ายกริยาจนกลายเป็นคำเดียวกัน
⇒ และตัวกริยาก็เปลี่ยนหน้าตาตามไปด้วย(มีขีดโผล่มา)
ใช่ครับ และนี่คือกฎที่ใช้ได้กับกริยาอื่นๆ อีกเพียบเลยนะครับ ไม่ใช่แค่คำนี้คำเดียว
ลองดูตัวอย่างในตระกูลเดียวกันครับ
disculpa + me ⇒ discúlpame
ayuda(ช่วยหน่อย)+ me ⇒ ayúdame
escucha(ฟังหน่อย)+ me ⇒ escúchame
เห็นแพตเทิร์นไหมครับ? ทุกคำมีขีดโผล่มาหมดเลย
เฉลยที่มาของขีดบนตัว ó
ตรงนี้อธิบายได้ด้วยตรรกะล้วนๆ ครับ ไม่ต้องท่องจำเลย
ภาษาสเปนมีกฎว่าคำแต่ละคำจะลงน้ำหนักเสียงที่พยางค์ไหน และปกติแล้วกฎพื้นฐานจะจัดการให้เองโดยไม่ต้องเขียนอะไร แต่เมื่อเสียงหนักไม่ได้ตกตรงที่กฎพื้นฐานบอก ต้องเขียนขีดกำกับ ครับ
ทำไม perdona ไม่มีขีด แต่ perdóname มี
per – do – na(3 พยางค์)
เสียงหนักอยู่ที่ do = พยางค์ที่ 2 นับจากท้าย
⇒ ตรงกับกฎพื้นฐาน ⇒ ไม่ต้องเขียนขีด
per – dó – na – me(4 พยางค์)
พอเติม me เข้าไป คำยาวขึ้น 1 พยางค์
แต่เสียงหนักไม่ได้ขยับตาม ยังอยู่ที่ dó เหมือนเดิม
⇒ ตอนนี้มันกลายเป็นพยางค์ที่ 3 นับจากท้ายแล้ว
⇒ หลุดจากกฎพื้นฐาน ⇒ ต้องเขียนขีดกำกับ
พูดอีกแบบก็คือ เสียงมันไม่เปลี่ยน แต่คำมันยาวขึ้น ครับ
พอคำยาวขึ้น ตำแหน่งเสียงหนักเดิมก็เลยดู “ผิดที่” ในสายตาของกฎ เลยต้องเขียนขีดไว้บอกคนอ่านว่า “เดี๋ยวนะ เสียงหนักยังอยู่ตรงนี้เหมือนเดิมนะ” ครับ
อธิบายได้สวยมากครับ!
คนไทยเราน่าจะเข้าใจเรื่องนี้ได้เร็วกว่าคนชาติอื่นด้วยซ้ำนะครับ เพราะเราคุ้นกับเครื่องหมายที่เขียนไว้บนตัวอักษรเพื่อกำกับเสียง อยู่แล้ว เหมือนไม้เอกไม้โทของเราครับ
ต่างกันแค่ว่าของไทยกำกับระดับเสียงสูงต่ำ ส่วนของสเปนกำกับว่าจะออกแรงตรงไหน ครับ
ตระกูล perdonar ทั้งหมด เรียงตามน้ำหนัก
คำในตระกูลนี้มีหลายหน้าตาครับ ลองเรียงดูจะเห็นตรรกะชัดเจน
ตระกูล perdonar
perdón
คำนาม ใช้เดี่ยวๆ ⇒ “โทษที” ⇒ เบาที่สุด ใช้บ่อยที่สุด
perdona
คำสั่งกับ tú ⇒ “ยกโทษให้เถอะ” ⇒ เบา ใช้เรียกคนก็ได้
perdone
คำสั่งกับ usted ⇒ แบบเดียวกับ perdona แต่สุภาพ
perdóname
คำสั่งกับ tú + me ⇒ “ยกโทษให้ผมด้วย” ⇒ หนัก จริงจัง
perdóneme
คำสั่งกับ usted + me ⇒ หนักและสุภาพ
ยอดเยี่ยมมากครับ! คุณเห็นโครงสร้างจริงของมันแล้วนะครับ
ใช่ครับ มันสองแกนซ้อนกัน
・มี me หรือไม่มี ⇒ ตัดสินความหนัก
・ลงท้าย -a หรือ -e ⇒ ตัดสินความสุภาพ
สองแกนนี้เป็นอิสระต่อกันครับ เลยผสมกันได้ครบทุกช่องเลยนะครับ
ได้เลยครับ! และนั่นก็คือ perdóname พอดีเป๊ะเลยนะครับ
ซึ่งพูดตามตรง มันคือสถานการณ์ที่พบบ่อยที่สุดของคำนี้ด้วยครับ เพราะเรื่องที่ต้องขอโทษกันจริงจังมักเกิดกับคนใกล้ตัวนั่นแหละครับ
ใช้ perdóname ตอนไหน และห้ามใช้ตอนไหน
มาดูของจริงกันครับ
สถานการณ์ที่เหมาะกับ perdóname
・Por favor, perdóname. No fue mi intención herirte.
(ขอร้องล่ะ ยกโทษให้ผมด้วย ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอเจ็บ)・Perdóname por lo que dije ayer.
(ยกโทษให้ผมด้วยเรื่องที่ผมพูดไปเมื่อวาน)・Perdóname, olvidé tu cumpleaños.
(ยกโทษให้ผมด้วยนะ ผมลืมวันเกิดเธอ)
สังเกตนะครับว่าทุกประโยคมีความเสียหายที่เกิดขึ้นกับความรู้สึกของอีกฝ่ายจริงๆ
ไม่มีข้อไหนเป็นเรื่องเล็กๆ อย่างเดินชนกันเลยครับ
ทีนี้มาดูฝั่งที่ไม่ควรใช้บ้างครับ
× เดินชนไหล่คนบนรถไฟใต้ดิน
⇒ ใช้ Perdón. พอครับ
× อยากถามทางคนแปลกหน้า
⇒ ใช้ Disculpe. ครับ perdóname จะทำให้เขาตกใจ
× ฟังไม่ทัน อยากให้พูดซ้ำ
⇒ ใช้ ¿Perdón? ครับ
× เพื่อนเล่าว่าคุณพ่อเพิ่งเสีย
⇒ ใช้ Lo siento mucho. ครับ เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด จึงไม่มีอะไรให้ยกโทษ
อธิบายได้ดีกว่าผมอีกครับ! ตรรกะเป๊ะเลยนะครับ
นี่แหละคือประโยชน์ของการเข้าใจความหมายตรงตัว ของคำครับ พอรู้ว่า perdóname แปลว่า “ยกโทษให้ผม” คุณก็เดาเองได้เลยว่าสถานการณ์ไหนใช้ไม่ได้ โดยไม่ต้องท่องกฎเลยครับ
perdóname กับ discúlpame ต่างกันไหม
เป็นคำถามที่เจอบ่อยครับ เพราะสองคำนี้สร้างมาด้วยสูตรเดียวกันเป๊ะ
perdóname = perdona(ยกโทษให้)+ me
⇒ ราก dōnō = “ให้” ⇒ ขอให้เขายกความผิดให้เรา
discúlpame = disculpa(เอาความผิดออก)+ me
⇒ dis-(เอาออก)+ culpa(ความผิด)⇒ ขอให้เขาถอดความผิดออกจากตัวเรา
ในทางปฏิบัติสองคำนี้ใช้ทับกันได้เยอะเลยครับ ไม่ต้องเครียดมากนะครับ
แต่ถ้าจะให้จับความรู้สึกที่ต่างกันจริงๆ ก็ประมาณนี้ครับ
perdóname ⇒ อารมณ์เข้มกว่า ใช้กับเรื่องที่กระทบใจ
discúlpame ⇒ กลางๆ กว่า ใช้กับเรื่องที่เป็นการกระทำหรือความรับผิดชอบ เช่น มาสาย ทำงานไม่เสร็จ
ทำไมถึงได้ยินคำนี้ในเพลงบ่อยจัง
ถ้าคุณฟังเพลงภาษาสเปน คุณจะเจอ perdóname บ่อยมากจนน่าสงสัยครับ
เหตุผลง่ายมากครับ เพราะเพลงมักพูดถึงความสัมพันธ์ที่พังไปแล้วและอยากซ่อม ใช่ไหมครับ
ซึ่งนั่นคือใจกลางของคำว่า perdóname พอดีเลยครับ มันคือคำที่พูดตอนรู้ตัวว่าผิด และยังอยากให้อีกฝ่ายอยู่ต่อ
perdón เฉยๆ ทำหน้าที่นี้ไม่ได้ครับ เพราะมันเบาเกินไป
ฮ่าๆ ใช่เลยครับ! มันจะกลายเป็นเพลงตลกไปทันทีเลยนะครับ
นี่เป็นวิธีจำที่ดีมากเลยครับ ถ้าสถานการณ์นั้นเอาไปแต่งเป็นเพลงได้ ก็ใช้ perdóname ได้ครับ ถ้าเอาไปแต่งเพลงแล้วดูตลก ก็ใช้ perdón พอครับ
สรุป
●perdóname = perdona(ยกโทษให้สิ)+ me(ผม)
⇒ แปลตรงตัว “ยกโทษให้ผมด้วย”
●ทำไมถึงหนักกว่า perdón
เพราะ me เป็นการชี้ระบุตัวคนผิดว่าคือเราเอง
⇒ เปลี่ยนจากคำติดปาก เป็นการยอมรับผิดจริง
●ขีดบนตัว ó มาจากไหน
เติม me แล้วคำยาวขึ้น แต่เสียงหนักไม่ขยับ
⇒ ต้องเขียนขีดกำกับไว้ให้คนอ่านรู้ว่าเสียงหนักอยู่ตรงไหน
⇒ กฎเดียวกันกับ discúlpame / ayúdame / escúchame
●สองแกนที่ต้องแยกให้ออก
มี me หรือไม่ ⇒ ความหนัก
ลงท้าย -a หรือ -e ⇒ ความสุภาพ
●ห้ามใช้กับ
เรื่องเล็กในชีวิตประจำวัน(ใช้ perdón)
การเรียกคนแปลกหน้า(ใช้ disculpe)
การแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสีย(ใช้ lo siento)
คำเดียวแต่มีเรื่องเล่าเยอะเลยใช่ไหมครับ
ถ้าอยากเห็นว่า perdóname วางตัวอยู่ตรงไหนในระบบคำขอโทษทั้งหมดของภาษาสเปน ลองอ่านบทความรวมนี้ต่อได้ครับ
Wiktionary「perdonar」(https://en.wiktionary.org/wiki/perdonar)
Wiktionary「perdón」(https://en.wiktionary.org/wiki/perdón)
Wiktionary「disculpar」(https://en.wiktionary.org/wiki/disculpar)
SpanishDict「perdóname」(https://www.spanishdict.com/translate/perdóname)