คำพวกนี้เยอะมากครับ ทั้ง mi amor「มี อา-โมร์」 cariño「กา-รี-โญ」 mi vida「มี บี-ดา」 corazón「โก-รา-ซอน」 cielo「เซีย-โล」 mami「มา-มี」 ยาวไปจนถึง gordo「กอร์-โด」ที่แปลตรงตัวว่า「อ้วน」
วันนี้ผมจะไม่ไล่แปลทีละคำนะครับ แต่จะวางแผนที่ให้เห็นทั้งระบบ ว่าคำพวกนี้แบ่งเป็นกี่พวก ต่างกันตรงไหน แล้วคำไหนที่พจนานุกรมยอมรับ คำไหนที่เปิดหาแล้วไม่เจอเลย
คำถามดีมากครับ แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ผมอยากบอกข่าวดีก่อน
คนไทยเรียนเรื่องนี้แล้วได้เปรียบคนชาติอื่นอยู่หนึ่งขั้นครับ เพราะจุดที่คนเรียนภาษาสเปนทั่วโลกงงกันมากที่สุด เป็นจุดที่คนไทยเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องอธิบายเลย
- 1 คนไทยได้เปรียบตรงไหน:ภาษาสเปนก็เรียกแฟนว่า「อ้วน」เหมือนกัน
- 2 แผนที่คำเรียกความรัก ภาษาสเปน:แบ่งเป็น 6 กลุ่มใหญ่
- 3 เรื่องที่แปลกที่สุด:พจนานุกรมเก็บคำพวกนี้ไว้「ไม่เท่ากัน」เลยสักคำ
- 3.1 ชั้นที่ 1:คำที่ DLE ตั้งเป็นหัวข้อว่า「ใช้เรียกคนรัก」ไว้ชัด ๆ
- 3.2 ชั้นที่ 2:คำที่ดังที่สุดกลับไม่มีหัวข้อ — กรณี mi amor
- 3.3 ชั้นที่ 3:คำที่ไม่มีป้ายกำกับอะไรเลย — cariño กับ corazón
- 3.4 ป้ายกำกับของ RAE เองก็เขียนไม่เหมือนกันสักที่
- 3.5 mami กับ papi:คำที่พจนานุกรมบันทึกไว้ดีที่สุด แต่ต้องดูให้ครบสองเล่ม
- 3.6 และคำที่หายไปจากทั้งสองเล่ม:mi rey กับ mi reina
- 4 ข้อควรระวัง:สามคำที่หน้าตาเหมือนคำหวาน แต่ไม่ใช่
- 5 -ito:เครื่องผลิตคำหวานของภาษาสเปน
- 6 คำถามสำคัญ:ทำไมภาษาสเปนมีคำหวานเยอะ แต่ภาษาไทยมีน้อย?
- 7 เอาไปใช้จริงยังไง:ลำดับที่แนะนำสำหรับคนเพิ่งเริ่ม
- 8 อยากรู้ลึกเป็นรายคำ อ่านต่อที่บทความเหล่านี้
- 9 สรุป:คำเรียกความรัก ภาษาสเปน ทั้งหมด
คนไทยได้เปรียบตรงไหน:ภาษาสเปนก็เรียกแฟนว่า「อ้วน」เหมือนกัน
ลองดูสามคำนี้ก่อนครับ ทั้งสามคำนี้ใช้เรียกคนที่เราสนิทหรือคนรักได้จริงในภาษาสเปน(รายละเอียดว่าคำไหนใช้กับใคร เดี๋ยวเราจะดูกันทีละคำครับ)
【คำเรียกที่แปลตรงตัวแล้วดูแรง】
・gordo / gorda「กอร์-โด/กอร์-ดา」 แปลตรงตัวว่า「อ้วน」
・flaco / flaca「ฟลา-โก/ฟลา-กา」 แปลตรงตัวว่า「ผอม」
・negrito / negrita「เน-กรี-โต/เน-กรี-ตา」 แปลตรงตัวว่า「ตัวดำ ๆ」
ถ้าคุณเป็นคนอังกฤษ เยอรมัน หรือฝรั่งเศส ตรงนี้คือจุดที่ต้องหยุดคิดหนัก เพราะการเดินไปเรียกแฟนตัวเองว่า「อ้วน」ในภาษาเขาคือเรื่องที่ทำไม่ได้ มันเป็นการดูถูกรูปร่างกันตรง ๆ
แต่คนไทยอ่านถึงตรงนี้แล้วน่าจะรู้สึกอีกแบบครับ เพราะบ้านเรามีของแบบนี้อยู่แล้ว
ของที่คนไทยมีอยู่แล้ว:ชื่อเล่นจากรูปร่างหน้าตา
คนไทยแทบทุกคนมีชื่อเล่น และชื่อเล่นจำนวนมากก็มาจากลักษณะภายนอกตรง ๆ
●อ้วน ⇒ ตรงกับ gordo ของสเปน
●ดำ ⇒ ตรงกับ negrito ของสเปน
●แดง、เล็ก、ใหญ่、เตี้ย ⇒ ตระกูลเดียวกันทั้งหมด
เรียกกันมาทั้งชีวิตโดยไม่มีใครคิดว่าเป็นการด่า
ใช่ครับ! และนี่คือเหตุผลที่ผมบอกว่าคนไทยได้เปรียบ
คนชาติอื่นต้องเสียเวลาทำใจยอมรับว่า「คำที่ดูหยาบก็เป็นคำรักได้」 แต่คนไทยข้ามขั้นนั้นไปได้เลย
เพราะฉะนั้นเราไปต่อที่ขั้นถัดไปได้ทันที ซึ่งขั้นนั้นแหละครับที่ไทยกับสเปนเริ่มไม่เหมือนกัน
จุดที่ต่างกันจริง ๆ คือเส้นแบ่งระหว่าง「ชื่อ」กับ「คำเรียก」
ความเหมือนของเราหยุดอยู่แค่「คำที่ใช้」ครับ พอดูที่วิธีใช้ ทั้งสองภาษาไปคนละทางเลย
ชื่อเล่นไทยเป็นชื่อครับ พ่อแม่ตั้งให้ตั้งแต่เกิด ติดตัวไปทั้งชีวิต ใช้ที่โรงเรียน ใช้ที่ทำงาน ใครก็เรียกได้ และเปลี่ยนไม่ได้ คนชื่อเล่นว่า「อ้วน」ก็ถูกเรียกว่าอ้วนตั้งแต่ยังเป็นเด็กผอม ๆ ไปจนแก่
ส่วน gordo ของภาษาสเปนไม่ใช่ชื่อครับ มันเป็นคำเรียกที่เลือกใหม่ทุกครั้งที่เปิดปาก วันนี้เรียก gordo พรุ่งนี้เรียก mi amor ตอนบ่ายเรียก cariño ได้หมด มันไม่ได้ผูกกับตัวคน แต่ผูกกับความสัมพันธ์และอารมณ์ ณ ตอนนั้น
และมีอีกจุดที่ต่างชัดมาก คือใครเรียกได้บ้าง
พจนานุกรมภาษาสเปนของทวีปอเมริกาที่ชื่อ Diccionario de americanismos (เรียกย่อว่า DAmer จัดทำโดยสมาคมราชบัณฑิตยสภาภาษาสเปนทั้งหมด) บันทึก gordo ไว้แบบนี้ครับ
gordo, -da
fórm. Mx, Co, Bo, Ch. Se usa como vocativo para interpelar a la pareja propia. pop.คำแปลไทย:(รูปคำเรียกขาน)ใช้ในเม็กซิโก โคลอมเบีย โบลิเวีย ชิลี ใช้เป็นคำเรียกขานเพื่อเรียกคนที่เป็นคู่ของตัวเอง ※ระดับภาษาชาวบ้าน
※อ้างอิง「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, gordo」
สังเกตคำว่า la pareja propia นะครับ แปลว่า「คู่ของตัวเอง」 พจนานุกรมล็อกไว้เลยว่าคำนี้ใช้กับแฟนหรือคู่สมรสของตัวเอง ไม่ใช่คำที่ใครจะเรียกใครก็ได้เหมือนชื่อเล่นไทย
คำเรียกสเปน ⇒ คำเรียก:เลือกใหม่ทุกครั้งที่พูด สลับคำได้ตลอด และมักจำกัดว่าใครใช้กับใคร
เกร็ดที่สนุกมาก:อาร์เจนตินาไม่ได้อยู่ในรายชื่อของ gordo
กลับไปดูรายชื่อประเทศเมื่อกี้อีกทีครับ — Mx, Co, Bo, Ch คือ เม็กซิโก โคลอมเบีย โบลิเวีย ชิลี
ไม่มีอาร์เจนตินา
ทั้งที่อาร์เจนตินาเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องเรียกกันด้วยคำติดตัวแบบนี้มาก แล้วอาร์เจนตินาหายไปไหน? คำตอบคือไปโผล่ที่คำตรงข้ามครับ
flaco, -ca
fórm. Ch, Py, Ar, Ur. Se usa para dirigirse a una persona joven. pop + cult → espon.คำแปลไทย:(รูปคำเรียกขาน)ใช้ในชิลี ปารากวัย อาร์เจนตินา อุรุกวัย ใช้เรียกคนหนุ่มสาว
※อ้างอิง「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, flaco」
ใช่ครับ แต่ผมอยากให้อ่านคำอธิบายให้ละเอียดหน่อยนะครับ เพราะมันไม่ได้แค่สลับคำ
gordo พจนานุกรมเขียนว่าใช้กับคู่ของตัวเอง แต่ flaco เขียนว่าใช้เรียกคนหนุ่มสาว
คือคนละงานกันเลยครับ คำหนึ่งเป็นคำเรียกแฟน อีกคำหนึ่งใกล้กับ「น้อง」หรือ「ไอ้หนุ่ม」ของบ้านเรามากกว่า
นั่นแหละครับคือบทเรียนของหัวข้อนี้
คำที่หน้าตาเป็นตระกูลเดียวกัน(รูปร่างหน้าตา)พอข้ามประเทศแล้วทั้งขอบเขตและคนที่ใช้ด้วยเปลี่ยนหมด
เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งท่องว่า「ภาษาสเปนเรียกแบบนี้」ครับ ต้องถามต่อเสมอว่าประเทศไหน และใช้กับใคร
(เกร็ดเพิ่มเติม:ในเปรู พจนานุกรมเล่มเดียวกันเก็บ flaco / flaca ไว้อีกความหมายหนึ่งในฐานะคำนาม แปลว่า「คู่รัก」ตรง ๆ เลยครับ ยิ่งตอกย้ำว่าคำเดียวกันทำงานไม่เหมือนกันในแต่ละประเทศ)
แผนที่คำเรียกความรัก ภาษาสเปน:แบ่งเป็น 6 กลุ่มใหญ่
ทีนี้มาดูภาพรวมกันครับ คำเรียกแทนคนรักในภาษาสเปนเยอะก็จริง แต่ถ้าจัดกลุ่มตาม「ที่มาของคำ」แล้วจะเหลือแค่ไม่กี่พวก และจำง่ายขึ้นมาก
| กลุ่ม | คำที่เจอบ่อย | แปลตรงตัว |
| 1. บอกว่าเธอคือ「ความรัก」 | mi amor「มี อา-โมร์」/amor/cariño「กา-รี-โญ」 | ความรักของฉัน/ความรัก/ความผูกพัน |
| 2. บอกว่าเธอคือ「ชีวิตและจิตใจ」 | mi vida「มี บี-ดา」/mi alma「มี อัล-มา」/alma mía「อัล-มา มี-อา」/corazón「โก-รา-ซอน」 | ชีวิตของฉัน/วิญญาณของฉัน/หัวใจ |
| 3. ยกให้สูงเทียมฟ้า | cielo「เซีย-โล」/mi cielo | ท้องฟ้า สวรรค์ |
| 4. ชมรูปร่างหน้าตา | guapo/guapa「กวา-โป/กวา-ปา」/gordo/flaco/negrito | หล่อ สวย/อ้วน/ผอม/ตัวดำ |
| 5. ยืมคำในครอบครัวและคำเรียกเด็ก | mami「มา-มี」/papi「ปา-ปี」/nene/nena「เน-เน/เน-นา」 | แม่จ๋า/พ่อจ๋า/เด็กน้อย |
| 6. ยกยศให้เป็นเจ้า | mi rey「มี เรย์」/mi reina「มี เรย์-นา」 | ราชาของฉัน/ราชินีของฉัน |
กลุ่ม 1 กับกลุ่ม 2 ครับ สองกลุ่มนี้ใช้ได้เกือบทุกประเทศ ปลอดภัยที่สุด
ส่วนกลุ่ม 4 กับ 5 ผูกกับประเทศและความสนิทค่อนข้างแรง ยังไม่ต้องรีบใช้ก็ได้ครับ ฟังให้ออกก่อนแล้วค่อยหยิบมาใช้ทีหลัง
แต่พอผมไปนั่งเปิดพจนานุกรมดูทีละคำจริง ๆ ผมกลับเจอเรื่องที่ไม่คาดคิดครับ และมันคือหัวใจของบทความนี้เลย
เรื่องที่แปลกที่สุด:พจนานุกรมเก็บคำพวกนี้ไว้「ไม่เท่ากัน」เลยสักคำ
พจนานุกรมมาตรฐานสูงสุดของภาษาสเปนคือ Diccionario de la lengua española ของราชบัณฑิตยสภาสเปน (Real Academia Española หรือ RAE) เรียกย่อว่า DLE ครับ
สมมติฐานของเราน่าจะเป็นแบบนี้ — คำไหนคนใช้เยอะ พจนานุกรมก็น่าจะเก็บไว้ คำไหนคนใช้น้อยก็อาจจะไม่มี
ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยครับ
ชั้นที่ 1:คำที่ DLE ตั้งเป็นหัวข้อว่า「ใช้เรียกคนรัก」ไว้ชัด ๆ
มีคำกลุ่มหนึ่งที่ DLE เขียนไว้ตรง ๆ ว่าใช้เรียกคนด้วยความรัก ลองดูของจริงครับ
vida ⇒ mi vida
expr. U. para dirigirse cariñosamente a una persona, especialmente con la que se mantiene una relación de intimidad.
คำแปลไทย:(สำนวน)ใช้สำหรับพูดกับคนคนหนึ่งด้วยความรักใคร่ โดยเฉพาะคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดด้วยalma ⇒ alma mía
loc. interj. Denota cariño.
คำแปลไทย:(วลีอุทาน)แสดงความรักใคร่cielo ความหมายข้อ 7
U. como apelativo cariñoso. Mi cielo. Cielo mío.
คำแปลไทย:ใช้เป็นคำเรียกขานด้วยความรักใคร่ ตัวอย่าง「มี เซีย-โล」「เซีย-โล มี-โอ」churri ความหมายข้อ 2(ทำเครื่องหมายว่าใช้ในสเปน Esp.)
m. y f. coloq. Esp. Persona con quien se mantiene una relación amorosa. U. t. como apelativo cariñoso.
คำแปลไทย:(นาม ใช้ได้ทั้งสองเพศ ภาษาพูด ใช้ในสเปน)คนที่เรามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวด้วย และใช้เป็นคำเรียกขานด้วยความรักใคร่ได้ด้วย※อ้างอิง「RAE, DLE, vida」「alma」「cielo」「churri」
ถึงตรงนี้ทุกอย่างยังดูปกติดีครับ พจนานุกรมทำหน้าที่ของมัน
ปัญหาเริ่มตอนที่ผมไปเปิดคำที่ดังที่สุดในบรรดาคำเรียกคนรักทั้งหมด
ชั้นที่ 2:คำที่ดังที่สุดกลับไม่มีหัวข้อ — กรณี mi amor
ถ้าถามคนทั่วโลกว่า「ที่รัก」ภาษาสเปนพูดว่าอะไร คำตอบอันดับหนึ่งคือ mi amor แน่นอนครับ
แต่พอเปิด DLE ที่คำว่า amor แล้วไล่ดูหัวข้อย่อยทั้งหมด…
สิ่งที่เจอในหัวข้อย่อยของ amor
หัวข้อย่อยของ amor ใน DLE มีทั้งหมด 23 หัวข้อ(เป็นหัวข้อที่มีคำอธิบายของตัวเอง 20 หัวข้อ ส่วนอีก 3 หัวข้อเป็นแค่การโยงไปคำอื่น)
มีตั้งแต่ amor propio(ศักดิ์ศรีของตัวเอง)、hacer el amor、por amor al arte、de mil amores
และมีถึง 3 หัวข้อที่เป็นชื่อพืช ได้แก่ amor de hortelano、amor seco และ amor al uso ซึ่ง DLE บรรยายไว้ยาวเหยียดว่าเป็นไม้ต้นเล็กวงศ์ชบาจากเกาะคิวบา ที่ดอกตอนเช้าเป็นสีขาว ตอนเที่ยงออกแดง และตอนบ่ายกลายเป็นสีชมพู
แต่ ไม่มีหัวข้อ mi amor
ใช่ครับ อ่านไม่ผิด
mi vida ได้หัวข้อของตัวเอง alma mía ก็ได้ แต่ mi amor ที่ดังกว่าทั้งสองคำรวมกันไม่ได้
เรื่องนี้ผมเขียนแยกไว้อีกบทความหนึ่งเลยครับ เพราะมันมีรายละเอียดเยอะ เดี๋ยวผมแปะลิงก์ให้ท้ายบทความ
ชั้นที่ 3:คำที่ไม่มีป้ายกำกับอะไรเลย — cariño กับ corazón
ลงมาอีกชั้นครับ คราวนี้หนักกว่าเดิม
cariño และ corazón เป็นคำเรียกคนรักที่ใช้กันทั่วโลกที่พูดสเปน แต่ใน DLE ทั้งสองคำนี้ไม่มีป้ายบอกเลยแม้แต่ป้ายเดียวว่าใช้เรียกคนได้ ทุกความหมายที่ให้ไว้เป็นความหมายแบบคำนามล้วน ๆ คือ「ความรัก」กับ「หัวใจ」
แต่ที่พีคที่สุดคือ cariño ครับ เพราะ RAE เองมีพจนานุกรมอีกเล่มชื่อ Diccionario del estudiante ที่ทำไว้สำหรับนักเรียน และในเล่มนั้น RAE เขียนความหมาย「ใช้เรียกคนที่รัก」ไว้ชัดเจน
cariño(ใน Diccionario del estudiante ของ RAE ความหมายข้อ 1)
Se usa para dirigirse a una persona que es objeto de ese sentimiento. Oye, cariño, ¿has visto mis gafas?คำแปลไทย:ใช้สำหรับเรียกคนที่เรามีความรู้สึกนั้นด้วย ตัวอย่าง「นี่ ที่รัก เห็นแว่นฉันไหม」
※อ้างอิง「Real Academia Española, Diccionario del estudiante, cariño」
คือหน่วยงานเดียวกัน เขียนเรื่องเดียวกัน แต่สองเล่มบอกไม่ตรงกัน
คำถามนี้สำคัญมากครับ และคำตอบของผมคือ 「เชื่อคนที่ใช้จริง」
พจนานุกรมไม่ใช่กฎหมายที่สั่งว่าห้ามพูดครับ มันเป็นบันทึกที่เขียนตามหลังภาษา และการบันทึกก็ตามภาษาไม่ทันเป็นเรื่องปกติ
เพราะฉะนั้น 「พจนานุกรมไม่มี」ไม่ได้แปลว่า「ใช้ไม่ได้」นะครับ อันนี้จำไว้เลย
ป้ายกำกับของ RAE เองก็เขียนไม่เหมือนกันสักที่
มีอีกหลักฐานหนึ่งที่ชี้ว่าเรื่องนี้ยังไม่ถูกจัดระเบียบครับ นั่นคือถ้อยคำของป้ายกำกับที่ DLE ใช้กับคำเรียกคนรัก แตกออกเป็น 6 แบบ ทั้งที่พูดถึงเรื่องเดียวกัน
①cielo ข้อ 7 ⇒「U. como apelativo cariñoso」=ใช้เป็นคำเรียกขานด้วยความรัก
②churri ข้อ 2 ⇒「U. t. como apelativo cariñoso」=ใช้เป็นคำเรียกขานได้ด้วย(มีคำว่า t.=también เพิ่มเข้ามา)
③guapo ข้อ 4 ⇒「U. en vocativo, vacío de significado, como expresión de cariño, a veces con retintín o con tono de irritación」=ใช้เป็นคำเรียก โดยความหมายเดิมว่างเปล่า ใช้แสดงความรักใคร่ แต่บางครั้งก็มีน้ำเสียงประชดหรือหงุดหงิด
④nene ข้อ 2 ⇒「m. y f. afect. coloq. Persona joven o adulta. U. m. en vocat.」=(ป้าย「คำแสดงความรัก」+ภาษาพูด)ใช้กับคนหนุ่มสาวหรือผู้ใหญ่ มักใช้เป็นคำเรียก
⑤mi vida ⇒「expr. U. para dirigirse cariñosamente a una persona」=สำนวนใช้พูดกับคนด้วยความรัก
⑥alma mía ⇒「loc. interj. Denota cariño」=วลีอุทานที่แสดงความรัก
หกคำ หกสำนวน ทั้งที่กำลังอธิบายปรากฏการณ์เดียวกันเป๊ะ ๆ
และถ้าไล่ดูจะเห็นว่า วลี apelativo cariñoso(คำเรียกขานด้วยความรัก)ที่เป็นคำอธิบายตรงตัวที่สุด ปรากฏอยู่แค่ 2 คำเท่านั้นคือ cielo กับ churri
อยากให้สังเกตข้อ ③ เป็นพิเศษครับ
guapo ได้ป้ายว่า「ไม่มีความหมายเหลืออยู่」และ「บางครั้งมีน้ำเสียงประชด」
แปลว่าเวลามีคนเรียกคุณว่า guapo เขาอาจจะไม่ได้ชมว่าคุณหล่อเลยก็ได้ครับ มันกลายเป็นแค่คำทักคน เหมือนคนไทยพูดว่า「เฮ้ย ไอ้หล่อ」นั่นแหละ
ตัวอย่างที่ RAE ยกมาเองยังเป็นประโยคว่า Cállate un poquito, guapo(เงียบหน่อยได้ไหม ไอ้หล่อ)ด้วยครับ เห็นชัดเลยว่าไม่ได้กำลังชมกันอยู่
mami กับ papi:คำที่พจนานุกรมบันทึกไว้ดีที่สุด แต่ต้องดูให้ครบสองเล่ม
กลับกันครับ มีคู่หนึ่งที่พจนานุกรมใจดีเป็นพิเศษ คือ mami กับ papi
DLE ตั้งเป็นหัวข้อคำให้เลย พร้อมติดป้าย afect.(=คำแสดงความรัก)กับ coloq.(=ภาษาพูด)ไว้ด้วย โดยให้ความหมายว่า「แม่」และ「พ่อ」
แต่ความหมายที่คนไทยอยากรู้ — คือการใช้เรียกแฟนหรือคู่สมรส — ไม่ได้อยู่ใน DLE ครับ มันอยู่ใน DAmer ซึ่งเป็นพจนานุกรมฝั่งลาตินอเมริกา
และพอไปดูใน DAmer ก็จะเห็นว่าเก็บไว้ละเอียดมาก ทั้ง mami(ใช้เรียกแฟนสาวหรือภรรยา)และ papi(ใช้เรียกแฟนหนุ่มหรือสามี)ต่างก็มีรายชื่อประเทศกำกับไว้ยาวเป็นสิบประเทศ พร้อมป้าย afec. ที่แปลว่าเป็นคำแสดงความรัก
นี่เป็นตัวอย่างที่ดีมากของหลักที่ว่า คำเดียวกันอาจต้องเปิดสองเล่มถึงจะเห็นภาพครบ เพราะ DLE เน้นสเปน ส่วนความหมายที่เกิดในอเมริกาใต้และแคริบเบียนจะไปโผล่ที่ DAmer
และคำที่หายไปจากทั้งสองเล่ม:mi rey กับ mi reina
mi rey(ราชาของฉัน)และ mi reina(ราชินีของฉัน)เป็นคำเรียกที่ได้ยินบ่อยมากในเพลง ในละคร และในชีวิตจริง
แต่ผมหาแล้วหาอีก — ไม่มีทั้งใน DLE และไม่มีทั้งใน DAmer ทั้งสองเล่มไม่ได้ตั้งเป็นหัวข้อไว้เลย
ถึงอย่างนั้นคำนี้ก็ยังใช้กันเป็นปกติครับ ซึ่งย้อนกลับไปที่หลักเดิม คือความเงียบของพจนานุกรมไม่ใช่คำตัดสิน
แต่ตรงนี้มีเรื่องที่ต้องระวังเพิ่มครับ คือถึงแม้ mi reina จะไม่มี แต่คำว่า reina เดี่ยว ๆ มีอยู่ใน DAmer และความหมายที่บันทึกไว้กลับติดป้าย desp.(=คำเหยียด)เช่นในเม็กซิโกและนิการากัวหมายถึง「ผู้หญิงที่หยิ่งยโส」
เพราะฉะนั้น อย่าตัดคำว่า mi ทิ้งนะครับ mi reina กับ reina เฉย ๆ ให้ความรู้สึกคนละทางกันเลย
ข้อควรระวัง:สามคำที่หน้าตาเหมือนคำหวาน แต่ไม่ใช่
ตรงนี้เป็นกับดักที่คนไทยติดกันเยอะครับ เพราะเป็นผลข้างเคียงจากการเปิดพจนานุกรมนั่นเอง
คือพอเราไปเปิดหาแล้วเจอคำ เราจะรีบเชื่อว่า「อ๋อ มีในพจนานุกรมด้วย ใช้ได้แน่」 แต่บางทีคำที่เจอเป็นคนละคำกับที่เราตั้งใจหาครับ
ในภาษาพูดจริง คนสเปนชอบตัดคำให้สั้นลงเป็นคำน่ารัก ๆ เช่น cariño ตัดเหลือ cari「กา-รี」、gordo ตัดเหลือ gordi「กอร์-ดี」、chico ตัดเหลือ chiqui「ชี-กี」
ทีนี้ถ้าเราเอาคำพวกนี้ไปเปิดพจนานุกรม จะเจอเรื่องนี้ครับ
กับดัก 3 คำ
●cari「กา-รี」 ⇒ มีใน DLE จริง แต่เป็นคนละคำ
DLE ระบุว่ามาจากภาษามาปูเช(ภาษาชนพื้นเมืองแถบชิลี-อาร์เจนตินา)ที่แปลว่า「เขียว」 และเป็นคำถิ่นชนบทของอาร์เจนตินา(rur. Ar. p. us.=ปัจจุบันใช้น้อย)หมายถึงสีน้ำตาลหรือสีตะกั่ว ตัวอย่างที่ให้คือ Manta cari(ผ้าห่มสีตะกั่ว)— ไม่เกี่ยวกับความรักเลยสักนิด
●gordi「กอร์-ดี」 ⇒ ไม่ได้เป็นหัวข้อคำใน DLE ด้วยซ้ำ
●chiqui「ชี-กี」 ⇒ ไม่ได้เป็นหัวข้อคำใน DLE เช่นกัน
※ทั้งสามคำนี้คนใช้จริงในชีวิตประจำวัน แค่พจนานุกรมยังไม่ได้เก็บในความหมายนั้น
เห็นภาพแล้วใช่ไหมครับ วิธีกันพลาดง่าย ๆ คือดูป้ายกำกับหน้าความหมายเสมอ
ถ้าเห็น rur.(ภาษาชนบท)หรือชื่อประเทศแปะอยู่ ให้เอะใจไว้ก่อนว่าอาจไม่ใช่คำที่เรากำลังหาครับ
-ito:เครื่องผลิตคำหวานของภาษาสเปน
ถ้าคุณจำคำเรียกได้แค่ไม่กี่คำก็ไม่เป็นไรครับ เพราะภาษาสเปนมีเครื่องมือที่เปลี่ยนคำธรรมดาให้กลายเป็นคำหวานได้เอง นั่นคือหางคำ -ito / -ita
DLE อธิบายหางคำนี้ไว้สั้น ๆ แต่สำคัญมาก
-ito³, ta
Del lat. vulg. *-īttus. suf. Tiene valor diminutivo o afectivo. Ramita, hermanito, pequeñito, callandito, prontito. En ciertos casos toma las formas -ecito, -ececito, -cito. Solecito, piececito, corazoncito, mujercita.คำแปลไทย:มาจากภาษาละตินสามัญ *-īttus(หางคำ)มีค่าความหมายบอกขนาดเล็กหรือความรักใคร่ ตัวอย่างเช่น ramita, hermanito, pequeñito…
ในบางกรณีจะเปลี่ยนรูปเป็น -ecito, -ececito, -cito ตัวอย่างเช่น solecito, piececito, corazoncito, mujercita※อ้างอิง「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, -ito」
สังเกตคำว่า o afectivo(หรือความรักใคร่)นะครับ นี่คือจุดที่คนไทยมักเข้าใจผิด
amorcito ไม่ได้แปลว่า「ความรักอันเล็กจ้อย」 และ gordito ก็ไม่ได้แปลว่า「อ้วนนิดเดียว」 หางคำนี้ไม่ได้ย่อขนาด แต่ย่อระยะห่างระหว่างคนสองคนครับ
รูปที่เปลี่ยนไปเป็น -cito:ดูจากตัวอย่างของ RAE เอง
ในคำอธิบายข้างบน RAE บอกไว้แค่ว่า「ในบางกรณีจะเปลี่ยนรูปเป็น -cito」ครับ ไม่ได้เขียนกฎออกมาตรง ๆ ว่าเป็นกรณีไหนบ้าง แต่ให้ตัวอย่างมาแทน
ที่น่าสนใจคือ ตัวอย่างที่ RAE หยิบมาเองสองคำนี้ ลงท้ายด้วย -n และ -r พอดี
corazón「โก-รา-ซอน」(ลงท้าย -n)⇒ corazoncito「โก-รา-ซอน-ซี-โต」
mujer「มู-เฮร์」(ผู้หญิง ลงท้าย -r)⇒ mujercita「มู-เฮร์-ซี-ตา」
※ไม่ใช่ corazonito หรือ mujerita นะครับ
※นี่เป็นแนวโน้มที่สังเกตจากตัวอย่างของ RAE ไม่ใช่กฎที่ RAE ประกาศไว้ในหน้านี้
เพราะฉะนั้นสำหรับคนเพิ่งเริ่ม ผมแนะนำให้จำเป็นคำ ๆ ไปเลยครับ ว่า corazón กลายเป็น corazoncito ไม่ใช่ corazonito จะเร็วกว่าไปนั่งท่องกฎที่พจนานุกรมเองยังไม่ได้เขียนไว้
ถามได้ตรงจุดมากครับ คำตอบคือไม่มีทั้งคู่
ทั้ง amorcito และ cariñito ไม่ได้เป็นหัวข้อคำใน DLE เพราะพจนานุกรมถือว่าคำที่เติมหางแบบนี้เป็นเรื่องของกฎ ไม่ต้องเก็บทีละคำ
เหตุผลนี้ต่างจากกรณี mi amor ที่เราคุยกันเมื่อกี้นะครับ อันนั้นคือ「ไม่เก็บทั้งที่ควรเก็บ」 ส่วนอันนี้คือ「ไม่ต้องเก็บเพราะสร้างเองได้」
แต่มีเรื่องตลกร้ายอยู่เรื่องหนึ่งครับ คือ cariñito ไม่มีใน DLE ก็จริง แต่ไปโผล่ใน DAmer — และความหมายที่ให้ไว้ไม่ใช่「ที่รักตัวน้อย」เลย
cariñito(ใน Diccionario de americanismos)
・ความหมายแรกโยงไปที่ cariño ซึ่งเล่มนี้ให้ไว้ว่า「ของขวัญที่ให้ใครสักคนเพื่อแสดงความรัก」(Regalo que se hace a alguien como muestra de afecto)
・ส่วนในฮอนดูรัส(Ho.)หมายถึง การเรียกเก็บเงินอย่างผิดกฎหมาย(Cobro ilegal por algo)※ทำเครื่องหมายว่าเป็นคำเสียดสี※อ้างอิง「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, cariñito」
เส้นทางมันคล้ายภาษาไทยเลยครับ
「ของกำนัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ให้ด้วยน้ำใจ」 พอถูกใช้ประชด ก็กลายเป็น「ค่าน้ำร้อนน้ำชา」ไปเรียบร้อย
คำที่แสดงความรักถูกดึงไปใช้ในทางเสียดสีได้เสมอครับ เหมือนกรณี guapo ที่ RAE บอกว่าบางทีพูดแบบ「มีเหน็บ」นั่นแหละ
คำถามสำคัญ:ทำไมภาษาสเปนมีคำหวานเยอะ แต่ภาษาไทยมีน้อย?
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะเริ่มรู้สึกว่า「ฝรั่งเขาโรแมนติกกว่าเรานะ ถึงมีคำรักเยอะขนาดนี้」
ผมอยากชวนคิดต่างครับ เพราะผมว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องวัฒนธรรม แต่เป็นเรื่องไวยากรณ์
ภาษาไทยสร้างความอบอุ่นด้วยคำลงท้ายและสรรพนาม
ลองดูประโยคไทยสามประโยคนี้ครับ ตัวเนื้อความเหมือนกันทุกคำ
・กินข้าวหรือยังครับ ⇒ สุภาพ เป็นทางการ
・กินข้าวหรือยังจ๊ะ ⇒ อ่อนโยน เอ็นดู
・กินข้าวหรือยังนะ ⇒ ห่วงใย นุ่มลง
เปลี่ยนแค่พยางค์เดียวท้ายประโยค แต่อุณหภูมิของความสัมพันธ์เปลี่ยนทั้งประโยค
และนอกจากคำลงท้าย เรายังมีสรรพนามให้เลือกอีกมหาศาลครับ เรา/ฉัน/ผม/หนู/พี่/เธอ/แก — แค่เลือกคำแทนตัวก็บอกความสนิทได้แล้ว โดยยังไม่ต้องพูดคำว่า「ที่รัก」เลยสักครั้ง
เพราะแบบนี้ ภาษาไทยจึงไม่จำเป็นต้องมีคลังคำเรียกคนรักที่ใหญ่โต เพราะงานส่วนนั้นถูกทำไปแล้วตั้งแต่ท้ายประโยคและสรรพนาม
ภาษาสเปนไม่มีคำลงท้ายแบบนั้น จึงต้องหาอย่างอื่นมาทำงานแทน
ทีนี้กลับมาที่ภาษาสเปนครับ ภาษาสเปนไม่มีคำลงท้ายประโยคที่บอกอารมณ์แบบ จ๊ะ นะ ครับ ค่ะ จะพูดว่า「กินข้าวหรือยังจ๊ะ」ก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีพยางค์ให้เติม
งานที่ภาษาไทยยกให้ท้ายประโยคทำ ภาษาสเปนจึงโยนไปให้「mi + คำนาม」ทำแทน
¿Ya comiste?(กินข้าวหรือยัง)⇒ กลาง ๆ ไม่มีอุณหภูมิ
¿Ya comiste, mi amor? ⇒ เติมความอบอุ่นเข้ามา
¿Ya comiste, mi vida? ⇒ อบอุ่นและลึกขึ้นอีกขั้น
ตำแหน่งที่คำเรียกไปวางคือท้ายประโยค — ตำแหน่งเดียวกับที่ภาษาไทยวาง จ๊ะ/นะ เป๊ะ ๆ
นั่นแหละครับคือข้อสรุปทั้งบทความนี้เลย!
ภาษาสเปนมีคำเรียกเยอะเพราะมันต้องเยอะ ในเมื่อไม่มีคำลงท้ายให้ปรับอุณหภูมิ ก็ต้องมีคำนามหลาย ๆ คำไว้สลับใช้แทน
ส่วนภาษาไทยมีคำเรียกน้อยเพราะไม่ต้องมีเยอะ งานถูกทำจบไปแล้วที่ท้ายประโยค
เพราะฉะนั้น จำนวนคำไม่ได้วัดว่าใครรักเป็นมากกว่ากัน มันวัดแค่ว่าภาษานั้นเลือกอุดช่องว่างด้วยวิธีไหนครับ
เอาไปใช้จริงยังไง:ลำดับที่แนะนำสำหรับคนเพิ่งเริ่ม
สรุปเป็นแนวทางใช้งานให้ครับ ไม่ต้องจำทุกคำในบทความนี้ เอาแค่นี้พอ
ขั้นที่ 1(เริ่มที่นี่) ⇒ mi amor และ cariño
ใช้ได้แทบทุกประเทศ ไม่ผูกกับถิ่นใดถิ่นหนึ่ง เป็นคำที่ปลอดภัยที่สุด
ขั้นที่ 2(พอเริ่มสนิท) ⇒ mi vida、corazón、mi cielo
น้ำหนักความรู้สึกแรงขึ้น เหมาะกับคนที่สนิทกันจริงแล้ว
ขั้นที่ 3(ฟังให้ออกก่อน อย่าเพิ่งใช้) ⇒ gordo、flaco、mami、papi、mi rey
ผูกกับประเทศและความสนิทสูงมาก ใช้ผิดที่ผิดคนแล้วเปลี่ยนบรรยากาศได้ทันที
วิธีที่ดีที่สุดคือรอให้อีกฝ่ายเรียกเราก่อน แล้วค่อยเรียกกลับด้วยคำเดียวกัน
ข้อสุดท้ายนี่ใช้ได้จริงมากครับ
「รอให้เขาเรียกก่อน แล้วเรียกกลับด้วยคำเดิม」 วิธีนี้แทบไม่มีทางพลาด เพราะเท่ากับให้เจ้าของภาษาเลือกคำที่เหมาะกับความสัมพันธ์และประเทศของเขาให้เราแล้วครับ
อยากรู้ลึกเป็นรายคำ อ่านต่อที่บทความเหล่านี้
บทความนี้เป็นแผนที่ภาพรวมครับ ผมตั้งใจไม่ลงรายละเอียดรายคำ เพราะแต่ละคำมีเรื่องของมันเองยาวมาก
ถ้าอยากเจาะคำไหน ตามไปอ่านต่อได้เลยครับ
●mi amor แปลว่าอะไร? และ amorcito ต่างกันตรงไหน
เจาะลึกคำเรียกที่ดังที่สุด พร้อมเรื่องที่ว่าทำไม RAE ตั้งหัวข้อ mi vida แต่ไม่ตั้ง mi amor
●cariño แปลว่าอะไร? ทั้ง「ความรัก」และ「ที่รัก」
คำที่ทำสองหน้าที่พร้อมกัน พร้อมเรื่องที่พจนานุกรมสองเล่มของ RAE เองบอกไม่ตรงกัน
●mami / papi แปลว่าอะไร?「แม่」กับ「พ่อ」ที่ใช้เรียกแฟนได้
คำเรียกคนรักที่พจนานุกรมบันทึกไว้ชัดที่สุด พร้อมรายชื่อประเทศที่ใช้จริง
●te quiero กับ te amo ต่างกันยังไง
พอเรียกชื่อเป็นแล้ว ขั้นต่อไปคือการบอกรัก — และภาษาสเปนมีสองแบบที่น้ำหนักไม่เท่ากัน
คนละเรื่องเลยครับ! mi amor คือการเรียก ส่วน te amo คือการบอก
เรียกได้ทุกวันโดยไม่หนักเลย แต่คำบอกรักมีน้ำหนักของมันอยู่ ต้องเลือกจังหวะครับ
สรุป:คำเรียกความรัก ภาษาสเปน ทั้งหมด
●แต่ต่างกันที่「ชื่อ」กับ「คำเรียก」:ชื่อเล่นไทยพ่อแม่ตั้งตอนเกิดและติดตัวทั้งชีวิต ส่วนคำสเปนเลือกใหม่ทุกครั้งที่พูด และ DAmer ระบุขอบเขตไว้ต่างกันด้วย ⇒ gordo ใช้กับคู่ของตัวเอง(Mx, Co, Bo, Ch)ส่วน flaco ใช้เรียกคนหนุ่มสาว(Ch, Py, Ar, Ur)
●แบ่งได้ 6 กลุ่ม:ความรัก/ชีวิตและจิตใจ/ฟ้า/รูปร่างหน้าตา/คำในครอบครัว/ยศศักดิ์
●พจนานุกรมเก็บไว้ไม่เท่ากัน:mi vida และ alma mía มีหัวข้อ แต่ mi amor ไม่มี/cariño และ corazón ไม่มีป้ายกำกับเลยใน DLE/mi rey และ mi reina ไม่มีทั้งสองเล่ม
●ป้ายกำกับของ RAE แตกเป็น 6 แบบ และคำว่า apelativo cariñoso ตรง ๆ มีแค่ cielo กับ churri
●ระวัง 3 คำ:cari ใน DLE เป็นคนละคำ(สีน้ำตาลหรือสีตะกั่ว ภาษาชนบทอาร์เจนตินา)ส่วน gordi และ chiqui ไม่ได้เป็นหัวข้อคำ/และอย่าตัด mi ทิ้งจาก mi reina เพราะ reina เดี่ยว ๆ ใน DAmer ติดป้ายว่าเป็นคำเหยียด
●-ito สร้างคำหวานได้เอง:DLE ระบุว่ามีค่า「ขนาดเล็กหรือความรักใคร่」/บางคำเปลี่ยนรูปเป็น -cito ซึ่ง RAE ไม่ได้เขียนกฎไว้ แต่ยกตัวอย่างเองว่า corazoncito、mujercita
●ข้อสรุปใหญ่:สเปนมีคำเรียกเยอะเพราะไม่มีคำลงท้ายแบบ จ๊ะ/นะ จึงต้องให้「mi + คำนาม」ทำงานนั้นแทน ⇒ จำนวนคำคือความต่างของไวยากรณ์ ไม่ใช่ความต่างของวัฒนธรรม
ถ้าจำได้แค่ประโยคเดียวจากบทความนี้ ผมอยากให้จำอันนี้ครับ
「พจนานุกรมไม่มี ไม่ได้แปลว่าใช้ไม่ได้」
คำเรียกคนรักเกิดในบ้าน ในครัว ในข้อความที่ส่งหากันตอนดึก มันเกิดเร็วกว่าที่พจนานุกรมจะตามเก็บทันเสมอครับ แล้วเจอกันในบทความรายคำนะครับ!
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, amor(https://dle.rae.es/amor)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, vida(https://dle.rae.es/vida)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, alma(https://dle.rae.es/alma)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, cariño(https://dle.rae.es/cariño)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, corazón(https://dle.rae.es/corazón)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, cielo(https://dle.rae.es/cielo)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, churri(https://dle.rae.es/churri)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, guapo(https://dle.rae.es/guapo)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, nene(https://dle.rae.es/nene)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, mami/papi(https://dle.rae.es/mami)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, cari(https://dle.rae.es/cari)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, rey, reina(https://dle.rae.es/rey)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, -ito(https://dle.rae.es/-ito)」
「Real Academia Española, Diccionario del estudiante, cariño(https://www.rae.es/diccionario-estudiante/cariño)」
「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, gordo(https://www.asale.org/damer/gordo)」
「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, flaco(https://www.asale.org/damer/flaco)」
「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, cariñito/cariño(https://www.asale.org/damer/cariñito)」
「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, mami(https://www.asale.org/damer/mami)」
「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, papi(https://www.asale.org/damer/papi)」
「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, reina(https://www.asale.org/damer/reina)」
「SBS Cultural Atlas, Thai Culture – Naming(https://culturalatlas.sbs.com.au/thai-culture/thai-culture-naming)」
「Bułat-Silva, Zuzanna (2019), Los vocativos de cariño en español peninsular. Un enfoque desde la Metalengua Semántica Natural, Pragmática Sociocultural 7(3), pp. 445–467」