คำเรียกความรัก ภาษาสเปน ทั้งหมด:รวมคำเรียกแทนคนรัก คำหวาน และวิธีเรียกแฟน — พร้อมแผนที่ว่าคำไหนพจนานุกรมรับรอง คำไหนไม่มีในเล่มเลย

Kodak
วันนี้เรามาดูเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งกันครับ นั่นคือ คำเรียกความรักในภาษาสเปน ทั้งหมด

คำพวกนี้เยอะมากครับ ทั้ง mi amor「มี อา-โมร์」 cariño「กา-รี-โญ」 mi vida「มี บี-ดา」 corazón「โก-รา-ซอน」 cielo「เซีย-โล」 mami「มา-มี」 ยาวไปจนถึง gordo「กอร์-โด」ที่แปลตรงตัวว่า「อ้วน」

วันนี้ผมจะไม่ไล่แปลทีละคำนะครับ แต่จะวางแผนที่ให้เห็นทั้งระบบ ว่าคำพวกนี้แบ่งเป็นกี่พวก ต่างกันตรงไหน แล้วคำไหนที่พจนานุกรมยอมรับ คำไหนที่เปิดหาแล้วไม่เจอเลย

โห เยอะจริงครับ แล้วมันต่างกันยังไงบ้างล่ะครับเนี่ย
Kodak

คำถามดีมากครับ แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ผมอยากบอกข่าวดีก่อน

คนไทยเรียนเรื่องนี้แล้วได้เปรียบคนชาติอื่นอยู่หนึ่งขั้นครับ เพราะจุดที่คนเรียนภาษาสเปนทั่วโลกงงกันมากที่สุด เป็นจุดที่คนไทยเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องอธิบายเลย

สารบัญ

คนไทยได้เปรียบตรงไหน:ภาษาสเปนก็เรียกแฟนว่า「อ้วน」เหมือนกัน

ลองดูสามคำนี้ก่อนครับ ทั้งสามคำนี้ใช้เรียกคนที่เราสนิทหรือคนรักได้จริงในภาษาสเปน(รายละเอียดว่าคำไหนใช้กับใคร เดี๋ยวเราจะดูกันทีละคำครับ)

【คำเรียกที่แปลตรงตัวแล้วดูแรง】
gordo / gorda「กอร์-โด/กอร์-ดา」 แปลตรงตัวว่า「อ้วน」
flaco / flaca「ฟลา-โก/ฟลา-กา」 แปลตรงตัวว่า「ผอม」
negrito / negrita「เน-กรี-โต/เน-กรี-ตา」 แปลตรงตัวว่า「ตัวดำ ๆ」

ถ้าคุณเป็นคนอังกฤษ เยอรมัน หรือฝรั่งเศส ตรงนี้คือจุดที่ต้องหยุดคิดหนัก เพราะการเดินไปเรียกแฟนตัวเองว่า「อ้วน」ในภาษาเขาคือเรื่องที่ทำไม่ได้ มันเป็นการดูถูกรูปร่างกันตรง ๆ

แต่คนไทยอ่านถึงตรงนี้แล้วน่าจะรู้สึกอีกแบบครับ เพราะบ้านเรามีของแบบนี้อยู่แล้ว

ของที่คนไทยมีอยู่แล้ว:ชื่อเล่นจากรูปร่างหน้าตา

คนไทยแทบทุกคนมีชื่อเล่น และชื่อเล่นจำนวนมากก็มาจากลักษณะภายนอกตรง ๆ

อ้วน ⇒ ตรงกับ gordo ของสเปน
ดำ ⇒ ตรงกับ negrito ของสเปน
แดงเล็กใหญ่เตี้ย ⇒ ตระกูลเดียวกันทั้งหมด

เรียกกันมาทั้งชีวิตโดยไม่มีใครคิดว่าเป็นการด่า

อ๋อ… ก็คือเรื่องนี้ไม่ได้แปลกสำหรับเราเลยนี่ครับ เหมือนบ้านเราเป๊ะ ๆ
Kodak

ใช่ครับ! และนี่คือเหตุผลที่ผมบอกว่าคนไทยได้เปรียบ

คนชาติอื่นต้องเสียเวลาทำใจยอมรับว่า「คำที่ดูหยาบก็เป็นคำรักได้」 แต่คนไทยข้ามขั้นนั้นไปได้เลย

เพราะฉะนั้นเราไปต่อที่ขั้นถัดไปได้ทันที ซึ่งขั้นนั้นแหละครับที่ไทยกับสเปนเริ่มไม่เหมือนกัน

จุดที่ต่างกันจริง ๆ คือเส้นแบ่งระหว่าง「ชื่อ」กับ「คำเรียก」

ความเหมือนของเราหยุดอยู่แค่「คำที่ใช้」ครับ พอดูที่วิธีใช้ ทั้งสองภาษาไปคนละทางเลย

ชื่อเล่นไทยเป็นชื่อครับ พ่อแม่ตั้งให้ตั้งแต่เกิด ติดตัวไปทั้งชีวิต ใช้ที่โรงเรียน ใช้ที่ทำงาน ใครก็เรียกได้ และเปลี่ยนไม่ได้ คนชื่อเล่นว่า「อ้วน」ก็ถูกเรียกว่าอ้วนตั้งแต่ยังเป็นเด็กผอม ๆ ไปจนแก่

ส่วน gordo ของภาษาสเปนไม่ใช่ชื่อครับ มันเป็นคำเรียกที่เลือกใหม่ทุกครั้งที่เปิดปาก วันนี้เรียก gordo พรุ่งนี้เรียก mi amor ตอนบ่ายเรียก cariño ได้หมด มันไม่ได้ผูกกับตัวคน แต่ผูกกับความสัมพันธ์และอารมณ์ ณ ตอนนั้น

และมีอีกจุดที่ต่างชัดมาก คือใครเรียกได้บ้าง

พจนานุกรมภาษาสเปนของทวีปอเมริกาที่ชื่อ Diccionario de americanismos (เรียกย่อว่า DAmer จัดทำโดยสมาคมราชบัณฑิตยสภาภาษาสเปนทั้งหมด) บันทึก gordo ไว้แบบนี้ครับ

gordo, -da
fórm. Mx, Co, Bo, Ch. Se usa como vocativo para interpelar a la pareja propia. pop.

คำแปลไทย:(รูปคำเรียกขาน)ใช้ในเม็กซิโก โคลอมเบีย โบลิเวีย ชิลี ใช้เป็นคำเรียกขานเพื่อเรียกคนที่เป็นคู่ของตัวเอง ※ระดับภาษาชาวบ้าน

※อ้างอิง「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, gordo

สังเกตคำว่า la pareja propia นะครับ แปลว่า「คู่ของตัวเอง」 พจนานุกรมล็อกไว้เลยว่าคำนี้ใช้กับแฟนหรือคู่สมรสของตัวเอง ไม่ใช่คำที่ใครจะเรียกใครก็ได้เหมือนชื่อเล่นไทย

ชื่อเล่นไทย ⇒ ชื่อ:พ่อแม่ตั้งตอนเกิด เปลี่ยนไม่ได้ ใครก็เรียกได้ ใช้ทั้งชีวิต
คำเรียกสเปน ⇒ คำเรียก:เลือกใหม่ทุกครั้งที่พูด สลับคำได้ตลอด และมักจำกัดว่าใครใช้กับใคร

เกร็ดที่สนุกมาก:อาร์เจนตินาไม่ได้อยู่ในรายชื่อของ gordo

กลับไปดูรายชื่อประเทศเมื่อกี้อีกทีครับ — Mx, Co, Bo, Ch คือ เม็กซิโก โคลอมเบีย โบลิเวีย ชิลี

ไม่มีอาร์เจนตินา

ทั้งที่อาร์เจนตินาเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องเรียกกันด้วยคำติดตัวแบบนี้มาก แล้วอาร์เจนตินาหายไปไหน? คำตอบคือไปโผล่ที่คำตรงข้ามครับ

flaco, -ca
fórm. Ch, Py, Ar, Ur. Se usa para dirigirse a una persona joven. pop + cult → espon.

คำแปลไทย:(รูปคำเรียกขาน)ใช้ในชิลี ปารากวัย อาร์เจนตินา อุรุกวัย ใช้เรียกคนหนุ่มสาว

※อ้างอิง「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, flaco

เอ๊ะ! แถบอาร์เจนตินาใช้「ผอม」แทน「อ้วน」เหรอครับ?
Kodak

ใช่ครับ แต่ผมอยากให้อ่านคำอธิบายให้ละเอียดหน่อยนะครับ เพราะมันไม่ได้แค่สลับคำ

gordo พจนานุกรมเขียนว่าใช้กับคู่ของตัวเอง แต่ flaco เขียนว่าใช้เรียกคนหนุ่มสาว

คือคนละงานกันเลยครับ คำหนึ่งเป็นคำเรียกแฟน อีกคำหนึ่งใกล้กับ「น้อง」หรือ「ไอ้หนุ่ม」ของบ้านเรามากกว่า

อ๋อ… งั้นถ้าผมนึกว่าเป็นคำเรียกแฟนแล้วใช้ผิด ก็เพี้ยนไปคนละเรื่องเลยสิครับ
Kodak

นั่นแหละครับคือบทเรียนของหัวข้อนี้

คำที่หน้าตาเป็นตระกูลเดียวกัน(รูปร่างหน้าตา)พอข้ามประเทศแล้วทั้งขอบเขตและคนที่ใช้ด้วยเปลี่ยนหมด

เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งท่องว่า「ภาษาสเปนเรียกแบบนี้」ครับ ต้องถามต่อเสมอว่าประเทศไหน และใช้กับใคร

(เกร็ดเพิ่มเติม:ในเปรู พจนานุกรมเล่มเดียวกันเก็บ flaco / flaca ไว้อีกความหมายหนึ่งในฐานะคำนาม แปลว่า「คู่รัก」ตรง ๆ เลยครับ ยิ่งตอกย้ำว่าคำเดียวกันทำงานไม่เหมือนกันในแต่ละประเทศ)

แผนที่คำเรียกความรัก ภาษาสเปน:แบ่งเป็น 6 กลุ่มใหญ่

ทีนี้มาดูภาพรวมกันครับ คำเรียกแทนคนรักในภาษาสเปนเยอะก็จริง แต่ถ้าจัดกลุ่มตาม「ที่มาของคำ」แล้วจะเหลือแค่ไม่กี่พวก และจำง่ายขึ้นมาก

กลุ่ม คำที่เจอบ่อย แปลตรงตัว
1. บอกว่าเธอคือ「ความรัก」 mi amor「มี อา-โมร์」/amor/cariño「กา-รี-โญ」 ความรักของฉัน/ความรัก/ความผูกพัน
2. บอกว่าเธอคือ「ชีวิตและจิตใจ」 mi vida「มี บี-ดา」/mi alma「มี อัล-มา」/alma mía「อัล-มา มี-อา」/corazón「โก-รา-ซอน」 ชีวิตของฉัน/วิญญาณของฉัน/หัวใจ
3. ยกให้สูงเทียมฟ้า cielo「เซีย-โล」/mi cielo ท้องฟ้า สวรรค์
4. ชมรูปร่างหน้าตา guapo/guapa「กวา-โป/กวา-ปา」/gordo/flaco/negrito หล่อ สวย/อ้วน/ผอม/ตัวดำ
5. ยืมคำในครอบครัวและคำเรียกเด็ก mami「มา-มี」/papi「ปา-ปี」/nene/nena「เน-เน/เน-นา」 แม่จ๋า/พ่อจ๋า/เด็กน้อย
6. ยกยศให้เป็นเจ้า mi rey「มี เรย์」/mi reina「มี เรย์-นา」 ราชาของฉัน/ราชินีของฉัน
พอจัดเป็นกลุ่มแล้วเห็นภาพขึ้นเยอะเลยครับ แล้วมือใหม่ควรเริ่มจากกลุ่มไหนดีครับ?
Kodak

กลุ่ม 1 กับกลุ่ม 2 ครับ สองกลุ่มนี้ใช้ได้เกือบทุกประเทศ ปลอดภัยที่สุด

ส่วนกลุ่ม 4 กับ 5 ผูกกับประเทศและความสนิทค่อนข้างแรง ยังไม่ต้องรีบใช้ก็ได้ครับ ฟังให้ออกก่อนแล้วค่อยหยิบมาใช้ทีหลัง

แต่พอผมไปนั่งเปิดพจนานุกรมดูทีละคำจริง ๆ ผมกลับเจอเรื่องที่ไม่คาดคิดครับ และมันคือหัวใจของบทความนี้เลย

เรื่องที่แปลกที่สุด:พจนานุกรมเก็บคำพวกนี้ไว้「ไม่เท่ากัน」เลยสักคำ

พจนานุกรมมาตรฐานสูงสุดของภาษาสเปนคือ Diccionario de la lengua española ของราชบัณฑิตยสภาสเปน (Real Academia Española หรือ RAE) เรียกย่อว่า DLE ครับ

สมมติฐานของเราน่าจะเป็นแบบนี้ — คำไหนคนใช้เยอะ พจนานุกรมก็น่าจะเก็บไว้ คำไหนคนใช้น้อยก็อาจจะไม่มี

ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยครับ

ชั้นที่ 1:คำที่ DLE ตั้งเป็นหัวข้อว่า「ใช้เรียกคนรัก」ไว้ชัด ๆ

มีคำกลุ่มหนึ่งที่ DLE เขียนไว้ตรง ๆ ว่าใช้เรียกคนด้วยความรัก ลองดูของจริงครับ

vida ⇒ mi vida
expr. U. para dirigirse cariñosamente a una persona, especialmente con la que se mantiene una relación de intimidad.
คำแปลไทย:(สำนวน)ใช้สำหรับพูดกับคนคนหนึ่งด้วยความรักใคร่ โดยเฉพาะคนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดด้วย

alma ⇒ alma mía
loc. interj. Denota cariño.
คำแปลไทย:(วลีอุทาน)แสดงความรักใคร่

cielo ความหมายข้อ 7
U. como apelativo cariñoso. Mi cielo. Cielo mío.
คำแปลไทย:ใช้เป็นคำเรียกขานด้วยความรักใคร่ ตัวอย่าง「มี เซีย-โล」「เซีย-โล มี-โอ」

churri ความหมายข้อ 2(ทำเครื่องหมายว่าใช้ในสเปน Esp.)
m. y f. coloq. Esp. Persona con quien se mantiene una relación amorosa. U. t. como apelativo cariñoso.
คำแปลไทย:(นาม ใช้ได้ทั้งสองเพศ ภาษาพูด ใช้ในสเปน)คนที่เรามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวด้วย และใช้เป็นคำเรียกขานด้วยความรักใคร่ได้ด้วย

※อ้างอิง「RAE, DLE, vida」「alma」「cielo」「churri

ถึงตรงนี้ทุกอย่างยังดูปกติดีครับ พจนานุกรมทำหน้าที่ของมัน

ปัญหาเริ่มตอนที่ผมไปเปิดคำที่ดังที่สุดในบรรดาคำเรียกคนรักทั้งหมด

ชั้นที่ 2:คำที่ดังที่สุดกลับไม่มีหัวข้อ — กรณี mi amor

ถ้าถามคนทั่วโลกว่า「ที่รัก」ภาษาสเปนพูดว่าอะไร คำตอบอันดับหนึ่งคือ mi amor แน่นอนครับ

แต่พอเปิด DLE ที่คำว่า amor แล้วไล่ดูหัวข้อย่อยทั้งหมด…

สิ่งที่เจอในหัวข้อย่อยของ amor

หัวข้อย่อยของ amor ใน DLE มีทั้งหมด 23 หัวข้อ(เป็นหัวข้อที่มีคำอธิบายของตัวเอง 20 หัวข้อ ส่วนอีก 3 หัวข้อเป็นแค่การโยงไปคำอื่น)
มีตั้งแต่ amor propio(ศักดิ์ศรีของตัวเอง)、hacer el amorpor amor al artede mil amores
และมีถึง 3 หัวข้อที่เป็นชื่อพืช ได้แก่ amor de hortelanoamor seco และ amor al uso ซึ่ง DLE บรรยายไว้ยาวเหยียดว่าเป็นไม้ต้นเล็กวงศ์ชบาจากเกาะคิวบา ที่ดอกตอนเช้าเป็นสีขาว ตอนเที่ยงออกแดง และตอนบ่ายกลายเป็นสีชมพู

แต่ ไม่มีหัวข้อ mi amor

เอ๋? มีชื่อต้นไม้แต่ไม่มีคำที่คนใช้กันทุกวันเหรอครับ?
Kodak

ใช่ครับ อ่านไม่ผิด

mi vida ได้หัวข้อของตัวเอง alma mía ก็ได้ แต่ mi amor ที่ดังกว่าทั้งสองคำรวมกันไม่ได้

เรื่องนี้ผมเขียนแยกไว้อีกบทความหนึ่งเลยครับ เพราะมันมีรายละเอียดเยอะ เดี๋ยวผมแปะลิงก์ให้ท้ายบทความ

ชั้นที่ 3:คำที่ไม่มีป้ายกำกับอะไรเลย — cariño กับ corazón

ลงมาอีกชั้นครับ คราวนี้หนักกว่าเดิม

cariño และ corazón เป็นคำเรียกคนรักที่ใช้กันทั่วโลกที่พูดสเปน แต่ใน DLE ทั้งสองคำนี้ไม่มีป้ายบอกเลยแม้แต่ป้ายเดียวว่าใช้เรียกคนได้ ทุกความหมายที่ให้ไว้เป็นความหมายแบบคำนามล้วน ๆ คือ「ความรัก」กับ「หัวใจ」

แต่ที่พีคที่สุดคือ cariño ครับ เพราะ RAE เองมีพจนานุกรมอีกเล่มชื่อ Diccionario del estudiante ที่ทำไว้สำหรับนักเรียน และในเล่มนั้น RAE เขียนความหมาย「ใช้เรียกคนที่รัก」ไว้ชัดเจน

cariño(ใน Diccionario del estudiante ของ RAE ความหมายข้อ 1)
Se usa para dirigirse a una persona que es objeto de ese sentimiento. Oye, cariño, ¿has visto mis gafas?

คำแปลไทย:ใช้สำหรับเรียกคนที่เรามีความรู้สึกนั้นด้วย ตัวอย่าง「นี่ ที่รัก เห็นแว่นฉันไหม」

※อ้างอิง「Real Academia Española, Diccionario del estudiante, cariño

คือหน่วยงานเดียวกัน เขียนเรื่องเดียวกัน แต่สองเล่มบอกไม่ตรงกัน

งงเลยครับ… แล้วแบบนี้จะเชื่อเล่มไหนดีครับ?
Kodak

คำถามนี้สำคัญมากครับ และคำตอบของผมคือ 「เชื่อคนที่ใช้จริง」

พจนานุกรมไม่ใช่กฎหมายที่สั่งว่าห้ามพูดครับ มันเป็นบันทึกที่เขียนตามหลังภาษา และการบันทึกก็ตามภาษาไม่ทันเป็นเรื่องปกติ

เพราะฉะนั้น 「พจนานุกรมไม่มี」ไม่ได้แปลว่า「ใช้ไม่ได้」นะครับ อันนี้จำไว้เลย

ป้ายกำกับของ RAE เองก็เขียนไม่เหมือนกันสักที่

มีอีกหลักฐานหนึ่งที่ชี้ว่าเรื่องนี้ยังไม่ถูกจัดระเบียบครับ นั่นคือถ้อยคำของป้ายกำกับที่ DLE ใช้กับคำเรียกคนรัก แตกออกเป็น 6 แบบ ทั้งที่พูดถึงเรื่องเดียวกัน

cielo ข้อ 7 ⇒「U. como apelativo cariñoso」=ใช้เป็นคำเรียกขานด้วยความรัก
churri ข้อ 2 ⇒「U. t. como apelativo cariñoso」=ใช้เป็นคำเรียกขานได้ด้วย(มีคำว่า t.=también เพิ่มเข้ามา)
guapo ข้อ 4 ⇒「U. en vocativo, vacío de significado, como expresión de cariño, a veces con retintín o con tono de irritación」=ใช้เป็นคำเรียก โดยความหมายเดิมว่างเปล่า ใช้แสดงความรักใคร่ แต่บางครั้งก็มีน้ำเสียงประชดหรือหงุดหงิด
nene ข้อ 2 ⇒「m. y f. afect. coloq. Persona joven o adulta. U. m. en vocat.」=(ป้าย「คำแสดงความรัก」+ภาษาพูด)ใช้กับคนหนุ่มสาวหรือผู้ใหญ่ มักใช้เป็นคำเรียก
mi vida ⇒「expr. U. para dirigirse cariñosamente a una persona」=สำนวนใช้พูดกับคนด้วยความรัก
alma mía ⇒「loc. interj. Denota cariño」=วลีอุทานที่แสดงความรัก

หกคำ หกสำนวน ทั้งที่กำลังอธิบายปรากฏการณ์เดียวกันเป๊ะ ๆ

และถ้าไล่ดูจะเห็นว่า วลี apelativo cariñoso(คำเรียกขานด้วยความรัก)ที่เป็นคำอธิบายตรงตัวที่สุด ปรากฏอยู่แค่ 2 คำเท่านั้นคือ cielo กับ churri

Kodak

อยากให้สังเกตข้อ ③ เป็นพิเศษครับ

guapo ได้ป้ายว่า「ไม่มีความหมายเหลืออยู่」และ「บางครั้งมีน้ำเสียงประชด」

แปลว่าเวลามีคนเรียกคุณว่า guapo เขาอาจจะไม่ได้ชมว่าคุณหล่อเลยก็ได้ครับ มันกลายเป็นแค่คำทักคน เหมือนคนไทยพูดว่า「เฮ้ย ไอ้หล่อ」นั่นแหละ

ตัวอย่างที่ RAE ยกมาเองยังเป็นประโยคว่า Cállate un poquito, guapo(เงียบหน่อยได้ไหม ไอ้หล่อ)ด้วยครับ เห็นชัดเลยว่าไม่ได้กำลังชมกันอยู่

อ๋อ… งั้นก็ไม่ต้องเขินเวลาโดนเรียกสินะครับ

mami กับ papi:คำที่พจนานุกรมบันทึกไว้ดีที่สุด แต่ต้องดูให้ครบสองเล่ม

กลับกันครับ มีคู่หนึ่งที่พจนานุกรมใจดีเป็นพิเศษ คือ mami กับ papi

DLE ตั้งเป็นหัวข้อคำให้เลย พร้อมติดป้าย afect.(=คำแสดงความรัก)กับ coloq.(=ภาษาพูด)ไว้ด้วย โดยให้ความหมายว่า「แม่」และ「พ่อ」

แต่ความหมายที่คนไทยอยากรู้ — คือการใช้เรียกแฟนหรือคู่สมรสไม่ได้อยู่ใน DLE ครับ มันอยู่ใน DAmer ซึ่งเป็นพจนานุกรมฝั่งลาตินอเมริกา

และพอไปดูใน DAmer ก็จะเห็นว่าเก็บไว้ละเอียดมาก ทั้ง mami(ใช้เรียกแฟนสาวหรือภรรยา)และ papi(ใช้เรียกแฟนหนุ่มหรือสามี)ต่างก็มีรายชื่อประเทศกำกับไว้ยาวเป็นสิบประเทศ พร้อมป้าย afec. ที่แปลว่าเป็นคำแสดงความรัก

นี่เป็นตัวอย่างที่ดีมากของหลักที่ว่า คำเดียวกันอาจต้องเปิดสองเล่มถึงจะเห็นภาพครบ เพราะ DLE เน้นสเปน ส่วนความหมายที่เกิดในอเมริกาใต้และแคริบเบียนจะไปโผล่ที่ DAmer

และคำที่หายไปจากทั้งสองเล่ม:mi rey กับ mi reina

mi rey(ราชาของฉัน)และ mi reina(ราชินีของฉัน)เป็นคำเรียกที่ได้ยินบ่อยมากในเพลง ในละคร และในชีวิตจริง

แต่ผมหาแล้วหาอีก — ไม่มีทั้งใน DLE และไม่มีทั้งใน DAmer ทั้งสองเล่มไม่ได้ตั้งเป็นหัวข้อไว้เลย

ถึงอย่างนั้นคำนี้ก็ยังใช้กันเป็นปกติครับ ซึ่งย้อนกลับไปที่หลักเดิม คือความเงียบของพจนานุกรมไม่ใช่คำตัดสิน

แต่ตรงนี้มีเรื่องที่ต้องระวังเพิ่มครับ คือถึงแม้ mi reina จะไม่มี แต่คำว่า reina เดี่ยว ๆ มีอยู่ใน DAmer และความหมายที่บันทึกไว้กลับติดป้าย desp.(=คำเหยียด)เช่นในเม็กซิโกและนิการากัวหมายถึง「ผู้หญิงที่หยิ่งยโส」

เพราะฉะนั้น อย่าตัดคำว่า mi ทิ้งนะครับ mi reina กับ reina เฉย ๆ ให้ความรู้สึกคนละทางกันเลย

ข้อควรระวัง:สามคำที่หน้าตาเหมือนคำหวาน แต่ไม่ใช่

Kodak

ตรงนี้เป็นกับดักที่คนไทยติดกันเยอะครับ เพราะเป็นผลข้างเคียงจากการเปิดพจนานุกรมนั่นเอง

คือพอเราไปเปิดหาแล้วเจอคำ เราจะรีบเชื่อว่า「อ๋อ มีในพจนานุกรมด้วย ใช้ได้แน่」 แต่บางทีคำที่เจอเป็นคนละคำกับที่เราตั้งใจหาครับ

ในภาษาพูดจริง คนสเปนชอบตัดคำให้สั้นลงเป็นคำน่ารัก ๆ เช่น cariño ตัดเหลือ cari「กา-รี」、gordo ตัดเหลือ gordi「กอร์-ดี」、chico ตัดเหลือ chiqui「ชี-กี」

ทีนี้ถ้าเราเอาคำพวกนี้ไปเปิดพจนานุกรม จะเจอเรื่องนี้ครับ

กับดัก 3 คำ

cari「กา-รี」 ⇒ มีใน DLE จริง แต่เป็นคนละคำ
DLE ระบุว่ามาจากภาษามาปูเช(ภาษาชนพื้นเมืองแถบชิลี-อาร์เจนตินา)ที่แปลว่า「เขียว」 และเป็นคำถิ่นชนบทของอาร์เจนตินา(rur. Ar. p. us.=ปัจจุบันใช้น้อย)หมายถึงสีน้ำตาลหรือสีตะกั่ว ตัวอย่างที่ให้คือ Manta cari(ผ้าห่มสีตะกั่ว)— ไม่เกี่ยวกับความรักเลยสักนิด

gordi「กอร์-ดี」 ⇒ ไม่ได้เป็นหัวข้อคำใน DLE ด้วยซ้ำ

chiqui「ชี-กี」 ⇒ ไม่ได้เป็นหัวข้อคำใน DLE เช่นกัน

※ทั้งสามคำนี้คนใช้จริงในชีวิตประจำวัน แค่พจนานุกรมยังไม่ได้เก็บในความหมายนั้น

โอ้โห อันตรายครับ ถ้าผมเปิดเจอ cari แล้วจดว่า「สีน้ำตาลเทา」คงงงไปอีกนาน
Kodak

เห็นภาพแล้วใช่ไหมครับ วิธีกันพลาดง่าย ๆ คือดูป้ายกำกับหน้าความหมายเสมอ

ถ้าเห็น rur.(ภาษาชนบท)หรือชื่อประเทศแปะอยู่ ให้เอะใจไว้ก่อนว่าอาจไม่ใช่คำที่เรากำลังหาครับ

-ito:เครื่องผลิตคำหวานของภาษาสเปน

ถ้าคุณจำคำเรียกได้แค่ไม่กี่คำก็ไม่เป็นไรครับ เพราะภาษาสเปนมีเครื่องมือที่เปลี่ยนคำธรรมดาให้กลายเป็นคำหวานได้เอง นั่นคือหางคำ -ito / -ita

DLE อธิบายหางคำนี้ไว้สั้น ๆ แต่สำคัญมาก

-ito³, ta
Del lat. vulg. *-īttus. suf. Tiene valor diminutivo o afectivo. Ramita, hermanito, pequeñito, callandito, prontito. En ciertos casos toma las formas -ecito, -ececito, -cito. Solecito, piececito, corazoncito, mujercita.

คำแปลไทย:มาจากภาษาละตินสามัญ *-īttus(หางคำ)มีค่าความหมายบอกขนาดเล็กหรือความรักใคร่ ตัวอย่างเช่น ramita, hermanito, pequeñito…
ในบางกรณีจะเปลี่ยนรูปเป็น -ecito, -ececito, -cito ตัวอย่างเช่น solecito, piececito, corazoncito, mujercita

※อ้างอิง「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, -ito

สังเกตคำว่า o afectivo(หรือความรักใคร่)นะครับ นี่คือจุดที่คนไทยมักเข้าใจผิด

amorcito ไม่ได้แปลว่า「ความรักอันเล็กจ้อย」 และ gordito ก็ไม่ได้แปลว่า「อ้วนนิดเดียว」 หางคำนี้ไม่ได้ย่อขนาด แต่ย่อระยะห่างระหว่างคนสองคนครับ

รูปที่เปลี่ยนไปเป็น -cito:ดูจากตัวอย่างของ RAE เอง

ในคำอธิบายข้างบน RAE บอกไว้แค่ว่า「ในบางกรณีจะเปลี่ยนรูปเป็น -cito」ครับ ไม่ได้เขียนกฎออกมาตรง ๆ ว่าเป็นกรณีไหนบ้าง แต่ให้ตัวอย่างมาแทน

ที่น่าสนใจคือ ตัวอย่างที่ RAE หยิบมาเองสองคำนี้ ลงท้ายด้วย -n และ -r พอดี

corazón「โก-รา-ซอน」(ลงท้าย -n)⇒ corazoncito「โก-รา-ซอน-ซี-โต」
mujer「มู-เฮร์」(ผู้หญิง ลงท้าย -r)⇒ mujercita「มู-เฮร์-ซี-ตา」

※ไม่ใช่ corazonito หรือ mujerita นะครับ
※นี่เป็นแนวโน้มที่สังเกตจากตัวอย่างของ RAE ไม่ใช่กฎที่ RAE ประกาศไว้ในหน้านี้

เพราะฉะนั้นสำหรับคนเพิ่งเริ่ม ผมแนะนำให้จำเป็นคำ ๆ ไปเลยครับ ว่า corazón กลายเป็น corazoncito ไม่ใช่ corazonito จะเร็วกว่าไปนั่งท่องกฎที่พจนานุกรมเองยังไม่ได้เขียนไว้

แล้วพวก amorcito กับ cariñito มีในพจนานุกรมไหมครับ?
Kodak

ถามได้ตรงจุดมากครับ คำตอบคือไม่มีทั้งคู่

ทั้ง amorcito และ cariñito ไม่ได้เป็นหัวข้อคำใน DLE เพราะพจนานุกรมถือว่าคำที่เติมหางแบบนี้เป็นเรื่องของกฎ ไม่ต้องเก็บทีละคำ

เหตุผลนี้ต่างจากกรณี mi amor ที่เราคุยกันเมื่อกี้นะครับ อันนั้นคือ「ไม่เก็บทั้งที่ควรเก็บ」 ส่วนอันนี้คือ「ไม่ต้องเก็บเพราะสร้างเองได้」

แต่มีเรื่องตลกร้ายอยู่เรื่องหนึ่งครับ คือ cariñito ไม่มีใน DLE ก็จริง แต่ไปโผล่ใน DAmer — และความหมายที่ให้ไว้ไม่ใช่「ที่รักตัวน้อย」เลย

cariñito(ใน Diccionario de americanismos
・ความหมายแรกโยงไปที่ cariño ซึ่งเล่มนี้ให้ไว้ว่า「ของขวัญที่ให้ใครสักคนเพื่อแสดงความรัก」(Regalo que se hace a alguien como muestra de afecto)
・ส่วนในฮอนดูรัส(Ho.)หมายถึง การเรียกเก็บเงินอย่างผิดกฎหมาย(Cobro ilegal por algo)※ทำเครื่องหมายว่าเป็นคำเสียดสี

※อ้างอิง「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, cariñito

จาก「ที่รัก」กลายเป็น「ค่าหัวคิว」ได้ยังไงครับเนี่ย 555
Kodak

เส้นทางมันคล้ายภาษาไทยเลยครับ

「ของกำนัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ให้ด้วยน้ำใจ」 พอถูกใช้ประชด ก็กลายเป็น「ค่าน้ำร้อนน้ำชา」ไปเรียบร้อย

คำที่แสดงความรักถูกดึงไปใช้ในทางเสียดสีได้เสมอครับ เหมือนกรณี guapo ที่ RAE บอกว่าบางทีพูดแบบ「มีเหน็บ」นั่นแหละ

คำถามสำคัญ:ทำไมภาษาสเปนมีคำหวานเยอะ แต่ภาษาไทยมีน้อย?

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะเริ่มรู้สึกว่า「ฝรั่งเขาโรแมนติกกว่าเรานะ ถึงมีคำรักเยอะขนาดนี้」

ผมอยากชวนคิดต่างครับ เพราะผมว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องวัฒนธรรม แต่เป็นเรื่องไวยากรณ์

ภาษาไทยสร้างความอบอุ่นด้วยคำลงท้ายและสรรพนาม

ลองดูประโยคไทยสามประโยคนี้ครับ ตัวเนื้อความเหมือนกันทุกคำ

・กินข้าวหรือยังครับ ⇒ สุภาพ เป็นทางการ
・กินข้าวหรือยังจ๊ะ ⇒ อ่อนโยน เอ็นดู
・กินข้าวหรือยังนะ ⇒ ห่วงใย นุ่มลง

เปลี่ยนแค่พยางค์เดียวท้ายประโยค แต่อุณหภูมิของความสัมพันธ์เปลี่ยนทั้งประโยค

และนอกจากคำลงท้าย เรายังมีสรรพนามให้เลือกอีกมหาศาลครับ เรา/ฉัน/ผม/หนู/พี่/เธอ/แก — แค่เลือกคำแทนตัวก็บอกความสนิทได้แล้ว โดยยังไม่ต้องพูดคำว่า「ที่รัก」เลยสักครั้ง

เพราะแบบนี้ ภาษาไทยจึงไม่จำเป็นต้องมีคลังคำเรียกคนรักที่ใหญ่โต เพราะงานส่วนนั้นถูกทำไปแล้วตั้งแต่ท้ายประโยคและสรรพนาม

ภาษาสเปนไม่มีคำลงท้ายแบบนั้น จึงต้องหาอย่างอื่นมาทำงานแทน

ทีนี้กลับมาที่ภาษาสเปนครับ ภาษาสเปนไม่มีคำลงท้ายประโยคที่บอกอารมณ์แบบ จ๊ะ นะ ครับ ค่ะ จะพูดว่า「กินข้าวหรือยังจ๊ะ」ก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีพยางค์ให้เติม

งานที่ภาษาไทยยกให้ท้ายประโยคทำ ภาษาสเปนจึงโยนไปให้「mi + คำนาม」ทำแทน

¿Ya comiste?(กินข้าวหรือยัง)⇒ กลาง ๆ ไม่มีอุณหภูมิ
¿Ya comiste, mi amor? ⇒ เติมความอบอุ่นเข้ามา
¿Ya comiste, mi vida? ⇒ อบอุ่นและลึกขึ้นอีกขั้น

ตำแหน่งที่คำเรียกไปวางคือท้ายประโยค — ตำแหน่งเดียวกับที่ภาษาไทยวาง จ๊ะ/นะ เป๊ะ ๆ

อ๋อ! คือ mi amor ทำหน้าที่เหมือน「จ๊ะ」ของเรานี่เองเหรอครับ
Kodak

นั่นแหละครับคือข้อสรุปทั้งบทความนี้เลย!

ภาษาสเปนมีคำเรียกเยอะเพราะมันต้องเยอะ ในเมื่อไม่มีคำลงท้ายให้ปรับอุณหภูมิ ก็ต้องมีคำนามหลาย ๆ คำไว้สลับใช้แทน

ส่วนภาษาไทยมีคำเรียกน้อยเพราะไม่ต้องมีเยอะ งานถูกทำจบไปแล้วที่ท้ายประโยค

เพราะฉะนั้น จำนวนคำไม่ได้วัดว่าใครรักเป็นมากกว่ากัน มันวัดแค่ว่าภาษานั้นเลือกอุดช่องว่างด้วยวิธีไหนครับ

มองแบบนี้แล้วสบายใจขึ้นเยอะเลยครับ ไม่ต้องรีบท่องให้ครบทุกคำ

เอาไปใช้จริงยังไง:ลำดับที่แนะนำสำหรับคนเพิ่งเริ่ม

สรุปเป็นแนวทางใช้งานให้ครับ ไม่ต้องจำทุกคำในบทความนี้ เอาแค่นี้พอ

ขั้นที่ 1(เริ่มที่นี่)mi amor และ cariño
ใช้ได้แทบทุกประเทศ ไม่ผูกกับถิ่นใดถิ่นหนึ่ง เป็นคำที่ปลอดภัยที่สุด

ขั้นที่ 2(พอเริ่มสนิท)mi vidacorazónmi cielo
น้ำหนักความรู้สึกแรงขึ้น เหมาะกับคนที่สนิทกันจริงแล้ว

ขั้นที่ 3(ฟังให้ออกก่อน อย่าเพิ่งใช้)gordoflacomamipapimi rey
ผูกกับประเทศและความสนิทสูงมาก ใช้ผิดที่ผิดคนแล้วเปลี่ยนบรรยากาศได้ทันที
วิธีที่ดีที่สุดคือรอให้อีกฝ่ายเรียกเราก่อน แล้วค่อยเรียกกลับด้วยคำเดียวกัน

Kodak

ข้อสุดท้ายนี่ใช้ได้จริงมากครับ

「รอให้เขาเรียกก่อน แล้วเรียกกลับด้วยคำเดิม」 วิธีนี้แทบไม่มีทางพลาด เพราะเท่ากับให้เจ้าของภาษาเลือกคำที่เหมาะกับความสัมพันธ์และประเทศของเขาให้เราแล้วครับ

อยากรู้ลึกเป็นรายคำ อ่านต่อที่บทความเหล่านี้

บทความนี้เป็นแผนที่ภาพรวมครับ ผมตั้งใจไม่ลงรายละเอียดรายคำ เพราะแต่ละคำมีเรื่องของมันเองยาวมาก

ถ้าอยากเจาะคำไหน ตามไปอ่านต่อได้เลยครับ

mi amor แปลว่าอะไร? และ amorcito ต่างกันตรงไหน
เจาะลึกคำเรียกที่ดังที่สุด พร้อมเรื่องที่ว่าทำไม RAE ตั้งหัวข้อ mi vida แต่ไม่ตั้ง mi amor

cariño แปลว่าอะไร? ทั้ง「ความรัก」และ「ที่รัก」
คำที่ทำสองหน้าที่พร้อมกัน พร้อมเรื่องที่พจนานุกรมสองเล่มของ RAE เองบอกไม่ตรงกัน

mami / papi แปลว่าอะไร?「แม่」กับ「พ่อ」ที่ใช้เรียกแฟนได้
คำเรียกคนรักที่พจนานุกรมบันทึกไว้ชัดที่สุด พร้อมรายชื่อประเทศที่ใช้จริง

te quiero กับ te amo ต่างกันยังไง
พอเรียกชื่อเป็นแล้ว ขั้นต่อไปคือการบอกรัก — และภาษาสเปนมีสองแบบที่น้ำหนักไม่เท่ากัน

อันสุดท้ายน่าสนใจครับ เรียกชื่อกับบอกรักเป็นคนละเรื่องกันสินะครับ
Kodak

คนละเรื่องเลยครับ! mi amor คือการเรียก ส่วน te amo คือการบอก

เรียกได้ทุกวันโดยไม่หนักเลย แต่คำบอกรักมีน้ำหนักของมันอยู่ ต้องเลือกจังหวะครับ

สรุป:คำเรียกความรัก ภาษาสเปน ทั้งหมด

คนไทยได้เปรียบ:ภาษาสเปนก็เรียกคนด้วยคำอย่าง gordo(อ้วน)flaco(ผอม)negrito(ตัวดำ)เหมือนชื่อเล่นไทย「อ้วน ดำ แดง」เป๊ะ ๆ
แต่ต่างกันที่「ชื่อ」กับ「คำเรียก」:ชื่อเล่นไทยพ่อแม่ตั้งตอนเกิดและติดตัวทั้งชีวิต ส่วนคำสเปนเลือกใหม่ทุกครั้งที่พูด และ DAmer ระบุขอบเขตไว้ต่างกันด้วย ⇒ gordo ใช้กับคู่ของตัวเอง(Mx, Co, Bo, Ch)ส่วน flaco ใช้เรียกคนหนุ่มสาว(Ch, Py, Ar, Ur)
แบ่งได้ 6 กลุ่ม:ความรัก/ชีวิตและจิตใจ/ฟ้า/รูปร่างหน้าตา/คำในครอบครัว/ยศศักดิ์
พจนานุกรมเก็บไว้ไม่เท่ากันmi vida และ alma mía มีหัวข้อ แต่ mi amor ไม่มี/cariño และ corazón ไม่มีป้ายกำกับเลยใน DLE/mi rey และ mi reina ไม่มีทั้งสองเล่ม
ป้ายกำกับของ RAE แตกเป็น 6 แบบ และคำว่า apelativo cariñoso ตรง ๆ มีแค่ cielo กับ churri
ระวัง 3 คำcari ใน DLE เป็นคนละคำ(สีน้ำตาลหรือสีตะกั่ว ภาษาชนบทอาร์เจนตินา)ส่วน gordi และ chiqui ไม่ได้เป็นหัวข้อคำ/และอย่าตัด mi ทิ้งจาก mi reina เพราะ reina เดี่ยว ๆ ใน DAmer ติดป้ายว่าเป็นคำเหยียด
-ito สร้างคำหวานได้เอง:DLE ระบุว่ามีค่า「ขนาดเล็กหรือความรักใคร่」/บางคำเปลี่ยนรูปเป็น -cito ซึ่ง RAE ไม่ได้เขียนกฎไว้ แต่ยกตัวอย่างเองว่า corazoncitomujercita
ข้อสรุปใหญ่:สเปนมีคำเรียกเยอะเพราะไม่มีคำลงท้ายแบบ จ๊ะ/นะ จึงต้องให้「mi + คำนาม」ทำงานนั้นแทน ⇒ จำนวนคำคือความต่างของไวยากรณ์ ไม่ใช่ความต่างของวัฒนธรรม
Kodak

ถ้าจำได้แค่ประโยคเดียวจากบทความนี้ ผมอยากให้จำอันนี้ครับ

「พจนานุกรมไม่มี ไม่ได้แปลว่าใช้ไม่ได้」

คำเรียกคนรักเกิดในบ้าน ในครัว ในข้อความที่ส่งหากันตอนดึก มันเกิดเร็วกว่าที่พจนานุกรมจะตามเก็บทันเสมอครับ แล้วเจอกันในบทความรายคำนะครับ!

แหล่งอ้างอิง
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, amor(https://dle.rae.es/amor)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, vida(https://dle.rae.es/vida)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, alma(https://dle.rae.es/alma)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, cariño(https://dle.rae.es/cariño)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, corazón(https://dle.rae.es/corazón)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, cielo(https://dle.rae.es/cielo)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, churri(https://dle.rae.es/churri)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, guapo(https://dle.rae.es/guapo)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, nene(https://dle.rae.es/nene)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, mami/papi(https://dle.rae.es/mami)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, cari(https://dle.rae.es/cari)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, rey, reina(https://dle.rae.es/rey)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, -ito(https://dle.rae.es/-ito)」
「Real Academia Española, Diccionario del estudiante, cariño(https://www.rae.es/diccionario-estudiante/cariño)」
「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, gordo(https://www.asale.org/damer/gordo)」
「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, flaco(https://www.asale.org/damer/flaco)」
「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, cariñito/cariño(https://www.asale.org/damer/cariñito)」
「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, mami(https://www.asale.org/damer/mami)」
「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, papi(https://www.asale.org/damer/papi)」
「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, reina(https://www.asale.org/damer/reina)」
「SBS Cultural Atlas, Thai Culture – Naminghttps://culturalatlas.sbs.com.au/thai-culture/thai-culture-naming)」
「Bułat-Silva, Zuzanna (2019), Los vocativos de cariño en español peninsular. Un enfoque desde la Metalengua Semántica Natural, Pragmática Sociocultural 7(3), pp. 445–467」