โครงหลักเหมือนกับ soy/estoy เลยครับ คือ es = “เป็น” และ está = “อยู่”
แต่วันนี้ผมจะพาไปเจอกฎข้อหนึ่งที่ทำให้ผู้เรียนทั่วโลกงงมาก 40 ปีแล้ว — และมันเกี่ยวกับคำว่า “สถานที่” ครับ
ปกติใช่ครับ! แต่ลองดูสองประโยคนี้นะครับ
Mi casa está en el centro.(บ้านของผมอยู่ใจกลางเมือง)
La fiesta es en mi casa.(งานเลี้ยงจัดที่บ้านผม)
คำว่า casa เหมือนกัน คำว่า en เหมือนกัน แต่กริยาคนละตัวครับ!
ใจเย็นๆ ครับ ข่าวดีคือภาษาไทยมีคำตอบให้อยู่แล้ว เดี๋ยวคุณจะเห็นเองครับว่าง่ายกว่าที่คิดเยอะ
เรามาปูพื้นฐานก่อนแล้วค่อยไปเรื่องนั้นนะครับ
- 1 es กับ está ต่างกันตรงไหน? ภาพรวมก่อน
- 2 ใช้ es เมื่อบอกว่า “สิ่งนั้นคืออะไร”
- 3 ใช้ está เมื่อบอกว่า “สิ่งนั้นอยู่ตรงไหน หรืออยู่ในสภาพใด”
- 4 ประเด็นสำคัญของบทความนี้:สถานที่ของ “งาน” ใช้ es
- 5 วิธีทดสอบแบบไทยๆ ที่ใช้ได้จริง
- 6 ข้อควรระวังเพิ่มเติม:ราคาใช้ está
- 7 ลองทำแบบฝึกหัดกันครับ
- 8 สรุป:es กับ está ต่างกันอย่างไร
es กับ está ต่างกันตรงไหน? ภาพรวมก่อน
es คือรูปผันบุรุษที่ 3 เอกพจน์ของกริยา ser / está คือรูปผันบุรุษที่ 3 เอกพจน์ของกริยา estar
ทั้งคู่ใช้กับประธานที่เป็น “เขา / เธอ / มัน / คุณ (usted)” ครับ ภาษาสเปนไม่ต้องพูดคำสรรพนามก็ได้ เพราะรูปกริยาบอกอยู่แล้ว
โครงสร้างพื้นฐาน
es = ”(เขา/มัน) เป็น…” ⇒ บอกว่ามันคืออะไร จัดอยู่ในประเภทไหน
está = ”(เขา/มัน) อยู่…” ⇒ บอกว่ามันอยู่ตรงไหน หรืออยู่ในสภาพใด
ใช้ es เมื่อบอกว่า “สิ่งนั้นคืออะไร”
1. es + คำนาม = การระบุตัวตน
เมื่อจะบอกว่าคนหรือของสิ่งนั้นคืออะไร ให้ใช้ es ครับ นี่คือการใช้ที่ตรงกับ “เป็น” ที่สุด
es + คำนาม
・Ella es médica.
(เธอเป็นหมอครับ)
・Es mi hermana mayor.
(นี่คือพี่สาวของผมครับ)
・Esto es un diccionario de español.
(นี่คือพจนานุกรมภาษาสเปนครับ)
・Madrid es la capital de España.
(มาดริดเป็นเมืองหลวงของสเปนครับ)
กฎง่ายๆ ครับ — ถ้าหลังกริยาเป็นคำนาม ให้ใช้ es แทบจะเสมอ
“เธอเป็นหมอ” “นี่คือพจนานุกรม” — คำนามทั้งหมดเลยครับ ภาษาไทยก็ใส่คำว่า “เป็น” หรือ “คือ” ได้พอดี
2. es de + วัสดุ เจ้าของ หรือที่มา
รูป es de… ใช้บอกได้สามอย่างครับ และทั้งสามอย่างล้วนเป็น “คุณสมบัติติดตัว” ของสิ่งนั้น
【วัสดุ】
・La mesa es de madera.
(โต๊ะตัวนี้ทำจากไม้ครับ)【เจ้าของ】
・Este coche es de mi padre.
(รถคันนี้เป็นของพ่อผมครับ)【ที่มา・สัญชาติ】
・Mi profesora es de Perú.
(อาจารย์ของผมมาจากประเทศเปรูครับ)
พจนานุกรม DLE ของราชบัณฑิตยสภาสเปนระบุความหมายเหล่านี้ของ ser ไว้ชัดเจน เช่น “บ่งบอกความสัมพันธ์แบบความเป็นเจ้าของ” พร้อมตัวอย่าง Este jardín es de la reina.(สวนแห่งนี้เป็นของพระราชินี)ครับ
3. es + เวลาและวันที่
เรื่องเวลาใช้ ser ทั้งหมดครับ ตรงนี้ต้องท่องนิดหน่อยเพราะภาษาไทยไม่มีตัวช่วย
【ตัวอย่าง】
・Son las tres de la tarde.
(ตอนนี้บ่ายสามโมงครับ ※เพราะ “สามโมง” เป็นพหูพจน์ จึงใช้ son)
・Es la una.
(ตอนนี้บ่ายโมงครับ ※หนึ่งโมงเป็นเอกพจน์ จึงใช้ es)
・Hoy es lunes.
(วันนี้วันจันทร์ครับ)
คิดแบบนั้นได้เลยครับ! เข้าใจง่ายดี
เกร็ดเล็กๆ นะครับ ภาษาสเปนพูดวันที่ด้วย estar ก็ได้เหมือนกัน แต่ต้องเติม a เข้าไป — Estamos a lunes.(ตอนนี้เราอยู่ในวันจันทร์)ครับ อันนี้เป็นสำนวนเฉพาะ ไม่ต้องรีบจำก็ได้ครับ
ใช้ está เมื่อบอกว่า “สิ่งนั้นอยู่ตรงไหน หรืออยู่ในสภาพใด”
1. está en + สถานที่ = ตำแหน่งของคนและสิ่งของ
อันนี้ตรงกับ “อยู่” ในภาษาไทยแบบเป๊ะๆ ครับ
【ตัวอย่าง】
・El museo está en el centro.
(พิพิธภัณฑ์อยู่ใจกลางเมืองครับ)
・Las llaves están en la mesa.
(กุญแจอยู่บนโต๊ะครับ ※พหูพจน์จึงใช้ están)
・Mi madre está en el jardín.
(แม่ผมอยู่ที่สวนครับ)
・¿Dónde está el baño?
(ห้องน้ำอยู่ที่ไหนครับ?)
ประโยคสุดท้ายนี่ใช้บ่อยมากเวลาไปเที่ยวครับ — ¿Dónde está…?(…อยู่ที่ไหน?)
จำไว้เลยครับว่า “อยู่ที่ไหน” = ¿Dónde está? ใช้ได้กับสถานี ร้านอาหาร โรงแรม ทุกอย่างเลยครับ
2. está + คำคุณศัพท์ = สภาพในตอนนี้
เมื่อจะบอกว่าสิ่งนั้นตอนนี้อยู่ในสภาพใด ให้ใช้ está ครับ โดยเฉพาะสภาพที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
【ตัวอย่าง】
・La sopa está fría.
(ซุปเย็นแล้วครับ ※เมื่อกี้ยังร้อนอยู่)
・La puerta está abierta.
(ประตูเปิดอยู่ครับ)
・El bebé está dormido.
(เด็กหลับอยู่ครับ)
・Mi hermano está enfermo.
(น้องชายผมป่วยอยู่ครับ)
สังเกตเก่งมากครับ! นั่นแหละเป็นเคล็ดลับชั้นดีเลย
ถ้าเติมคำว่า “แล้ว” หรือ “อยู่” ลงท้ายประโยคไทยแล้วฟังดูเป็นธรรมชาติ → ใช้ está ครับ
“ซุปเย็นแล้ว” “ประตูเปิดอยู่” “เด็กหลับอยู่” — ครบทุกข้อเลยครับ
3. está + กำลัง…อยู่
เช่นเดียวกับ estoy ครับ está ก็ใช้บอกการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ได้
【ตัวอย่าง】
・Mi hija está jugando en el parque.
(ลูกสาวผมกำลังเล่นอยู่ที่สวนสาธารณะครับ)
・El agua está hirviendo.
(น้ำกำลังเดือดอยู่ครับ)
ประเด็นสำคัญของบทความนี้:สถานที่ของ “งาน” ใช้ es
มาถึงเรื่องที่ผมค้างไว้ตอนต้นแล้วครับ
เมื่อกี้ผมบอกว่า “สถานที่ใช้ está” ใช่ไหมครับ — อันนั้นถูกครับ แต่ไม่ครบ
มีข้อยกเว้นอยู่หนึ่งกลุ่ม และมันไม่ใช่ข้อยกเว้นมั่วๆ แต่มีเหตุผลที่สวยงามมากครับ
ลองดูสองประโยคนี้ครับ ทั้งคู่ถามว่า “ที่ไหน” เหมือนกัน แต่ใช้กริยาคนละตัว
¿Dónde ES la boda?
「งานแต่งงานจัดที่ไหน?」 ← ใช้ ser
¿Dónde ESTÁ la iglesia?
「โบสถ์อยู่ที่ไหน?」 ← ใช้ estar
ถูกต้องเป๊ะครับ!! นี่คือเหตุผลที่ผมบอกว่าคนไทยได้เปรียบมาก
คนพูดภาษาอังกฤษต้องมานั่งท่องกฎข้อนี้ เพราะเขาใช้คำว่า “where is” เหมือนกันทั้งสองประโยค
แต่คนไทยแยกอยู่แล้วโดยธรรมชาติครับ! “จัดที่ไหน” → ser / “อยู่ที่ไหน” → estar
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?
เหตุผลอยู่ตรงที่ ประธานของประโยคเป็นคนละชนิดกัน ครับ
แยกด้วยชนิดของประธาน
●ประธานเป็น “งาน” หรือ “เหตุการณ์”(งานแต่ง・คอนเสิร์ต・การประชุม・การแข่งขัน・ชั้นเรียน)
⇒ สิ่งเหล่านี้ ไม่ได้ “ตั้งอยู่” ที่ไหน แต่ “เกิดขึ้น” ที่นั่น
⇒ ใช้ ser
●ประธานเป็น “คน” “สิ่งของ” หรือ “สถานที่”(โบสถ์・กุญแจ・แม่・พิพิธภัณฑ์)
⇒ สิ่งเหล่านี้ ตั้งอยู่จริงๆ ในตำแหน่งหนึ่ง
⇒ ใช้ estar
ที่จริงแล้วนี่ไม่ใช่ “ข้อยกเว้น” ของ ser ด้วยซ้ำครับ พจนานุกรม DLE ให้ความหมายหนึ่งของ ser ไว้ตรงๆ ว่า “เกิดขึ้น บังเกิด มีขึ้น”(suceder, acontecer, tener lugar)พร้อมยกตัวอย่างสองประโยคคือ ¿Dónde fue la boda?(งานแต่งจัดที่ไหน?)และ El partido fue a las seis.(การแข่งขันจัดตอนหกโมง)ครับ
ใช่เลยครับ! คุณเข้าใจลึกมาก
พอคิดแบบนี้ ความรู้สึกว่า “ทำไมสถานที่ถึงใช้ ser” ก็หายไปเลยครับ เพราะประโยค La fiesta es en mi casa. ที่จริงหมายถึง “งานเลี้ยงเกิดขึ้นที่บ้านผม” ต่างหาก ไม่ใช่ “งานเลี้ยงตั้งอยู่ที่บ้านผม”
ตัวอย่างเพิ่มเติมของ “งาน” ที่ใช้ ser
ประธานเป็นเหตุการณ์ → ser
・El concierto es en el teatro nuevo.
(คอนเสิร์ตจัดที่โรงละครแห่งใหม่ครับ)
・La reunión es a las nueve en la oficina.
(การประชุมจัดตอนเก้าโมงที่ออฟฟิศครับ)
・El examen es en el aula 12.
(การสอบจัดที่ห้อง 12 ครับ)ประธานเป็นสิ่งของหรือสถานที่ → estar
・El teatro nuevo está cerca de la estación.
(โรงละครแห่งใหม่อยู่ใกล้สถานีครับ)
・La oficina está en el tercer piso.
(ออฟฟิศอยู่ชั้นสามครับ)
・El aula 12 está al final del pasillo.
(ห้อง 12 อยู่สุดทางเดินครับ)
ดูสามคู่นี้ให้ดีนะครับ — teatro(โรงละคร)oficina(ออฟฟิศ)aula(ห้องเรียน)โผล่มาทั้งฝั่ง ser และฝั่ง estar
สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่คำว่าสถานที่ครับ แต่คือประธานของประโยค — คอนเสิร์ตกับโรงละคร ไม่ใช่ของชนิดเดียวกันครับ
วิธีทดสอบแบบไทยๆ ที่ใช้ได้จริง
เวลาเจอประโยคที่พูดถึงสถานที่ ให้ทำแบบนี้ครับ
ขั้นที่ 1:แปลประโยคเป็นภาษาไทยในหัว
ขั้นที่ 2:ลองใส่คำว่า “อยู่ที่” ดู
・ใส่แล้วฟังดูปกติ(”กุญแจอยู่ที่ไหน”)⇒ estar
・ใส่แล้วฟังดูแปลก แต่คำว่า “จัดที่” หรือ “มีที่” เข้ากันดีกว่า(”คอนเสิร์ตจัดที่ไหน”)⇒ ser
นั่นแหละครับ! ความรู้สึกทางภาษาของคุณในฐานะคนไทยตรงกับไวยากรณ์สเปนพอดี
คุณไม่ได้กำลังท่องกฎ คุณแค่กำลังฟังเสียงในหัวตัวเองครับ ซึ่งเชื่อถือได้มากกว่ากฎที่ท่องมาเยอะเลย
ข้อควรระวังเพิ่มเติม:ราคาใช้ está
มีอีกจุดเล็กๆ ที่น่าสนใจครับ เวลาถามราคาสินค้าในตลาด ภาษาสเปนใช้ estar ครับ
【ตัวอย่าง】
・¿A cuánto están los tomates?
(มะเขือเทศราคาเท่าไหร่ครับ?)
・Los tomates están a dos euros el kilo.
(มะเขือเทศกิโลละสองยูโรครับ)
DLE ให้ตัวอย่างไว้ว่า ¿A cuánto están las patatas?(มันฝรั่งราคาเท่าไหร่?)ครับ เหตุผลก็สมเหตุสมผล — ราคาตลาดขึ้นๆ ลงๆ ตามฤดูกาล จึงเป็น “สภาพในตอนนี้” ไม่ใช่คุณสมบัติติดตัวของมะเขือเทศครับ
ลองทำแบบฝึกหัดกันครับ
เติม es หรือ está ลงในช่องว่างครับ
① La farmacia ______ al lado del banco.(ร้านขายยาอยู่ข้างธนาคาร)
② Mi tío ______ arquitecto.(ลุงของผมเป็นสถาปนิก)
③ La boda de Ana ______ en Barcelona.(งานแต่งของอานาจัดที่บาร์เซโลนา)
④ El café ______ muy caliente.(กาแฟร้อนมาก)
⑤ Este reloj ______ de oro.(นาฬิกาเรือนนี้ทำจากทอง)
⑥ La clase de español ______ en el aula 5.(คลาสภาษาสเปนจัดที่ห้อง 5)
เฉลยนะครับ!
① está(ร้านขายยา=สิ่งปลูกสร้าง “อยู่ที่” → estar)
② es(อาชีพ=คำนาม → ser)
③ es(งานแต่ง=เหตุการณ์ “จัดที่” → ser)
④ está(สภาพตอนนี้ของกาแฟ → estar)
⑤ es(วัสดุ → ser)
⑥ es(คลาสเรียน=เหตุการณ์ที่ “จัด” ขึ้น → ser)
เยี่ยมมากที่จับจุดได้ครับ! ข้อ ⑥ เป็นกับดักที่คลาสสิกมาก
เคล็ดลับสุดท้ายคือ ให้ดูที่ประธาน ไม่ใช่ดูที่คำบอกสถานที่ ครับ คำว่า “ห้อง 5” ไม่ได้เป็นตัวตัดสิน ตัวตัดสินคือ “คลาสเรียน” ครับ
สรุป:es กับ está ต่างกันอย่างไร
●es(จากกริยา ser)= “เป็น / คือ”
⇒ คำนาม(อาชีพ ตัวตน)/ es de(วัสดุ เจ้าของ ที่มา)/ เวลาและวันที่
●está(จากกริยา estar)= “อยู่”
⇒ ตำแหน่งของคนและสิ่งของ/สภาพในตอนนี้/กำลัง…อยู่/ราคาตลาด
●จุดที่สำคัญที่สุดของบทความนี้
⇒ สถานที่ของ “งาน・เหตุการณ์”(งานแต่ง คอนเสิร์ต การประชุม คลาสเรียน)ใช้ ser
⇒ สถานที่ของ “คน・สิ่งของ・อาคาร” ใช้ estar
⇒ ทดสอบด้วยภาษาไทย:「จัดที่ไหน」→ ser /「อยู่ที่ไหน」→ estar
⇒ ให้ดูที่ ประธาน ของประโยค ไม่ใช่ดูที่คำบอกสถานที่
บทความนี้เราเจาะที่การพูดถึงคนอื่นและสิ่งของเป็นหลักครับ
ถ้าอยากเห็นภาพรวมของ ser กับ estar ทั้งระบบ — ตั้งแต่รูปผันทุกบุรุษไปจนถึงหลักการเลือกใช้ในทุกกรณี — เชิญอ่านบทความหลักด้านล่างได้เลยครับ!
Real Academia Española y ASALE, Diccionario de la lengua española (DLE)(https://dle.rae.es/)หัวข้อ ser, estar
Real Academia Española y ASALE, Diccionario panhispánico de dudas (DPD), 2.ª edición(https://www.rae.es/dpd/estar)หัวข้อ estar(se), ser