อ่านว่า 「มา-มิ」 กับ 「ปา-ปิ」 ครับ หน้าตาเหมือนคำว่า mamá(แม่)และ papá(พ่อ)เป๊ะเลยใช่ไหมครับ — เพราะมันมาจากคำนั้นจริง ๆ
แต่ในละตินอเมริกา สองคำนี้ ใช้เรียกแฟนหรือคู่สมรสของตัวเองได้ ครับ และที่สำคัญกว่านั้นคือ มันเป็นคำเรียกคนรักคำเดียวในกลุ่มนี้ที่พจนานุกรมเขียนรับรองไว้ตรง ๆ พร้อมรายชื่อประเทศ
ใช่ครับ ฟังครั้งแรกอาจจะงง แต่ผมกล้าพูดเลยว่า คนไทยจะเข้าใจเรื่องนี้ได้เร็วกว่าคนชาติอื่นมาก ครับ
เพราะภาษาไทยเองก็เอาคำในครอบครัวมาเรียกแฟนอยู่แล้วนี่ครับ — เดี๋ยวเราจะไปถึงจุดนั้นกันแน่นอน
- 1 mami / papi แปลว่าอะไร? คำตอบสั้น ๆ คือ「แม่/พ่อ」ที่กลายมาเป็น「ที่รัก」
- 2 การออกเสียง mami / papi ให้ถูก — และจุดที่คนไทยได้เปรียบตั้งแต่ยังไม่เริ่มเรียน
- 3 จุดที่พิเศษที่สุดของคำนี้:เป็นคำเรียกคนรักที่พจนานุกรมยอมเขียนถึงตรง ๆ
- 4 รายชื่อประเทศของ mami กับ papi ไม่เหมือนกัน — และนั่นบอกอะไรเรา
- 5 ⚠️ คำเตือนสำคัญที่สุดของบทความนี้:mami ที่ปานามา
- 6 การใช้ที่กลับหัวกลับหาง:ผู้ใหญ่เรียกเด็กเล็กว่า mami / papi
- 7 จุดที่คนไทยเข้าใจได้เร็วกว่าใคร — เพราะเรามี พี่ กับ น้อง อยู่แล้ว
- 8 papi chulo แปลว่าอะไร? — และเซอร์ไพรส์คือพจนานุกรมขึ้นเป็นคำตั้งไว้จริง ๆ
- 8.1 พจนานุกรมเขียนว่า papichulo ติดกัน ส่วน papi chulo คือรูปแปร
- 8.2 แล้ว chulo แปลว่าอะไร?
- 8.3 เกร็ดสนุก:chulo เดินทางมาจากคำที่แปลว่า「เด็ก」
- 8.4 ข้อควรระวัง:chulo ไม่ได้แปลว่า「แมงดา」อย่างที่อินเทอร์เน็ตชอบบอก
- 8.5 ทำไมคนทั้งโลกถึงรู้จักคำนี้ — เพลงจากปานามาเมื่อปี 2003
- 8.6 ข้อควรระวังก่อนเอา papi chulo ไปใช้จริง
- 9 คำในตระกูลเดียวกันที่พจนานุกรมเก็บไว้:papito / mamita / papacito
- 10 สรุป:ใช้ mami / papi ยังไงให้ปลอดภัยและถูกที่
mami / papi แปลว่าอะไร? คำตอบสั้น ๆ คือ「แม่/พ่อ」ที่กลายมาเป็น「ที่รัก」
”mami”(อ่านว่า มา-มิ)แปลตรงตัวว่า「แม่」และ ”papi”(อ่านว่า ปา-ปิ)แปลตรงตัวว่า「พ่อ」 แต่ในหลายประเทศของละตินอเมริกา ทั้งสองคำใช้เรียกแฟนหรือคู่สมรสได้ โดยมีความหมายประมาณ「ที่รัก」 ครับ
ลองดูสามประโยคนี้เทียบกันนะครับ คำเดียวกันเป๊ะ แต่คนละหน้าที่
【เรียกพ่อแม่จริง ๆ】
・Papi, ¿me llevas al colegio?
(พ่อ ไปส่งที่โรงเรียนหน่อยได้ไหม)【เรียกแฟนหรือคู่สมรส】
・Gracias, papi. Te amo.
(ขอบคุณนะที่รัก รักนะ)【ผู้ใหญ่เรียกเด็กเล็ก】
・Ven acá, mami, que te peino.
(มานี่สิลูก เดี๋ยวหวีผมให้)
สังเกตประโยคที่สามให้ดีนะครับ — ผู้ใหญ่เรียกเด็กผู้หญิงว่า「แม่」 ซึ่งฟังดูกลับหัวกลับหางมาก แต่นี่ไม่ใช่การใช้ผิด และพจนานุกรมก็บันทึกการใช้แบบนี้ไว้ด้วยครับ เดี๋ยวเรามีหัวข้อเจาะเรื่องนี้โดยเฉพาะ
คำถามนี้ตรงจุดมากครับ คำตอบคือ ดูจากว่าใครพูดกับใคร ครับ
เพราะคำพวกนี้ไม่ได้ทำหน้าที่「บอกว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรกับเรา」แต่ทำหน้าที่ 「บอกว่าเราสนิทและเอ็นดูอีกฝ่าย」 ครับ ตัวความสัมพันธ์จริง ๆ อ่านจากสถานการณ์เอา
การออกเสียง mami / papi ให้ถูก — และจุดที่คนไทยได้เปรียบตั้งแต่ยังไม่เริ่มเรียน
ก่อนจะไปเรื่องความหมาย ขอแวะเรื่องเสียงก่อนนะครับ เพราะมีสองจุดที่คนไทยทำได้ดีกว่าคนชาติอื่นแบบไม่ต้องฝึกเลย
1. ตัว p ของสเปนคือ「ป」ไม่ใช่「พ」
คำว่า papi คนไทยจำนวนมากพิมพ์หาว่า「พาพี่」หรือ「ปาปี้」ครับ แต่เสียงที่ถูกคือ 「ปา-ปิ」
เพราะตัว p ในภาษาสเปนเป็นเสียงที่ ไม่มีลมพ่นออกมา ครับ ลองเอามือวางหน้าปากแล้วพูด「พ่อ」เทียบกับ「ป่า」ดูนะครับ จะรู้สึกได้เลยว่า「พ」มีลมพุ่งใส่มือ ส่วน「ป」ไม่มี — เสียง p ของสเปนคืออย่างหลังครับ
ตรงนี้คนไทยได้เปรียบมากครับ เพราะภาษาไทยแยก ป กับ พ เป็นคนละหน่วยเสียงอยู่แล้ว(ปา/พา คนละคำ)
ในขณะที่คนพูดภาษาอังกฤษแทบจะ ได้ยินความต่างนี้ไม่ออกเลย ครับ เพราะภาษาเขาไม่ได้ใช้ความต่างนี้แยกความหมาย
2. ตำแหน่งเน้นเสียงย้ายที่ เมื่อ mamá กลายเป็น mami
จุดนี้สำคัญกว่าที่คิดครับ เพราะออกผิดแล้วความหมายเปลี่ยนไปเลย
เน้นเสียงคนละพยางค์กัน
●mamá ⇒ 「มา-มา」เน้นพยางค์หลัง(มีเครื่องหมายบนตัว á บอกไว้ชัดเจน)
●mami ⇒ 「มา-มิ」เน้นพยางค์หน้า
●papá ⇒ 「ปา-ปา」เน้นพยางค์หลัง
●papi ⇒ 「ปา-ปิ」เน้นพยางค์หน้า
※ภาษาสเปนมีกฎว่า คำที่ลงท้ายด้วยสระจะเน้นพยางค์รองสุดท้ายโดยอัตโนมัติ ⇒ ma-mi จึงเน้นที่ ma เองโดยไม่ต้องใส่เครื่องหมายอะไร
ส่วน mamá เป็นข้อยกเว้นของกฎนั้น จึงต้องใส่เครื่องหมาย ´ กำกับไว้
พูดง่าย ๆ คือ พอเปลี่ยนจาก mamá เป็น mami น้ำหนักเสียงจะถอยกลับมาข้างหน้าครับ ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับชื่อเล่นในภาษาสเปนแทบทุกคำ — คำที่สั้นลงและเน้นข้างหน้า จะให้ความรู้สึกเอ็นดูขึ้นทันที
จุดที่พิเศษที่สุดของคำนี้:เป็นคำเรียกคนรักที่พจนานุกรมยอมเขียนถึงตรง ๆ
หัวข้อนี้คือหัวใจของบทความทั้งบทเลยครับ
ถ้าคุณเคยอ่านบทความเรื่อง cariño หรือ mi amor ของเรามาก่อน คุณจะจำได้ว่าเราเจอเรื่องแปลกเหมือนกันทั้งสองครั้ง คือ 「คนใช้กันทั้งโลก แต่พจนานุกรมเล่มหลักไม่ได้เขียนถึงการใช้แบบนั้นไว้」 ครับ
ต่างครับ และต่างแบบน่าสนใจมาก เพราะคำคู่นี้ ไม่ได้ถูกเก็บทั้งหมดหรือไม่เก็บเลย แต่ถูกเก็บแบบ 「เก็บครึ่งเดียว」 ครับ
เดี๋ยวผมพาไปดูทีละชั้นเลย มีสามชั้นพอดี
ชั้นที่ 1:พจนานุกรมเล่มหลักเก็บคำนี้ไว้ — พร้อมป้าย「แสดงความรัก」
พจนานุกรมเล่มหลักของภาษาสเปนคือ Diccionario de la lengua española(เรียกย่อ ๆ ว่า DLE) ของราชบัณฑิตยสภาสเปน หรือ RAE ครับ
เปิดหาคำว่า mami จะเจอบรรทัดสั้น ๆ แค่บรรทัดเดียว
mami
1. f. afect. coloq. mamá.คำแปล:คำนามเพศหญิง ป้ายกำกับ「แสดงความรัก」และ「ภาษาพูด」= mamá(แม่)
※อ้างอิง「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, mami」
ส่วน papi มีสามความหมายครับ
papi
1. m. afect. coloq. papá.
2. m. coloq. Bol., Méx., Pan. y P. Rico. Hombre físicamente atractivo.
3. m. pl. afect. coloq. papás.คำแปล:
1. คำนามเพศชาย「แสดงความรัก」「ภาษาพูด」= papá(พ่อ)
2. คำนามเพศชาย「ภาษาพูด」ใช้ที่ โบลิเวีย เม็กซิโก ปานามา และเปอร์โตริโก=ผู้ชายที่หน้าตาดี
3. คำนามเพศชายพหูพจน์「แสดงความรัก」「ภาษาพูด」= papás(พ่อแม่)※อ้างอิง「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, papi」
ป้ายที่ผมอยากให้จับตาคือคำว่า afect. ครับ ย่อมาจาก afectivo แปลว่า「ใช้ด้วยความรักใคร่เอ็นดู」
ฟังดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ ใช่ไหมครับ แต่ถ้าเทียบกับคำเพื่อนบ้านของมันจะเห็นภาพทันที — ตอนที่เราไปเปิด cariño และ mi amor พจนานุกรมเล่มเดียวกันนี้ ไม่ได้ให้ป้ายแบบนี้กับการเรียกคนรักเลย ครับ แต่กับ mami/papi มันให้ตั้งแต่บรรทัดแรก
ชั้นที่ 2:แต่ DLE ไม่ได้เขียนไว้เลยว่าใช้เรียก「แฟน」ได้
ลองอ่านสองรายการข้างบนอีกรอบนะครับ แล้วลองหาคำว่า「แฟน」หรือ「คู่สมรส」ดู
ไม่มีครับ ไม่มีสักตัวเดียว
สิ่งที่ DLE บอกเราคือ mami=แม่ และ papi=พ่อ พูดด้วยความเอ็นดู จบแค่นั้น ส่วน papi ความหมายที่ 2 บอกได้แค่ว่า「ผู้ชายหน้าตาดี」ใน 4 ประเทศ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการเรียกคู่ของตัวเอง
สรุปสิ่งที่ DLE เก็บ / ไม่เก็บ
✔ เก็บ ⇒ ตัวคำ mami / papi
✔ เก็บ ⇒ ป้าย afect.(ใช้ด้วยความเอ็นดู)
✔ เก็บ ⇒ papi ที่แปลว่า「ผู้ชายหน้าตาดี」ใน 4 ประเทศ
✘ ไม่เก็บ ⇒ การใช้เรียกแฟนหรือคู่สมรสของตัวเอง
ชั้นที่ 3:พจนานุกรมอีกเล่มเขียนไว้ครบ — พร้อมรายชื่อประเทศ
ความหมายที่หายไปนั้นไปโผล่อยู่ในพจนานุกรมอีกเล่มครับ ชื่อว่า Diccionario de americanismos(ขอเรียกย่อว่า DAmer)จัดทำโดยสมาคมราชบัณฑิตยสภาภาษาสเปน หรือ ASALE ซึ่งเป็นการรวมตัวของราชบัณฑิตยสภาจากทุกประเทศที่พูดภาษาสเปน
เล่มนี้เก็บเฉพาะภาษาสเปนฝั่งอเมริกา และนี่คือสิ่งที่มันเขียนไว้ครับ
papi
fórm. EU, CR, Pa, Cu, RD, Co, Ve, Ec, Bo, Ar, Ur. Se usa para dirigirse al novio o al esposo, o a un niño pequeño si el que habla es una persona mayor. pop ^ afec.คำแปล:คำที่ใช้พูดกับคนตรง ๆ ใช้ที่ สหรัฐฯ คอสตาริกา ปานามา คิวบา สาธารณรัฐโดมินิกัน โคลอมเบีย เวเนซุเอลา เอกวาดอร์ โบลิเวีย อาร์เจนตินา อุรุกวัย — ใช้เรียกแฟนหรือสามี หรือใช้เรียกเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ ถ้าคนพูดเป็นผู้ใหญ่ ป้ายกำกับ「ภาษาชาวบ้าน」+「แสดงความรัก」
mami
fórm. Mx, Pa, Cu, RD, PR, Co, Ve, Bo; Ec, p.u. Se usa para dirigirse a la novia o a la esposa, o a una niña pequeña si el que habla es un adulto. pop ^ afec.คำแปล:คำที่ใช้พูดกับคนตรง ๆ ใช้ที่ เม็กซิโก ปานามา คิวบา สาธารณรัฐโดมินิกัน เปอร์โตริโก โคลอมเบีย เวเนซุเอลา โบลิเวีย และเอกวาดอร์(ใช้น้อย) — ใช้เรียกแฟนหรือภรรยา หรือใช้เรียกเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ถ้าคนพูดเป็นผู้ใหญ่ ป้ายกำกับ「ภาษาชาวบ้าน」+「แสดงความรัก」
นี่แหละครับคือจุดที่ผมอยากให้จำจากบทความนี้
คำเรียกคนรักภาษาสเปนส่วนใหญ่ เวลาเราอยากรู้ว่า「ใช้ที่ไหนบ้าง」เราต้องเดาเอาจากเพลง จากซีรีส์ จากคนรู้จัก แต่กับคู่นี้ เรามีรายชื่อประเทศเป็นลายลักษณ์อักษรให้เปิดดูได้จริง ๆ ครับ
อ่านป้ายกำกับของพจนานุกรมให้เป็น
พจนานุกรมสเปนชอบใช้ตัวย่อครับ ถ้าอ่านออกจะได้ข้อมูลเพิ่มอีกเยอะเลย เก็บชุดนี้ไว้ใช้กับคำอื่นได้ตลอดชีวิตนะครับ
【ป้ายบอกลักษณะการใช้】
・fórm.(fórmula)= คำที่ใช้พูดกับคนตรง ๆ ไม่ใช่คำที่เอาไปเล่าถึงคนอื่น
・coloq.(coloquial)= ภาษาพูด ไม่ใช้ในเอกสารทางการ
・pop(popular)= ภาษาระดับชาวบ้าน เป็นกันเอง
・afec. / afect.(afectivo)= พูดด้วยความรักใคร่เอ็นดู
・p.u.(poco usado)= ใช้น้อย พบไม่บ่อย
・vulg(vulgar)= หยาบคาย
・desp.(despectivo)= ดูถูก เหยียดอีกฝ่าย
【ตัวย่อชื่อประเทศ】
Mx=เม็กซิโก/Pa=ปานามา/Cu=คิวบา/RD=สาธารณรัฐโดมินิกัน/PR=เปอร์โตริโก/Co=โคลอมเบีย/Ve=เวเนซุเอลา/Ec=เอกวาดอร์/Bo=โบลิเวีย/Ar=อาร์เจนตินา/Ur=อุรุกวัย/CR=คอสตาริกา/Py=ปารากวัย/EU=สหรัฐอเมริกา(กลุ่มผู้พูดภาษาสเปนในสหรัฐฯ)
รายชื่อประเทศของ mami กับ papi ไม่เหมือนกัน — และนั่นบอกอะไรเรา
ทีนี้ลองเอารายชื่อสองอันเมื่อกี้มาวางเทียบกันดูนะครับ
คนส่วนใหญ่จะคิดว่ามันเป็นคำคู่กัน เลยน่าจะใช้ที่เดียวกัน แต่ รายชื่อสองอันนี้ไม่ตรงกันครับ
เทียบรายชื่อประเทศเฉพาะ「การใช้เรียกคนรัก」จาก Diccionario de americanismos
●ใช้ทั้งสองคำ(7 ประเทศ)
⇒ ปานามา/คิวบา/สาธารณรัฐโดมินิกัน/โคลอมเบีย/เวเนซุเอลา/โบลิเวีย/เอกวาดอร์
●มีแต่ papi ไม่มี mami
⇒ สหรัฐฯ/คอสตาริกา/อาร์เจนตินา/อุรุกวัย
●มีแต่ mami ไม่มี papi
⇒ เม็กซิโก/เปอร์โตริโก
※ย้ำว่านี่คือรายชื่อของความหมาย「ใช้เรียกแฟนหรือคู่สมรส」เท่านั้นนะครับ ความหมายอื่นของคำเดียวกันมีรายชื่อประเทศเป็นของตัวเองแยกต่างหาก
คำถามนี้ดีมากครับ และคำตอบคือ เม็กซิโกมี papi อยู่ แต่คนละความหมายกัน ครับ
จำความหมายที่ 2 ของ DLE ได้ไหมครับ — papi = ผู้ชายหน้าตาดี ใน โบลิเวีย เม็กซิโก ปานามา เปอร์โตริโก นั่นแหละครับคือ papi ของเม็กซิโก มันคือ คำชมรูปร่างหน้าตา ไม่ใช่คำเรียกคู่ของตัวเอง
และ DAmer เองก็ยืนยันเรื่องนี้ครับ เพราะในรายการเดียวกันนั้น ก่อนจะถึงส่วน「คำเรียก」มันเก็บความหมายนี้ไว้ด้วย
・papi=ผู้ชายที่หน้าตาดี ⇒ เม็กซิโก ปานามา สาธารณรัฐโดมินิกัน เปอร์โตริโก โบลิเวีย ปารากวัย
・mami=ผู้หญิงที่สวยมาก ⇒ นิการากัว คอสตาริกา ปานามา สาธารณรัฐโดมินิกัน เปอร์โตริโก เวเนซุเอลา โบลิเวีย
⇒ สังเกตว่าเม็กซิโกโผล่มาในฝั่ง papi ตรงนี้ครับ — คำนี้มีใช้ในเม็กซิโกแน่นอน แต่ทำหน้าที่บรรยายรูปลักษณ์ ไม่ใช่เรียกคู่ของตัวเอง
papi ยังมีการใช้เรียกที่ไม่เกี่ยวกับความรักเลยด้วย
อีกอย่างที่ผมอยากให้รู้ไว้ เพราะช่วยกันเข้าใจผิดได้เยอะครับ — DAmer บันทึกการใช้ papi เป็นคำเรียกไว้ถึงสามแบบ ไม่ใช่แบบเดียว
papi ใช้เรียกได้ 3 แบบ ตาม Diccionario de americanismos
① เรียกแฟนหรือสามี หรือเรียกเด็กชายตัวเล็ก ๆ ⇒ 11 ประเทศตามที่ยกไปแล้ว
② เรียกคนที่กำลังคบหาด้วยความเอ็นดู ⇒ โบลิเวีย(ฝั่งตะวันออก)และอาร์เจนตินา
③ เรียกผู้ชายทั่วไปด้วยน้ำเสียงสนิทสนม ⇒ คิวบา และเวเนซุเอลา
※ข้อ ③ สำคัญมากครับ เพราะมันแปลว่า papi ไม่ใช่คำที่แปลว่า「ที่รัก」เสมอไป
⇒ ที่คิวบาหรือเวเนซุเอลา เพื่อนผู้ชายทักกันด้วยคำนี้ได้ โดยไม่มีความหมายเชิงรักใคร่แม้แต่นิดเดียว
ฮ่า ๆ ถูกต้องครับ! ที่คิวบามันใกล้กับคำว่า「พี่ชาย」หรือ「เพื่อน」ของบ้านเรามากกว่าครับ
และนี่ก็เป็นบทเรียนสำคัญของบทความนี้อีกข้อหนึ่ง — ความหมายของคำเรียก เปลี่ยนไปตามประเทศที่คุณยืนอยู่ ครับ
ผมอยากให้สังเกตนิสัยของพจนานุกรมตรงนี้ครับ
พจนานุกรมไม่ได้เขียนว่า「คำนี้ใช้ทั่วละตินอเมริกา」แบบเหมารวม แต่ แยกทีละความหมาย แล้วแปะประเทศให้ทีละความหมาย ครับ ซึ่งแปลว่าเวลาเราอ่าน เราต้องอ่านเป็นคู่เสมอ — 「ความหมายไหน ที่ประเทศไหน」 ไม่ใช่แค่「คำนี้ใช้ที่ไหน」
⚠️ คำเตือนสำคัญที่สุดของบทความนี้:mami ที่ปานามา
หัวข้อนี้ผมขอพูดจริงจังหน่อยนะครับ
เพราะในรายการคำว่า mami ของ DAmer ไม่ได้มีแต่ความหมายน่ารัก ๆ ครับ ในรายการเดียวกันนั้นมีอีกความหมายหนึ่งที่ติดป้ายเอาไว้ว่า หยาบคาย และ ดูถูก
mami(อีกความหมายหนึ่งในรายการเดียวกัน)
Pa. Se usa para llamar la atención de una mujer al piropearla. vulg; pop + cult → espon ^ desp.คำแปล:ใช้ที่ ปานามา — ใช้เรียกความสนใจของผู้หญิงเวลาไปพูดจาแทะโลม(piropear)ป้ายกำกับ หยาบคาย(vulg) และ ดูถูก(desp.)
※ส่วนที่เขียนว่า pop + cult → espon หมายความว่า การใช้แบบนี้พบได้ทั้งในหมู่คนทั่วไปและคนมีการศึกษา เวลาพูดกันแบบไม่ระวังตัว — ไม่ใช่คำที่จำกัดอยู่แค่คนบางกลุ่ม ครับ
แยกด้วยสิ่งเดียวครับ — คุณเป็นอะไรกับคนที่คุณพูดด้วย
พูดกับแฟนตัวเอง = คำอบอุ่น/พูดกับผู้หญิงที่เดินสวนมาบนถนน = คำที่พจนานุกรมเองแปะป้ายว่าหยาบคาย ครับ เส้นแบ่งอยู่ตรงนั้นเป๊ะ ๆ
กฎเหล็กสำหรับผู้เริ่มเรียน
⇒ ห้ามใช้ mami / papi กับคนแปลกหน้าเด็ดขาด
⇒ ห้ามใช้กับพนักงานร้าน คนขับรถ เพื่อนร่วมงาน หรือคนที่เพิ่งรู้จัก
⇒ ใช้ได้เฉพาะกับ คนที่คุณสนิทด้วยจริง ๆ และรู้แน่ว่าเขาโอเคกับคำนี้
※ที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ mami ครับ เพราะเป็นคำที่ถูกใช้ในการแทะโลมผู้หญิงบนถนนจริง ๆ
⇒ ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้ใช้ mi amor หรือ cariño ไว้ก่อน ปลอดภัยกว่ามากครับ
และเพื่อความครบถ้วน ขอบอกไว้ด้วยว่า DAmer ยังบันทึกความหมายอื่นของ mami ในบางประเทศไว้อีก ได้แก่ ที่เปรูใช้หมายถึงหญิงผู้ดูแลซ่อง(ติดป้าย prost. คือศัพท์เฉพาะวงการค้าประเวณี)และที่ฮอนดูรัสใช้เรียกชายรักชาย โดยติดป้าย desp.(ดูถูก) กำกับไว้
ผมไม่ได้ยกมาให้ท่องนะครับ ยกมาเพื่อให้เห็นภาพรวมอย่างเดียวว่า คำสั้น ๆ คำเดียวนี้แบกความหมายไว้หลายชั้นมาก และหลายชั้นในนั้นไม่ใช่ความหมายที่เราอยากเผลอสื่อออกไป
และมีอีกจุดที่ผมอยากให้สังเกตครับ — ฝั่ง papi ไม่มีความหมายลบชุดนี้เลย ไม่มีความหมายที่ติดป้ายหยาบคาย ไม่มีที่ติดป้ายดูถูก
แปลว่าความเสี่ยงของสองคำนี้ไม่เท่ากันครับ และนั่นไม่ใช่ความรู้สึกของผมเอง แต่เป็นสิ่งที่อ่านออกมาได้ตรง ๆ จากหน้าพจนานุกรม
สรุปได้ดีมากครับ
เอาล่ะ พอเราจับเรื่องที่ต้องระวังได้แล้ว ทีนี้ผมจะพาไปดูส่วนที่ผมว่าน่าสนใจที่สุดของคำนี้ครับ — ส่วนที่มันกลับหัวกลับหาง
การใช้ที่กลับหัวกลับหาง:ผู้ใหญ่เรียกเด็กเล็กว่า mami / papi
กลับไปอ่านนิยามของ DAmer อีกรอบนะครับ ท่อนหลังของมันเขียนไว้ว่า
…o a un niño pequeño si el que habla es una persona mayor.
(…หรือใช้เรียกเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ ถ้าคนพูดเป็นผู้ใหญ่)
อ่านให้ดีนะครับ นี่คือ คนแก่กว่า เรียกคนเด็กกว่า ด้วยคำว่า「พ่อ」
คุณยายเรียกหลานสาวว่า mami/พ่อเรียกลูกชายตัวเล็ก ๆ ว่า papi — ทิศทางมันกลับกันกับความหมายเดิมของคำโดยสิ้นเชิงเลยครับ
คำถามนี้แหละครับที่พาเราไปเจอของดี
เคล็ดลับคือ อย่าอ่านคำนั้นว่า「คุณคือพ่อ」แต่ให้อ่านว่า「ฉันคือพ่อของคุณ」 ครับ
คนพูดหยิบคำที่แทนตัวเองขึ้นมาใช้เรียกอีกฝ่าย เพื่อประกาศความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนไปในตัว
ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้มีแค่ในภาษาสเปนครับ นักภาษาศาสตร์เรียกรูปแบบนี้ว่า 「คำเรียกแบบกลับด้าน」(vocativo inverso / inverse vocative) และพบได้ในภาษาอิตาลีทางตอนใต้อย่างชัดเจนมาก เช่น คุณป้าเรียกหลานแล้วต่อท้ายด้วยคำว่า「ป้า」ในประโยคเดียวกัน
หัวใจของมันคือ คำเรียกพวกนี้ ไม่ได้ทำหน้าที่ติดป้ายให้อีกฝ่าย แต่ทำหน้าที่ประกาศสายสัมพันธ์ ครับ
อย่าสับสนกับอีกปรากฏการณ์ที่ทิศทางตรงกันข้าม:teknonymy
ตรงนี้มีเรื่องที่คนสับสนกันบ่อยมาก และผมอยากแยกให้ชัดครับ
เพราะมีอีกปรากฏการณ์หนึ่งที่หน้าตาคล้ายกันจนคนเอาไปปนกันประจำ แต่จริง ๆ แล้ว ทิศทางของมันตรงกันข้ามกันเลย ปรากฏการณ์นั้นชื่อว่า teknonymy(เทคโนนิมี) ครับ
คำนี้ถูกตั้งขึ้นโดยนักมานุษยวิทยาชื่อ Edward Burnett Tylor ในปี 1889 เดิมทีหมายถึงธรรมเนียมที่ เรียกพ่อแม่ผ่านชื่อของลูก เช่นในภาษาอาหรับที่เรียกคุณแม่ว่า Umm + ชื่อลูก(แม่ของ…)และเรียกคุณพ่อว่า Abu + ชื่อลูก(พ่อของ…)
ต่อมาคำนี้ถูกใช้กว้างขึ้น ครอบคลุมถึงธรรมเนียมที่ทั้งบ้าน 「ใช้คำเรียกกันโดยยืนอยู่ที่มุมมองของคนอายุน้อยที่สุดในบ้าน」 ด้วยครับ
【แบบดั้งเดิม:เรียกพ่อแม่ผ่านชื่อลูก】
・ภาษาอาหรับ ⇒ Abu Ahmad(พ่อของอะห์หมัด)ใช้เรียกตัวคุณพ่อเอง
【แบบขยาย:ทั้งบ้านยืนที่มุมมองของเด็ก】
・ภาษาญี่ปุ่น ⇒ สามีเรียกภรรยาว่า「お母さん(แม่)」ทั้งที่ภรรยาไม่ใช่แม่ของตัวเอง
・ภาษาไทย ⇒ พ่อพูดกับแม่ว่า「แม่ไปไหนมา」หรือแม่พูดถึงพ่อว่า「ไปถามพ่อสิ」
⇒ ทั้งบ้านเปลี่ยนไปเรียกกันตามสายตาของลูก
ทีนี้ลองเอาสองปรากฏการณ์มาวางเทียบกัน แล้วดูทิศของลูกศรนะครับ
สองปรากฏการณ์นี้ลูกศรสวนทางกัน
●teknonymy ⇒ ลูกศรชี้ จากเด็ก ไปหา ผู้ใหญ่
⇒ เราหยิบมุมมองของเด็กมาใช้เรียกผู้ใหญ่
⇒ ตัวอย่าง:สามีเรียกภรรยาว่า「แม่」เพราะลูกเรียกเธอแบบนั้น
●การเรียกแบบกลับด้าน(address inversion) ⇒ ลูกศรชี้ จากผู้ใหญ่ ไปหา เด็ก
⇒ เราหยิบคำที่แทนตัวเราเองมาใช้เรียกเด็ก
⇒ ตัวอย่าง:คุณยายเรียกหลานสาวว่า mami/ผู้ใหญ่เรียกเด็กว่า「แม่หนู」
※การใช้ mami / papi กับเด็กเล็กที่ DAmer บันทึกไว้ คือแบบที่สอง ไม่ใช่ teknonymy ครับ
จับได้แม่นมากครับ! นั่นคือเส้นแบ่งเดียวที่ต้องจำเลย
และที่ผมตื่นเต้นคือ ภาษาไทยมีครบทั้งสองแบบ ครับ — เดี๋ยวเราจะเอาของไทยมาวางเทียบกันให้เห็นกับตา
ใช่ไหมครับ! และนี่คือเหตุผลที่ผมบอกตั้งแต่ต้นว่าคนไทยได้เปรียบ
เรื่องที่คนชาติอื่นต้องนั่งงงว่า「ทำไมเอาคำในครอบครัวมาเรียกคนที่ไม่ใช่คนนั้น」 สำหรับเรามันเป็น เรื่องปกติที่ใช้กันอยู่ทุกวันในบ้าน ครับ
จุดที่คนไทยเข้าใจได้เร็วกว่าใคร — เพราะเรามี พี่ กับ น้อง อยู่แล้ว
ทีนี้มาถึงหัวข้อที่ผมอยากเขียนให้คนไทยอ่านโดยเฉพาะครับ
ในบทเรียนภาษาสเปนสำหรับชาวต่างชาติทั่วไป การอธิบายว่า「ทำไมคำว่าพ่อแม่ถึงใช้เรียกแฟนได้」เป็นเรื่องที่ต้องอธิบายยาวมาก แต่กับคนไทย เราข้ามขั้นนั้นไปได้เลย
เพราะคนไทยเรียกแฟนว่า 「พี่」 และ 「น้อง」 กันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วครับ
【ภาษาไทย】
・「พี่กลับกี่โมงคะ」⇒ ภรรยาพูดกับสามี
・「น้องกินข้าวยัง」⇒ สามีพูดกับภรรยา
⇒ ทั้งสองคำเป็นคำเรียกพี่น้อง แต่ใช้กับคนรักโดยไม่มีใครรู้สึกแปลกเลย
นั่นแหละครับคือข้อดีของการเรียนภาษาต่างประเทศ — มันทำให้เรามองเห็นภาษาแม่ของตัวเองใหม่ครับ
แต่เดี๋ยวก่อนนะครับ ผมยังไม่อยากให้สรุปว่า「เหมือนกันเลย」 เพราะจริง ๆ แล้ว สองภาษานี้เลือกคำมาจากคนละที่ในแผนผังครอบครัว ครับ
ความต่างที่สำคัญ:ไทยใช้「แกนอายุ」ส่วนสเปนใช้「แกนรุ่น」
ลองวาดแผนผังครอบครัวในหัวนะครับ แล้วดูว่าแต่ละภาษาไปหยิบคำมาจากตรงไหน
หยิบคำมาจากคนละชั้นของแผนผังครอบครัว
●ภาษาไทย ⇒ พี่/น้อง = คำใน「รุ่นเดียวกัน」
⇒ เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินคือ อายุมากกว่าหรือน้อยกว่า
⇒ ใครแก่กว่าเป็น พี่ ใครเด็กกว่าเป็น น้อง — เปลี่ยนคู่ ก็เปลี่ยนคำ
●ภาษาสเปน ⇒ mami/papi = คำข้าม「รุ่น」(พ่อแม่ ↔ ลูก)
⇒ เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินคือ เพศของอีกฝ่าย เท่านั้น
⇒ ผู้หญิงเป็น mami ผู้ชายเป็น papi — อายุไม่เกี่ยวเลย
ตรงนี้คือจุดที่ต้องระวังตอนแปลงความคิดจากไทยไปสเปนครับ
ถ้าคุณอายุ 30 คบกับแฟนอายุ 20 ในภาษาไทยคุณจะเป็น「พี่」โดยอัตโนมัติ และแฟนคุณจะเป็น「น้อง」 ระบบภาษาบังคับให้เราเลือกคำตามอายุ
แต่ในภาษาสเปน อายุไม่ได้เข้ามาในสมการเลยครับ ผู้ชายจะอายุ 20 หรือ 60 ก็เป็น papi เหมือนกัน เพราะสิ่งที่คำนี้บอกไม่ใช่「คุณแก่กว่าหรือเด็กกว่าฉัน」แต่คือ「คุณคือคนสำคัญของฉัน」เฉย ๆ
สรุปได้เฉียบมากครับ! ผมขอยืมประโยคนี้ไปใช้เลยนะครับ
และถ้ามองอีกมุม ก็แปลว่า mami/papi ไม่ได้ลากเรื่องลำดับอาวุโสเข้ามาในความสัมพันธ์ ต่างจาก พี่/น้อง ที่พูดปุ๊บก็ระบุลำดับกันปั๊บครับ
และภาษาไทยก็มีการใช้แบบกลับด้านเหมือนกัน:พ่อหนู/แม่หนู
ยังไม่หมดครับ ภาษาไทยมีของอีกอย่างที่ตรงกับ mami/papi แบบน่าตกใจ
นั่นคือ ผู้ใหญ่ไทยเรียกเด็กว่า 「พ่อหนู」 และ 「แม่หนู」 ครับ
・「แม่หนู มานี่ซิลูก」⇒ ผู้ใหญ่เรียกเด็กผู้หญิง
・「พ่อหนู ไปไหนมาเนี่ย」⇒ ผู้ใหญ่เรียกเด็กผู้ชาย※ราชบัณฑิตยสภาอธิบายไว้ว่า เมื่อผู้พูดมีฐานะสูงกว่าผู้ที่พูดด้วย จะไม่ใช้คำยกย่อง แต่ใช้คำที่แสดงความเมตตาเอ็นดู เช่น หนู แม่หนู พ่อหนู
ทีนี้ลองเอามาวางข้าง ๆ นิยามของ DAmer ดูนะครับ
【ภาษาสเปน — DAmer】
・ใช้เรียกเด็กเล็ก ๆ ถ้าคนพูดเป็นผู้ใหญ่ ⇒ mami(แม่)/papi(พ่อ)
・ป้ายกำกับ ⇒ afec.(แสดงความรักใคร่เอ็นดู)
【ภาษาไทย】
・ผู้ใหญ่เรียกเด็ก ⇒ แม่หนู/พ่อหนู
・เหตุผล ⇒ แสดงความเมตตาเอ็นดู
⇒ ทั้งสองภาษาหยิบคำว่า「พ่อ」「แม่」มาเรียกเด็ก และทั้งสองภาษาให้เหตุผลเดียวกันเป๊ะคือความเอ็นดู
และนี่คือจุดที่ผมบอกไว้เมื่อกี้ครับ — ภาษาไทยมีครบทั้งสองแบบ และเราใช้มันสลับกันอยู่ทุกวันโดยไม่เคยสังเกต
【แบบที่ 1:teknonymy — ลูกศรจากเด็กไปหาผู้ใหญ่】
・พ่อพูดกับแม่ว่า「แม่ไปไหนมา」
・แม่พูดถึงพ่อว่า「ไปถามพ่อสิ」
⇒ สามีภรรยาไม่ได้เป็นพ่อแม่ของกันและกัน แต่ยืมสายตาของลูกมาเรียกกัน
【แบบที่ 2:การเรียกแบบกลับด้าน — ลูกศรจากผู้ใหญ่ไปหาเด็ก】
・ผู้ใหญ่เรียกเด็กว่า「แม่หนู」「พ่อหนู」
⇒ เด็กไม่ได้เป็นพ่อแม่ของใคร แต่ผู้ใหญ่หยิบคำที่แทนฝ่ายตัวเองมาเรียกเด็กด้วยความเอ็นดู
⇒ คำว่า「พ่อ」「แม่」ตัวเดียวกันเป๊ะ วิ่งได้ทั้งสองทิศ — และ mami / papi ของสเปนก็ทำแบบเดียวกันทุกประการ
ผมว่าไม่ใช่การลอกกันแน่นอนครับ แต่เป็นเพราะมนุษย์คิดคล้ายกันตรงจุดหนึ่ง
คือเวลาเราจะแสดงความรักกับใคร เรามักจะ ดึงคนคนนั้นเข้ามาอยู่ในวงครอบครัว ครับ — ไม่ว่าจะภาษาไหน คำที่อบอุ่นที่สุดมักจะเป็นคำที่ยืมมาจากในบ้านเสมอ
papi chulo แปลว่าอะไร? — และเซอร์ไพรส์คือพจนานุกรมขึ้นเป็นคำตั้งไว้จริง ๆ
รอคำถามนี้อยู่พอดีครับ! และคำตอบมีจุดหักมุมด้วย
หลายคนคิดว่านี่เป็นแค่แสลงจากเพลง ไม่มีในพจนานุกรมหรอก — แต่ ผิดครับ มันขึ้นเป็นคำตั้งในพจนานุกรมจริง ๆ แถมสะกดติดกันเป็นคำเดียวด้วย
พจนานุกรมเขียนว่า papichulo ติดกัน ส่วน papi chulo คือรูปแปร
เปิด DLE หาคำว่า papichulo(เขียนติดกัน)จะเจอแบบนี้ครับ
papichulo
De papi y chulo.
1. m. coloq. Méx., Par. y P. Rico. Hombre que, por su atractivo físico, es objeto de deseo.คำแปล:มาจากคำว่า papi + chulo
คำนามเพศชาย「ภาษาพูด」ใช้ที่ เม็กซิโก ปารากวัย และเปอร์โตริโก = ผู้ชายที่เป็นที่ปรารถนาเพราะรูปร่างหน้าตาที่ดึงดูดใจ※อ้างอิง「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, papichulo」
และใน DAmer ก็ขึ้นคำตั้งว่า papichulo เหมือนกันครับ
papichulo
I. 1. m. Mx, RD, PR, Bo, Py. Hombre que, por su atractivo físico, es objeto de deseo de una mujer.(papi chulin; papi chulo)คำแปล:คำนามเพศชาย ใช้ที่ เม็กซิโก สาธารณรัฐโดมินิกัน เปอร์โตริโก โบลิเวีย และปารากวัย = ผู้ชายที่เป็นที่ปรารถนาของผู้หญิงเพราะรูปร่างหน้าตาที่ดึงดูดใจ
(ในวงเล็บคือรูปแปร ได้แก่ papi chulín และ papi chulo)
จุดที่ DAmer เพิ่มมาจาก DLE คือคำว่า de una mujer ครับ — พจนานุกรมระบุถึงขั้นว่าเป็นที่ปรารถนาของผู้หญิง ไม่ได้เขียนลอย ๆ ว่าเป็นที่ปรารถนาเฉย ๆ
ถ้าถือตามพจนานุกรมก็ใช่ครับ — รูปหลักคือเขียนติดกัน ส่วนแบบแยกสองคำถูกบันทึกไว้ในฐานะรูปแปรครับ
เรื่องนี้สอนอะไรเราอย่างหนึ่งด้วยนะครับ คือ 「คำที่ดูเหมือนแสลง」ไม่ได้แปลว่า「คำที่ไม่มีในพจนานุกรม」 เสมอไป ลองเปิดดูก่อนเสมอครับ
แล้ว chulo แปลว่าอะไร?
ส่วนหลังของคำคือ chulo(อ่านว่า ชู-โล)ครับ
คำนี้เป็นคำที่ความหมายแตกต่างกันมากตามประเทศ แต่ในฝั่งอเมริกา chulo ใช้ในความหมาย 「น่ารัก」「สวย」「หล่อ」 ครับ — เป็นคำชมล้วน ๆ
DAmer ให้ความหมายแรกของ chulo ในฝั่งอเมริกาไว้ว่า「บุคคลที่ดึงดูดใจ สวยงาม เฉลียวฉลาด น่าสนใจ」 ใช้ที่เม็กซิโก กัวเตมาลา ฮอนดูรัส เอลซัลวาดอร์ นิการากัว คิวบา สาธารณรัฐโดมินิกัน เปอร์โตริโก และโบลิเวีย
ดังนั้น papi + chulo เมื่อรวมกันจึงให้ภาพประมาณ 「หนุ่มหล่อที่ใคร ๆ ก็อยากได้」 ซึ่งตรงกับที่พจนานุกรมทั้งสองเล่มนิยามไว้พอดี
เกร็ดสนุก:chulo เดินทางมาจากคำที่แปลว่า「เด็ก」
DLE ระบุที่มาของ chulo ไว้ว่ามาจากภาษาอิตาลี ciullo ที่แปลว่า「เด็ก」 ซึ่งเป็นรูปตัดสั้นของคำว่า fanciullo ครับ
ลองคิดตามดูนะครับ — papi มาจากคำว่า「พ่อ」 ส่วน chulo ย้อนไปถึงคำว่า「เด็ก」 พอเอามารวมกันเป็นคำเดียว มันเลยเป็นคำที่ มีทั้ง「พ่อ」และ「ลูก」ซ่อนอยู่ในคำเดียวกัน โดยที่คนใช้ไม่รู้ตัวเลยครับ
ข้อควรระวัง:chulo ไม่ได้แปลว่า「แมงดา」อย่างที่อินเทอร์เน็ตชอบบอก
ถ้าคุณเคยเสิร์ชคำว่า papi chulo เป็นภาษาอังกฤษ คุณน่าจะเคยเจอคำอธิบายทำนองว่า「แปลว่าแมงดา」หรือ「pimp daddy」ใช่ไหมครับ
คำอธิบายนั้น ไม่ผิดทั้งหมด แต่ให้น้ำหนักผิดที่อย่างแรง ครับ
เพราะถ้าเปิด DLE ดูจริง ๆ คำว่า chulo มี 9 ความหมาย และความหมายที่แปลว่าผู้ชายที่หากินกับหญิงบริการนั้นอยู่อันดับที่ 8 ครับ ส่วนความหมาย「น่ารัก สวยงาม」อยู่อันดับ 3 และความหมาย「หน้าตาดี」ที่กำกับไว้ว่าใช้ในกัวเตมาลา ฮอนดูรัส เม็กซิโก และเปอร์โตริโก อยู่อันดับ 4
สรุปเรื่อง chulo ให้ถูกต้อง
⇒ ความหมาย「แมงดา」มีอยู่จริง แต่เป็นความหมายลำดับท้าย ๆ และเป็นความหมายฝั่งสเปน
⇒ ความหมายที่ทำงานอยู่จริงใน papichulo คือ 「หน้าตาดี น่ารัก」 ซึ่งเป็นความหมายฝั่งละตินอเมริกา
※แต่ก็ยังต้องระวังอยู่ดีครับ เพราะในสเปน chulo ยังมีน้ำเสียงไปทาง「หยิ่ง」「อวดดี」ได้ด้วย(นั่นคือความหมายอันดับ 1 ของ DLE เลย)
⇒ อย่าเอาคำว่า chulo เดี่ยว ๆ ไปใช้ชมใครถ้ายังไม่รู้ว่าคู่สนทนามาจากประเทศไหน ครับ
ทำไมคนทั้งโลกถึงรู้จักคำนี้ — เพลงจากปานามาเมื่อปี 2003
เหตุผลที่คำนี้ดังข้ามทวีปไม่ใช่เพราะพจนานุกรมครับ แต่เพราะเพลง
เดือนมิถุนายน ปี 2003 นักร้องหญิงชาวปานามาชื่อ Lorna(ชื่อเต็ม Lorna Zarina Aponte)ปล่อยซิงเกิลแรกในชีวิตออกมา ชื่อเพลง ”Papi chulo… (te traigo el mmmm)” แนวเร็กเกตอน
แล้วเพลงนี้ก็ระเบิดในยุโรปครับ
・ฝรั่งเศส ⇒ อันดับ 1
・อิตาลี ⇒ อันดับ 2
・เบลเยียม(วัลลูน)⇒ อันดับ 2
・กรีซ ⇒ อันดับ 2
・เนเธอร์แลนด์ ⇒ อันดับ 3
・สเปน ⇒ อันดับ 18
⇒ สังเกตบรรทัดสุดท้ายให้ดีครับ — เพลงภาษาสเปนเพลงนี้ ดังในประเทศที่ไม่ได้พูดภาษาสเปน มากกว่าในสเปนเองเสียอีก
ผมว่านี่คือส่วนที่เล่าอะไรได้เยอะที่สุดของเรื่องนี้เลยครับ
เพราะคนฝรั่งเศสส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเนื้อเพลงแปลว่าอะไร — คำว่า papi chulo เลยเดินทางไปทั่วโลกในฐานะ 「เสียงที่ฟังแล้วสนุก」มากกว่า「คำที่มีความหมาย」 ครับ
แล้วมีเรื่องบังเอิญที่ผมสังเกตเห็นแล้วอยากเล่าให้ฟังครับ
Lorna เป็นคนปานามา — และปานามาก็คือประเทศเดียวกับที่ DAmer ระบุไว้ว่ามีการใช้ mami แบบหยาบคายในการแทะโลมผู้หญิงบนถนนครับ
ประเทศเดียวกันครับ แต่ผมขอย้ำว่าอันนี้ เป็นแค่ความบังเอิญที่น่าสนใจ นะครับ ผมไม่ได้จะบอกว่าอย่างหนึ่งทำให้เกิดอีกอย่างหนึ่ง
ที่เล่าให้ฟังก็เพื่อให้เห็นว่า ปานามาเป็นจุดที่คำเรียกแบบนี้คึกคักเป็นพิเศษ เท่านั้นเองครับ
ข้อควรระวังก่อนเอา papi chulo ไปใช้จริง
ถึงจะมีในพจนานุกรม แต่ผมยังไม่แนะนำให้ผู้เริ่มเรียนหยิบไปใช้ทันทีครับ ด้วยเหตุผลสามข้อ
เหตุผลที่ยังไม่ควรใช้ papichulo
① มันไม่ใช่คำเรียกคนรัก แต่เป็นคำบรรยายรูปลักษณ์
⇒ นิยามคือ「ผู้ชายที่เป็นที่ปรารถนาเพราะหน้าตา」 ไม่ใช่「ที่รักของฉัน」
② ประเทศที่พจนานุกรมระบุมีจำกัด
⇒ DLE ระบุ เม็กซิโก ปารากวัย เปอร์โตริโก/DAmer เพิ่ม สาธารณรัฐโดมินิกัน และโบลิเวีย
⇒ นอกกลุ่มนี้อาจฟังแปลกหรือไม่เข้าใจ
③ มันติดภาพจากเพลงมาแน่น
⇒ พูดกับคนสเปนหลายคน เขาจะนึกถึงเพลงปี 2003 ก่อนนึกถึงคุณครับ
คำในตระกูลเดียวกันที่พจนานุกรมเก็บไว้:papito / mamita / papacito
คำตระกูลนี้ยังแตกลูกออกไปได้อีกครับ ภาษาสเปนชอบเติมหางให้คำน่ารักขึ้นมาก
และที่ผมชอบคือ DAmer ไม่ได้บอกแค่ความหมาย แต่บางคำมันบอกด้วยว่า 「ใครเป็นคนพูดคำนี้」 ครับ
・papito(ปา-ปิ-โต)⇒ รูปเล็กของ papi
※จุดที่น่าสนใจ:DAmer เขียนกำกับไว้ว่าเป็นคำที่ ผู้หญิงเป็นฝ่ายพูด(por las mujeres)
・mamita(มา-มิ-ตา)⇒ รูปเล็กของ mami
・papacito(ปา-ปา-ซิ-โต)⇒ รูปขยายความน่ารักอีกชั้น
・mamacita(มา-มา-ซิ-ตา)⇒ คู่ฝั่งหญิงของ papacito
※ข้อสังเกตสำคัญ:คำว่า mamacito ไม่มีเป็นคำตั้งใน DAmer
⇒ ถ้าเห็นคนเขียนแบบนั้น ให้เข้าใจว่าเป็นการสะกดพลาดจาก mamacita ครับ
⇒ เพราะ mamá เป็นคำเพศหญิง หางคำจึงต้องเป็น -ita ไม่ใช่ -ito
เขียนไว้จริงครับ และผมว่านี่คือรายละเอียดที่มีค่ามาก
เพราะพจนานุกรมส่วนใหญ่บอกเราแค่ว่า คำนี้แปลว่าอะไร แต่ตรงนี้มันบอกถึงขั้นว่า คำนี้ออกจากปากใคร ครับ — ข้อมูลแบบนี้หาจากตำราเรียนไม่ได้เลย
ทั้งหมดนี้เติมหางแบบ -ito / -ita ซึ่งเป็นหางคำ「ตัวเล็กน่ารัก」ที่ใช้กันทั่วภาษาสเปนครับ
หลักที่ต้องจำคือ คำเพศชายลงท้าย -ito / คำเพศหญิงลงท้าย -ita เสมอ ⇒ papi ให้ papito/mami ให้ mamita เท่านั้นครับ
สรุป:ใช้ mami / papi ยังไงให้ปลอดภัยและถูกที่
มาเก็บของกลับบ้านกันครับ
●mami =「แม่」/papi =「พ่อ」 และในละตินอเมริกาใช้เรียกแฟนหรือคู่สมรสได้ด้วย
⇒ ออกเสียง「มา-มิ」「ปา-ปิ」เน้นพยางค์หน้า และ p ต้องเป็น「ป」ไม่ใช่「พ」
●โครงสร้างพจนานุกรมสามชั้น
⇒ ชั้น 1:DLE เก็บตัวคำไว้ พร้อมป้าย afect.(แสดงความเอ็นดู)
⇒ ชั้น 2:แต่ DLE ไม่ได้เก็บการใช้เรียกแฟนหรือคู่สมรส
⇒ ชั้น 3:Diccionario de americanismos เก็บไว้ครบพร้อมรายชื่อประเทศ ⇒ นี่คือคำเรียกคนรักคำเดียวในกลุ่มที่เราเปิดรายชื่อประเทศดูได้จริง
●ข้อควรระวังสูงสุด ⇒ ที่ปานามา mami ใช้แทะโลมผู้หญิงบนถนนได้ และพจนานุกรมติดป้ายว่า หยาบคาย + ดูถูก
⇒ ห้ามใช้กับคนแปลกหน้าเด็ดขาด ใช้ได้เฉพาะกับคนที่สนิทกันจริง ๆ เท่านั้น
●การใช้แบบกลับด้าน ⇒ ผู้ใหญ่เรียกเด็กเล็กว่า mami / papi ได้ และพจนานุกรมบันทึกไว้
⇒ ตรงกับ「พ่อหนู/แม่หนู」ของไทยแบบพอดีเป๊ะ
⇒ อย่าสับสนกับ teknonymy ที่ลูกศรวิ่งกลับทาง(สามีเรียกภรรยาว่า「แม่」เพราะยืมสายตาของลูก)
●papichulo(เขียนติดกันคือรูปหลัก)⇒ มีในพจนานุกรมจริง แปลว่าผู้ชายที่เป็นที่ปรารถนาเพราะหน้าตา ⇒ ไม่ใช่คำเรียกคนรัก
ถ้าให้ผมเลือกประโยคเดียวที่อยากให้จำจากบทความนี้ ผมจะเลือกประโยคนี้ครับ
「mami / papi ไม่ได้บอกว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่บอกว่าเราสองคนสนิทกันแค่ไหน」
เพราะฉะนั้นเมื่อยังไม่สนิท คำนี้ก็จะกลายเป็นคำที่ผิดที่ผิดทางทันทีครับ
เยี่ยมมากครับ! ปิดท้ายได้สวยเลย
คุณเดินจากภาษาไทยไปถึงภาษาสเปนได้ด้วยตัวเองแล้วนะครับ — นี่แหละคือวิธีเรียนคำเรียกความรักที่ผมอยากให้ทุกคนใช้ครับ
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, mami(https://dle.rae.es/mami)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, papi(https://dle.rae.es/papi)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, papichulo(https://dle.rae.es/papichulo)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, chulo(https://dle.rae.es/chulo)」
「Real Academia Española, Diccionario de la lengua española, mamá/papá(https://dle.rae.es/mamá)」
「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, mami(https://www.asale.org/damer/mami)」
「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, papi(https://www.asale.org/damer/papi)」
「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, papichulo/papito/mamita/papacito/mamacita(https://www.asale.org/damer/papichulo)」
「Asociación de Academias de la Lengua Española, Diccionario de americanismos, chulo(https://www.asale.org/damer/chulo)」
「Tylor, Edward Burnett (1889), On a Method of Investigating the Development of Institutions; Applied to Laws of Marriage and Descent, Journal of the Anthropological Institute 18, pp. 245–272(ต้นกำเนิดของคำว่า teknonymy)」
「Teknonymy, Encyclopædia Britannica(https://www.britannica.com/topic/teknonymy)」
「สำนักงานราชบัณฑิตยสภา,「หนู」และ「คำสรรพนามในภาษาไทยสะท้อนวัฒนธรรมไทย」โดย ศ. ดร.กาญจนา นาคสกุล(http://legacy.orst.go.th/)」
「Papi Chulo… (te traigo el mmmm) — Lorna, 2003, Wikipedia(https://en.wikipedia.org/wiki/Papi_chulo…_(te_traigo_el_mmmm…))」
⇒ รวมคำเรียกความรักในภาษาสเปนทั้งหมด:mi amor, cariño, mi vida ต่างกันอย่างไร และควรใช้คำไหนกับใคร