คำขอโทษภาษาสเปน รวมทุกคำที่ต้องรู้ เลือกใช้ให้ถูกสถานการณ์

Kodak
วันนี้เรามาเรียนเรื่อง “คำขอโทษในภาษาสเปน” กันนะครับ

ถ้าเป็นภาษาไทย เราใช้ “ขอโทษ” คำเดียวก็เอาอยู่แทบทุกสถานการณ์ใช่ไหมครับ ทำผิดก็ขอโทษ เรียกคนก็ขอโทษ ขอทางก็ขอโทษ

แต่ภาษาสเปนแยกออกเป็น หลายคำ และเลือกใช้คนละเกณฑ์กับภาษาไทย ครับ ตรงนี้แหละที่คนไทยสะดุดกันเยอะที่สุดนะครับ

คนละเกณฑ์เหรอครับ? ผมนึกว่าก็แค่จำคำแปลว่า sorry แล้วก็ใช้ได้เลย
Kodak
นั่นแหละครับกับดักอันแรกเลย

ถ้าจำแบบ “sorry = lo siento” แล้วเอาไปใช้ตอนเดินชนไหล่คนบนรถไฟฟ้า ฝรั่งสเปนจะงงทันทีเลยนะครับ เพราะมันหนักเกินไป ครับ เหมือนเราเดินชนคนแล้วพูดว่า “ผมเสียใจอย่างสุดซึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น” ประมาณนั้นเลย

สารบัญ

ภาษาสเปนเลือกคำขอโทษจาก “เกิดอะไรขึ้น” ไม่ใช่ “คุยกับใคร”

ก่อนจะไปดูคำศัพท์ทีละตัว อยากให้จับหลักใหญ่ข้อนี้ให้แม่นก่อนครับ เพราะมันคือแกนกลางของทั้งบทความ

ภาษาไทยเลือกระดับคำขอโทษจาก “ความสัมพันธ์” เป็นหลัก เราพูดกับเพื่อนว่า “โทษที” พูดกับอาจารย์ว่า “ขอโทษครับ” พูดกับผู้ใหญ่มากๆ หรือในเอกสารทางการว่า “ขออภัย” หรือ “ขอประทานอภัย” ยิ่งอีกฝ่ายอาวุโสหรืออยู่ในสถานะสูงกว่า เราก็ยิ่งขยับคำให้สุภาพขึ้น

แต่ภาษาสเปนเลือกจาก “เหตุการณ์” ครับ คือดูว่า

  • เรื่องมันเกิดไปแล้ว หรือกำลังจะเกิด
  • เป็นเรื่องเล็กน้อย หรือเป็นเรื่องที่กระทบจิตใจกันจริงๆ
  • เรากำลังขอโทษ หรือกำลังขอเข้าไปรบกวน
อ๋อ… คือแทนที่จะถามว่า “คุยกับใครอยู่” ต้องถามว่า “มันเกิดอะไรขึ้น” ใช่ไหมครับ?
Kodak

ใช่เลยครับ สรุปได้เป๊ะมากนะครับ

แล้วเรื่องความสุภาพล่ะ? ภาษาสเปนก็มีนะครับ แต่มันไม่ได้ไปอยู่ที่ “คำขอโทษ” มันไปโผล่ที่รูปผันของกริยา ต่างหาก เดี๋ยวเราค่อยเจาะเรื่องนี้ทีหลังครับ

คำขอโทษภาษาสเปน 5 คำหลักที่ต้องรู้

ทีนี้มาดูภาพรวมกันก่อนครับ ห้าคำนี้ครอบคลุมสถานการณ์ในชีวิตประจำวันได้เกือบทั้งหมดแล้ว

ภาพรวมคำขอโทษภาษาสเปน

1. lo siento(โล เซียนโต)
ความหมายตรงตัว “ฉันรู้สึกถึงมัน” ⇒ ใช้กับความเสียใจจากใจจริง และการแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสีย

2. perdón(เปร์ดอน)
คำนามที่แปลว่า “การให้อภัย” ⇒ โยนออกไปคำเดียวหลังพลาดเรื่องเล็กๆ เช่น ชนคน พูดแทรก ฟังไม่ทัน

3. disculpa / disculpe(ดิสกุลปา/ดิสกุลเป)
รูปคำสั่งของกริยา disculpar ⇒ ใช้เป็นคำเกริ่นตอนกำลังจะเข้าไปเรียก ถาม หรือรบกวน

4. perdóname(เปร์โดนาเม)
“ให้อภัยผมด้วย” ⇒ มีคำว่า “ผม” ติดอยู่ท้าย ทำให้หนักและจริงจังกว่า perdón เฉยๆ

5. no pasa nada(โน ปาซา นาดา)
“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักหน่อย” ⇒ นี่คือคำตอบรับ ตรงกับ ไม่เป็นไร ของไทยแบบเป๊ะๆ

อ่านผ่านๆ แล้วเห็นตัวสุดท้ายคุ้นๆ นะครับ “ไม่มีอะไรเกิดขึ้น” นี่มันไม่เป็นไรเลยนี่ครับ!
Kodak

ตาไวมากครับ! ข้อ 5 นี่แหละคือจุดที่ภาษาไทยกับภาษาสเปนตรงกันที่สุด ในบทเรียนทั้งหมดนี้เลยนะครับ

สี่คำแรกอาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจหน่อย แต่คำที่ห้าคุณแทบจะรู้อยู่แล้วโดยไม่ต้องเรียนเลยครับ

1. lo siento คือความเสียใจ ไม่ใช่คำขอโทษทั่วไป

คำนี้เป็นคำที่คนไทยจำได้ก่อนเพื่อน แต่ก็ใช้ผิดบ่อยที่สุดเช่นกันครับ

lo siento มาจากกริยา sentir ที่แปลว่า “รู้สึก” ซึ่งสืบทอดมาจากภาษาละติน sentīre (“รู้สึก”) ส่วน siento คือรูปผันของ sentir เมื่อประธานเป็น “ฉัน” และ lo คือ “มัน”

รวมกันแล้วตรงตัวคือ “ฉันรู้สึกถึงมัน” ครับ

Kodak

ลองจินตนาการตามนะครับ “ฉันรู้สึกถึงมัน” แปลว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเข้ามาถึงข้างในใจเราแล้ว

เพราะฉะนั้นถ้าเป็นแค่เดินเฉี่ยวไหล่กันในตลาด แล้วบอกว่า “เรื่องนี้มันเข้าถึงใจผมเลย” มันก็จะแปลกๆ หน่อยใช่ไหมครับ

ฮ่าๆ เข้าใจเลยครับ เหมือนเหยียบเท้าคนแล้วบอกว่า “ผมขอน้อมรับความผิดครั้งนี้” อะไรแบบนั้น

สถานการณ์ที่ lo siento เหมาะที่สุดคือตอนที่มีอารมณ์ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องจริงๆ ครับ

ตัวอย่างการใช้ lo siento

【แสดงความเสียใจกับการสูญเสีย】
・Me enteré del fallecimiento de tu padre. Lo siento.
(ผมทราบข่าวการจากไปของคุณพ่อคุณแล้ว ผมเสียใจด้วยนะครับ)

【เสียใจกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปจริงๆ】
・Rompí tu ordenador. Lo siento.
(ผมทำคอมพิวเตอร์ของคุณพังครับ ผมขอโทษจริงๆ)

【เพิ่มน้ำหนักด้วย mucho】
・Lo siento mucho.
(ผมเสียใจอย่างยิ่งครับ)

Kodak

สังเกตนะครับว่าทุกประโยคมี “ใจ” อยู่ในนั้น ไม่ใช่แค่มารยาททางสังคม

ถ้าอยากเจาะลึกว่าเส้นแบ่งระหว่าง lo siento กับอีกสองคำอยู่ตรงไหนกันแน่ ผมเขียนแยกไว้อีกบทหนึ่งเลยครับ

lo siento / perdón / disculpa ต่างกันอย่างไร เลือกใช้ให้ถูกใน 3 วินาที

2. perdón คือคำที่ใช้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน

ถ้าให้เลือกจำแค่คำเดียวจากบทความนี้ ผมจะเลือก perdón ครับ เพราะมันคือคำที่คนสเปนพูดกันบ่อยที่สุดจริงๆ

perdón เป็นคำนามเพศชาย แปลว่า “การให้อภัย” หรือ “ความเมตตา” และยังใช้เป็นคำอุทานลอยๆ ได้เลย ที่มาของมันคือกริยา perdonar ซึ่งย้อนกลับไปถึงภาษาละตินยุคหลัง perdōnāre โดยข้างในมีราก dōnō ที่แปลว่า “ให้” ซ่อนอยู่ครับ

รากแปลว่า “ให้” เหรอครับ? แล้วมันกลายเป็น “ให้อภัย” ได้ยังไงครับ
Kodak

คำถามดีมากครับ! คือรากมันคือ “ให้แบบยกให้เลย ให้จนหมด” นะครับ

ลองคิดถึงหนี้ก็ได้ครับ ถ้ามีคนติดหนี้เราแล้วเรา “ยกให้ทั้งหมด ไม่ทวงแล้ว” นั่นแหละคือการให้อภัย พอความผิดถูกยกให้ไปหมด เรื่องก็จบครับ

เพราะฉะนั้น perdón จึงเป็นคำที่ยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองคำเดียว เพราะมันเป็นคำนาม พูดออกไปแค่นี้ก็จบประโยคแล้วนะครับ

สถานการณ์ที่ใช้ perdón

・เดินชนคนในร้านสะดวกซื้อ ⇒ Perdón.
・พูดแทรกกลางประโยคของคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ ⇒ Perdón.
・ฟังไม่ทัน อยากให้พูดซ้ำ ⇒ ¿Perdón?(ขอโทษนะครับ ว่าอะไรนะครับ)
・กดลิฟต์ผิดชั้นให้คนอื่น ⇒ Perdón.

อ๋อ… อันนี้เหมือน “โทษทีครับ” ของไทยเป๊ะเลยนะครับ พูดสั้นๆ แล้วเดินต่อได้
Kodak

ใช่เลยครับ ภาพนั้นตรงมากนะครับ

และถ้าเราเติมคำว่า me(ผม/ฉัน)เข้าไปในตระกูลคำนี้ มันจะกลายเป็น perdóname ซึ่งน้ำหนักเปลี่ยนไปเลยครับ อันนี้น่าสนใจมาก

3. disculpa และ disculpe คือคำเกริ่นก่อนไปรบกวนคนอื่น

คำคู่นี้เป็นพระเอกของบทความนี้เลยครับ เพราะมันคือจุดที่ระบบภาษาสเปนต่างจากภาษาไทยมากที่สุด

disculpar ประกอบจาก dis-(แยกออก/เอาออก)+ culpa(ความผิด)รวมกันคือ “เอาความผิดออกไป” ครับ

ส่วน disculpa กับ disculpe ที่เราเห็นในชีวิตจริงนั้นเป็นรูปคำสั่งของกริยาตัวนี้ คือ “ช่วยยกความผิดนี้ออกให้ผมที”

เดี๋ยวนะครับ แล้วสองคำนี้ต่างกันตรงไหนครับ? หน้าตาเหมือนกันเลย ต่างแค่ตัวสุดท้าย
Kodak

ตรงนั้นแหละครับคือหัวใจ!

disculpa ใช้กับ (เธอ/แก — คนสนิท)
disculpe ใช้กับ usted(คุณ/ท่าน — คนที่ต้องให้เกียรติ)

คือมันคือคำเดียวกันเป๊ะๆ แต่เปลี่ยนความสุภาพด้วยการเปลี่ยนรูปกริยา ครับ

อ๋อ… แต่ภาษาไทยเราไม่ได้เปลี่ยนคำว่า “ขอโทษ” เลยนะครับ เราแค่เติม “ครับ” ต่อท้ายเอา
Kodak

ถูกต้องที่สุดครับ! และนี่คือสิ่งที่ผมอยากให้จำกลับไปจากบทเรียนนี้นะครับ

เรื่องนี้สำคัญมากจนผมขอแยกอธิบายเป็นหัวข้อใหญ่ข้างล่างเลยครับ

ความสุภาพของไทยอยู่ที่คำลงท้าย ของสเปนอยู่ที่รูปกริยา

นี่คือแนวคิดใหม่สำหรับคนไทยที่เรียนภาษาสเปนครับ ขอให้อ่านช้าๆ ตรงนี้

ในภาษาไทย เวลาเราจะปรับระดับความสุภาพ เราทำสองอย่างคือ

  • เติมคำลงท้าย ⇒ ขอโทษ / ขอโทษครับ / ขอโทษค่ะ
  • เปลี่ยนคำศัพท์ทั้งคำ ⇒ โทษที / ขอโทษ / ขออภัย / ขอประทานอภัย

สังเกตว่าตัวกริยาไม่เคยเปลี่ยนรูปเลย คำว่า “ขอโทษ” หน้าตาเหมือนเดิมทุกครั้ง เราแค่แปะอะไรเพิ่มไว้ข้างหลัง หรือไม่ก็หยิบคำใหม่มาใช้ทั้งคำเลย

แต่ภาษาสเปนไม่ทำแบบนั้นครับ มันบิดตัวกริยาเอง

เปรียบเทียบ: ความสุภาพไปโผล่ที่ไหน

【ภาษาไทย】 ความสุภาพอยู่ท้ายประโยค
ขอโทษ → ขอโทษครับ
(ตัวคำว่า “ขอโทษ” ไม่ขยับเลย)

【ภาษาสเปน】 ความสุภาพอยู่ในตัวกริยา
disculpa → disculpe
(ไม่มีอะไรมาต่อท้าย แต่ตัวคำเปลี่ยนรูปเอง)

⇒ ภาษาสเปนไม่มีคำลงท้ายแบบ ครับ/ค่ะ ให้แปะ
⇒ ถ้าใช้รูปผันผิด ความสุภาพก็ผิดทันที แก้ด้วยการเติมคำอื่นไม่ได้

โห… แปลว่าถ้าผมพูด disculpa กับผู้ใหญ่ ผมจะเติมอะไรกู้สถานการณ์ไม่ได้เลยเหรอครับ?
Kodak

พูดตรงๆ คือแบบนั้นครับ

แต่ไม่ต้องกังวลไปนะครับ เพราะมันมีข้อดีอยู่ด้วย คือคุณตัดสินใจแค่ครั้งเดียวตอนต้นบทสนทนา ว่าอีกฝ่ายเป็น tú หรือ usted แล้วหลังจากนั้นก็ผันตามนั้นไปทั้งบทสนทนาเลยครับ

เทียบกับภาษาไทยที่ต้องคอยเติมครับ/ค่ะ ทุกประโยค อาจจะง่ายกว่าด้วยซ้ำนะครับ

อ๋อ… คิดแบบนั้นก็ค่อยยังชั่วหน่อยครับ

ถ้าอยากเห็นตัวอย่างจริงว่าเมื่อไหร่ควรใช้ตัวไหน และมีคำอื่นในตระกูลเดียวกันอีกไหม อ่านต่อได้ที่บทความนี้ครับ

disculpe กับ disculpa ต่างกันอย่างไร ความสุภาพที่ซ่อนอยู่ในรูปกริยา

ขอโทษ กับ disculpar รากศัพท์ชี้ไปคนละทาง

ตรงนี้เป็นเกร็ดที่ผมชอบมากครับ และผมคิดว่ามันช่วยให้จำได้แม่นขึ้นเยอะเลย

Kodak

ลองแยกคำว่า ขอโทษ ออกเป็นชิ้นๆ ดูนะครับ

ขอ(ร้องขอ)+ โทษ(ความผิด/การลงโทษ)

แปลตรงตัวคือ “ขอรับโทษ” นะครับ คือเราเป็นฝ่ายยื่นมือไปรับความผิดมาไว้กับตัว

เอ๊ะ! ผมพูดคำนี้มาทั้งชีวิตแต่ไม่เคยแยกดูเลยครับ มันขอรับโทษจริงๆ ด้วย
Kodak

ทีนี้ลองดูฝั่งสเปนบ้างครับ

dis-(เอาออก)+ culpa(ความผิด)

แปลตรงตัวคือ “เอาความผิดออกไป”

เห็นไหมครับว่าทิศทางสวนกันเลย ภาษาไทยขอรับความผิดเข้ามา ภาษาสเปนขอให้ยกความผิดออกไป

โอ้โห สนุกจังครับ แต่สุดท้ายก็แปลว่า “ขอโทษ” เหมือนกันนี่ครับ
Kodak

ใช่ครับ ปลายทางเดียวกัน แต่เดินคนละเส้นทาง

และเกร็ดนี้ไม่ได้มีไว้แค่ให้ทึ่งเล่นๆ นะครับ มันช่วยอธิบายว่าทำไม disculpe ถึงใช้เป็นคำเกริ่นก่อนจะไปรบกวนคนอื่นได้ด้วย

เพราะมันไม่ใช่การสารภาพผิด แต่เป็นการขอให้อีกฝ่ายอย่าถือสาสิ่งที่เรากำลังจะทำ ต่างหากครับ

4. perdóname หนักกว่า perdón เพราะมี “ผม” ติดอยู่ด้วย

คำนี้หน้าตายาวหน่อย แต่ถ้าแยกชิ้นแล้วง่ายมากครับ

perdónameperdona(ให้อภัยสิ — รูปคำสั่งกับ tú)+ me(ผม/ฉัน)

ดังนั้นความหมายตรงตัวคือ “ให้อภัยผมด้วย” ครับ

แค่เติม me ต่อท้ายเนี่ยนะครับ ความหนักเปลี่ยนไปเลยเหรอครับ?
Kodak

เปลี่ยนครับ และเหตุผลก็ตรงไปตรงมามากนะครับ

พอมี me อยู่ในประโยค แปลว่าคุณกำลังชี้นิ้วมาที่ตัวเอง แล้วบอกว่า “คนที่ต้องได้รับการให้อภัยคือผมนี่แหละ”

มันคือการยอมรับว่ามีความผิดอยู่จริง ไม่ใช่แค่คำติดปากแบบมารยาทครับ

อ๋อ… เหมือนต่างกันระหว่าง “โทษทีนะ” กับ “ยกโทษให้ผมเถอะนะ” ประมาณนั้นเลยครับ
Kodak

เปรียบเทียบได้ดีมากครับ! ถ้าเก็บภาพนี้ไว้ได้ก็ใช้ได้เลยนะครับ

อ้อ แล้วสังเกตขีดเล็กๆ บนตัว ó ด้วยนะครับ ตอนเป็น perdona ไม่มีขีด แต่พอเติม me เข้าไปแล้วต้องเติมขีด อันนี้มีเหตุผลทางไวยากรณ์ชัดเจนเลยครับ

รายละเอียดเรื่องน้ำหนักของคำ วิธีใช้จริง และเรื่องขีดบนตัวอักษร ผมเขียนไว้ครบในบทความนี้ครับ

perdóname แปลว่าอะไร ทำไมถึงหนักกว่า perdón

5. no pasa nada คือ “ไม่เป็นไร” ของภาษาสเปน

ขอโทษเป็นแล้ว ก็ต้องตอบรับคำขอโทษเป็นด้วยครับ ไม่งั้นบทสนทนาจะค้างกลางอากาศ

no pasa nada แยกชิ้นได้ว่า no(ไม่)+ pasa(เกิดขึ้น — จากกริยา pasar)+ nada(อะไรเลย)

ตรงตัวคือ “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักหน่อย” ครับ

Kodak

ทีนี้ลองเทียบกับภาษาไทยดูนะครับ

ไม่เป็นไรไม่เป็นไร(อะไร)
no pasa nadano(ไม่)+ pasa(เป็น/เกิด)+ nada(อะไร)

เรียงชิ้นส่วนตรงกันทีละชิ้นเลยครับ

เฮ้ย! อันนี้แทบไม่ต้องท่องเลยนะครับเนี่ย!
Kodak

ใช่ครับ ในบรรดาสำนวนสเปนทั้งหมด ตัวนี้เป็นของขวัญสำหรับคนไทยเลยนะครับ

ไม่ใช่แค่คำแปลตรงกันด้วย แต่บรรยากาศการใช้ก็ตรงกันครับ ทั้งใช้ปลอบคนที่มาขอโทษ ทั้งใช้ตอนมีคนขอบคุณ ทั้งใช้ตอนคนถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เหมือน “ไม่เป็นไร” ของเราไม่มีผิด

แต่มีจุดหนึ่งที่ต้องระวังครับ คือประโยคนี้มีคำปฏิเสธอยู่สองคำ ทั้ง no และ nada

สองคำ? แล้วมันจะไม่หักล้างกันจนกลายเป็นบอกรับเหรอครับ?
Kodak

ไม่หักล้างครับ! ในภาษาสเปนการวางคำปฏิเสธซ้อนกันแบบนี้เป็นเรื่องปกติและถูกหลักไวยากรณ์ ด้วยซ้ำนะครับ

ยิ่งไปกว่านั้นคือ ถ้าตัด no ออกเหลือแค่ pasa nada จะกลายเป็นประโยคผิด เลยครับ

เรื่องปฏิเสธซ้อนนี้เป็นกฎใหญ่ของภาษาสเปนที่ใช้ได้กับอีกหลายสำนวน ผมอธิบายไว้ละเอียดพร้อมวิธีตอบรับแบบอื่นๆ ที่นี่ครับ

no pasa nada แปลว่าอะไร วิธีตอบรับคำขอโทษแบบเจ้าของภาษา

ลองประกอบเป็นบทสนทนาจริง

รู้ทีละคำแล้ว มาดูว่าเวลาใช้จริงมันร้อยกันยังไงครับ

ฉากที่ 1: ถามทางคนแปลกหน้า

A: Disculpe, ¿dónde está la estación?
(ขอโทษนะครับ สถานีอยู่ทางไหนครับ)
B: Está allí, a la derecha.
(อยู่ตรงนั้นครับ ทางขวามือ)
A: Muchas gracias.
(ขอบคุณมากครับ)

⇒ คนแปลกหน้า ⇒ ใช้ disculpe ไม่ใช่ disculpa
⇒ ยังไม่ได้ทำอะไรผิด แค่กำลังจะไปรบกวน ⇒ ไม่ใช้ lo siento

ฉากที่ 2: เดินชนคนในรถไฟใต้ดิน

A: Perdón.
(โทษทีครับ)
B: No pasa nada.
(ไม่เป็นไรครับ)

⇒ เรื่องเล็ก เกิดไปแล้ว ⇒ perdón คำเดียวพอ
⇒ ถ้าใช้ lo siento ตรงนี้จะดูหนักเกินเหตุ

ฉากที่ 3: ลืมวันเกิดเพื่อนสนิท

A: Perdóname, olvidé tu cumpleaños. Lo siento mucho.
(ยกโทษให้ผมด้วยนะ ผมลืมวันเกิดเธอ ผมเสียใจจริงๆ)
B: No te preocupes.
(ไม่ต้องกังวลหรอก)

⇒ เรื่องกระทบความรู้สึกจริง ⇒ ใช้ perdónamelo siento mucho ได้
⇒ เพื่อนสนิท ⇒ ใช้รูป tú ตลอดทั้งบทสนทนา

อ๋อ… พอเห็นเป็นฉากๆ แบบนี้แล้วเข้าใจขึ้นเยอะเลยครับ มันเลือกจากสถานการณ์จริงๆ ด้วย
Kodak

ดีใจที่เห็นภาพครับ!

และสังเกตฉากที่ 3 นะครับ ว่าเราใช้หลายคำต่อกันได้ด้วย ไม่ใช่ว่าต้องเลือกมาแค่คำเดียวเสมอไปครับ

จุดพลาดที่คนไทยเจอบ่อยที่สุด 3 ข้อ

ก่อนจบ ผมขอสรุปกับดักที่เจอบ่อยไว้ให้ครับ

1. เอา lo siento ไปใช้แทน “ขอโทษ” ทุกกรณี

นี่คือข้อที่พลาดกันมากที่สุดครับ เพราะเราจำมาจากภาษาอังกฤษว่า sorry แล้วโยงเข้า lo siento

แต่ lo siento อยู่ในโซนความรู้สึก ไม่ใช่โซนมารยาททางสังคม ถ้าเป็นเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ให้นึกถึง perdón ไว้ก่อนครับ

2. คิดว่ามันเป็นบันไดความสุภาพ

คนไทยหลายคนพยายามจัดเรียง lo siento / perdón / disculpa เป็นขั้นบันไดจากกันเองไปหาสุภาพ แบบ โทษที → ขอโทษ → ขออภัย

แต่มันไม่ใช่บันได มันคือคนละช่องใช้งาน ครับ เหมือนช้อนกับส้อมกับตะเกียบ ไม่มีอันไหนสุภาพกว่ากัน มีแต่เหมาะกับอาหารคนละแบบ

3. ลืมว่าต้องเลือก tú หรือ usted ตั้งแต่ต้น

เพราะภาษาไทยแค่เติมครับ/ค่ะ ทีหลังก็จบ เราเลยไม่ชินกับการตัดสินใจล่วงหน้า

แต่ภาษาสเปนต้องเลือกก่อนเปิดปากครับ ว่าคนตรงหน้าคือ tú หรือ usted เพราะมันกระทบรูปกริยาทุกคำหลังจากนั้น

ข้อ 2 นี่โดนผมเต็มๆ เลยครับ ผมพยายามเรียงเป็นบันไดอยู่จริงๆ
Kodak

เป็นกันเกือบทุกคนครับ ไม่ต้องเสียใจเลยนะครับ

เพราะภาษาไทยฝึกให้เรามองภาษาผ่านแกน “สุภาพมาก-สุภาพน้อย” มาตลอด พอเจอภาษาที่ไม่ได้เรียงตามแกนนั้น สมองเลยพยายามจับมันเรียงโดยอัตโนมัติครับ

แค่รู้ตัวว่ากำลังทำอยู่ ก็แก้ได้แล้วครับ

สรุป คำขอโทษภาษาสเปน

●หลักใหญ่
ภาษาสเปนเลือกคำขอโทษจาก“เกิดอะไรขึ้น” ไม่ใช่ “คุยกับใคร”

●แยกตามสถานการณ์
・เสียใจจากใจจริง/แสดงความเสียใจต่อการสูญเสีย ⇒ lo siento
・พลาดเรื่องเล็กๆ ที่เกิดไปแล้ว ⇒ perdón
・กำลังจะเข้าไปเรียก ถาม หรือรบกวน ⇒ disculpa(tú)/disculpe(usted)
・ขอโทษแบบจริงจัง ยอมรับผิด ⇒ perdóname
・ตอบรับคำขอโทษ ⇒ no pasa nadano te preocupes

●จุดที่คนไทยต้องปรับความคิดมากที่สุด
ความสุภาพของไทยอยู่ที่คำลงท้าย(ครับ/ค่ะ)
ความสุภาพของสเปนอยู่ที่รูปผันของกริยา(disculpa → disculpe)

●จุดที่ตรงกันมากที่สุด
ไม่เป็นไรno pasa nada(ทั้งความหมายและวิธีใช้)

Kodak

ห้าคำนี้ ถ้าจำได้ก็เอาตัวรอดในสเปนและละตินอเมริกาได้สบายแล้วครับ

แต่ละคำผมเขียนแยกไว้เป็นบทความละเอียดด้วยนะครับ อยากเจาะตัวไหนก็ตามลิงก์ไปได้เลยครับ

แหล่งอ้างอิง
Wiktionary「perdón」(https://en.wiktionary.org/wiki/perdón
Wiktionary「perdonar」(https://en.wiktionary.org/wiki/perdonar
Wiktionary「disculpar」(https://en.wiktionary.org/wiki/disculpar
Wiktionary「sentir」(https://en.wiktionary.org/wiki/sentir
Wiktionary「pasar」(https://en.wiktionary.org/wiki/pasar
Wiktionary「ขอโทษ」(https://en.wiktionary.org/wiki/ขอโทษ
SpanishDict「lo siento」(https://www.spanishdict.com/translate/lo siento