introduction แปลว่าอะไร? “คำนำ” คือ “คำ” + “นำ” และภาษาอังกฤษก็คิดแบบเดียวกัน

Kodak
คำศัพท์ของวันนี้คือ “introduction” ครับ!

โครงสร้างคือ “intro-“(เข้าข้างใน)+ “duc”(นำ)+ “-tion”(ทำให้เป็นคำนาม)

ภาพหลักคือ “การพาเข้ามาข้างใน” ครับ พอเป็นคน ก็คือ “การแนะนำให้รู้จัก” พอเป็นหนังสือ ก็คือ “introduction” = “คำนำ, บทนำ, บทเกริ่น” นั่นเองนะครับ!

introduction แปลว่าอะไร? ภาพหลักคือ “การพาผู้อ่านเข้ามาข้างใน”

“introduction”(อ่านว่า /ˌɪntrəˈdʌkʃən/ อิน-ทระ-ดั๊ค-ชั่น【คำนาม】)แปลว่า “คำนำ, บทนำ” “การแนะนำให้รู้จัก” “การนำเข้ามาใช้เป็นครั้งแรก” ครับ

เห็นสามความหมายนี้แล้วอาจรู้สึกว่ามันคนละเรื่องกันเลย แต่จริง ๆ แล้วมันคือภาพเดียวกันหมดครับ นั่นคือ “จูงมือใครสักคนจากข้างนอก พาเดินเข้ามาข้างใน”

  • พาคนเข้ามาในวง ⇒ การแนะนำให้รู้จัก
  • พาผู้อ่านเข้ามาในเนื้อหา ⇒ คำนำ, บทนำ
  • พาของใหม่เข้ามาในสังคม ⇒ การนำเข้ามาใช้ครั้งแรก
อ๋อ… คือ “ข้างใน” ที่ว่า ไม่ได้แปลว่าในห้องอย่างเดียวเหรอครับ?
Kodak

ใช่ครับ “ข้างใน” ในที่นี้เป็นอะไรก็ได้ที่มีขอบเขตนะครับ

กลุ่มเพื่อน หนังสือหนึ่งเล่ม วงการหนึ่งวงการ ตลาดหนึ่งตลาด — ตราบใดที่มีเส้นแบ่งระหว่าง “ข้างนอก” กับ “ข้างใน” คำนี้ก็ทำงานได้หมดเลยครับ

ประโยคตัวอย่างพื้นฐานของ introduction

【คำนำ / บทนำ】
・The introduction of this book is only two pages long.
(คำนำของหนังสือเล่มนี้ยาวแค่สองหน้าเอง)
・Write a short introduction before the main body.
(เขียนบทนำสั้น ๆ ก่อนเนื้อเรื่องหลัก)

【การแนะนำให้รู้จัก】
・Let’s begin with a brief introduction.
(เริ่มจากการแนะนำตัวสั้น ๆ กันก่อนนะ)
・She gave me an introduction to her boss.
(เธอแนะนำผมให้เจ้านายของเธอรู้จัก)

【การนำเข้ามาใช้ครั้งแรก】
・The introduction of smartphones changed everything.
(การเข้ามาของสมาร์ตโฟนเปลี่ยนทุกอย่างไปหมด)

【หนังสือระดับเบื้องต้น】
・”An Introduction to Economics”
(”เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น” ※ชื่อหนังสือเรียนมักขึ้นต้นแบบนี้)

※อ้างอิงความหมายและรูปประโยคจาก Cambridge Dictionary

“คำนำ” ในภาษาไทย คือ “คำ” + “นำ” — ตรงกับ introduction แบบไม่ได้นัดกัน

ตรงนี้คือส่วนที่ผมอยากให้ทุกคนได้เห็นที่สุดครับ

คำไทยที่เราใช้เรียกส่วนแรกของรายงานคือ “คำนำ” ใช่ไหมครับ ลองแกะมันออกเป็นสองชิ้นดูนะครับ

แกะคำว่า “คำนำ”

คำ(ถ้อยคำ, ข้อความ)+ นำ(พาไปข้างหน้า, ไปก่อนโดยมีคนตาม)
⇒ แปลตรงตัวว่า “ถ้อยคำที่พาผู้อ่านเดินไปข้างหน้า”

เทียบกับ introduction
intro-(เข้าข้างใน)+ duc(นำ)+ -tion(คำนาม)
⇒ แปลตรงตัวว่า “การนำเข้าไปข้างใน”

เอ๊ะ! ทั้งสองคำมีคำว่า “นำ” อยู่ตรงกลางเหมือนกันเลยเหรอครับ?
Kodak

เหมือนกันเป๊ะเลยครับ! และสองภาษานี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยนะครับ ภาษาไทยอยู่ในตระกูลไท-กะได ส่วนละตินอยู่ในตระกูลอินโด-ยูโรเปียน คนละสายกันคนละซีกโลก

แต่ทั้งคู่กลับเลือกคำว่า “นำ” มาสร้างคำว่า “คำนำ” เหมือนกัน เพราะมนุษย์มองภาพ “ส่วนเปิดของบทความ” เป็น “คนที่เดินนำหน้าเรา” เหมือนกันครับ

งั้นคำว่า “นำ” นี่ก็เท่ากับ duc ของภาษาอังกฤษเลยสิครับ
Kodak

ถูกต้องครับ และผมอยากให้จำประโยคนี้ไว้เลยนะครับ — “นำ” ของไทย ≒ “duc” ของอังกฤษ

เพราะพยางค์เล็ก ๆ ตัวนี้จะโผล่ขึ้นมาอีกหลายรอบ ทั้งในเรื่องไฟฟ้า เรื่องการแพทย์ และเรื่องดนตรี ลองคอยสังเกตดูนะครับ

“คำนำ” กับ “บทนำ” ต่างกันยังไง? แล้วอังกฤษเรียกว่าอะไร

ภาษาไทยมีทั้ง คำนำ และ บทนำ ครับ และน่าสนใจมากว่าทั้งสองคำก็ลงท้ายด้วย “นำ” เหมือนกัน

คำนำ(คำ + นำ)
ส่วนที่ผู้เขียนพูดกับผู้อ่านโดยตรง — ทำเล่มนี้ขึ้นมาทำไม ขอบเขตแค่ไหน ขอบคุณใครบ้าง
⇒ ภาษาอังกฤษใกล้เคียงกับ preface หรือ foreword มากกว่า

บทนำ(บท + นำ)
บทแรกของเนื้อหา ที่ปูพื้นเรื่องและบอกว่าจะพูดถึงอะไร
⇒ ภาษาอังกฤษคือ introduction ตรงตัว(ในงานวิจัยคือ Chapter 1: Introduction)

※ในการใช้งานจริงเส้นแบ่งนี้ไม่ได้เข้มงวดนัก รายงานนักเรียนไทยหลายเล่มใช้ “คำนำ” ทำหน้าที่ของ introduction ไปเลยก็มีครับ

introduction กับ introduce ต่างกันยังไง?

สองคำนี้คือคำเดียวกันครับ ต่างกันแค่ ชนิดของคำ เท่านั้นเอง

ครอบครัวคำ introduce

introduce【คำกริยา】= แนะนำ, นำเข้ามา
・He introduced the new plan.(เขานำเสนอแผนใหม่)

introduction【คำนาม】= การแนะนำ, คำนำ
・the introduction of the new plan(การนำแผนใหม่เข้ามาใช้)

introductory【คำคุณศัพท์】= ซึ่งเป็นการเกริ่นนำ, ระดับเบื้องต้น
・an introductory course(คอร์สระดับเบื้องต้น)

แล้วเวลาเขียนจริง จะรู้ได้ยังไงว่าตอนไหนต้องใช้ตัวไหนครับ?
Kodak

ใช้วิธีดูคำข้างหน้าครับ ง่ายมากเลยนะครับ

ถ้าข้างหน้ามี a / the / this หรือมีบุพบทอย่าง in / for อยู่ ⇒ ต้องเป็นคำนาม introduction
ถ้าตำแหน่งนั้นเป็นที่ของกริยา(หลังประธาน หรือหลัง will/can)⇒ ต้องเป็น introduce ครับ

วิธีเขียน introduction ของเรียงความภาษาอังกฤษ

คนไทยที่ต้องเขียนเรียงความหรือรายงานภาษาอังกฤษมักจะติดตรงย่อหน้าแรกนี้แหละครับ เพราะโครงสร้างของ introduction แบบฝรั่งไม่เหมือน “คำนำ” ที่เราคุ้นเคยเสียทีเดียว

Kodak

คำนำแบบไทยมักเริ่มด้วย “รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา…” ใช่ไหมครับ

แต่ introduction แบบอังกฤษจะไม่พูดถึงตัวรายงานในประโยคแรกเลยครับ มันจะเริ่มจาก “เรื่องที่จะเล่า” ทันทีนะครับ

อ้าว… ที่ผมเคยเขียนมาตลอดนี่ใช้ไม่ได้เลยเหรอครับ?
Kodak

ไม่ถึงกับใช้ไม่ได้ครับ แค่ต้องสลับลำดับใหม่นิดหน่อยเองนะครับ

introduction ของฝรั่งมี 3 ชั้นเสมอ คือ เปิดประเด็นกว้าง ⇒ แคบลงมาที่ปัญหา ⇒ ประกาศว่าเราจะพูดอะไร เหมือนกรวยที่ค่อย ๆ แคบลงครับ

โครงกรวย 3 ชั้นของ introduction

① Hook(ประโยคเปิดที่ดึงความสนใจ)
・In recent years, …(ในช่วงไม่กี่ปีมานี้…)
・More and more people are …(คนจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ กำลัง…)

② Background(ปูพื้นเรื่อง แคบเข้าหาประเด็น)
・However, this raises a serious problem.(อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก่อให้เกิดปัญหาสำคัญ)
・One reason for this is …(สาเหตุหนึ่งคือ…)

③ Thesis statement(ประโยคหลัก บอกว่าเราจะพูดอะไร)
・This essay will discuss …(เรียงความนี้จะอภิปรายเกี่ยวกับ…)
・In this essay, I will argue that …(ในเรียงความนี้ ผมจะโต้แย้งว่า…)

※ประโยคที่สำคัญที่สุดคือ ③ ครับ ครูฝรั่งจะมองหาประโยคนี้เป็นอันดับแรกเลย

เราเคยโดนอาจารย์ตีกลับรายงานเพราะเขียน introduction แบบไทยไปเป๊ะ ๆ เลยครับ เขียนว่า “รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อ…” อาจารย์บอกว่าอ่านไม่รู้เรื่องว่าจะพูดเรื่องอะไร
Kodak

ผมเองก็เคยโดนแบบนั้นตอนเรียนป.โทที่ต่างประเทศครับ ส่งเรียงความฉบับแรกไป อาจารย์เขียนคอมเมนต์กลับมาว่า “Where’s your thesis?”

ผมงงมากเพราะคิดว่าเขียนคำนำแนะนำหัวข้อไปแล้ว แต่จริง ๆ แล้วผมเขียนแบบไทยคือเกริ่นไปเรื่อย ๆ ไม่บอกจุดยืนชัดเจน กว่าจะรู้ตัวว่าต้องใส่ thesis statement ตั้งแต่ประโยคท้ายของย่อหน้าแรกเลย ก็เสียเวลาแก้อยู่หลายฉบับเลยครับ

อ๋อ… ก็คือต้อง “บอกตอนจบตั้งแต่ต้น” เลยใช่ไหมครับ?
Kodak

พูดได้ตรงมากครับ! และนี่คือจุดที่ต่างจากวิธีเขียนแบบไทยที่สุดเลยนะครับ

เพราะ introduction แปลตรงตัวว่า “การพาเข้าไปข้างใน” ถ้าไม่บอกว่าจะพาไปไหน ผู้อ่านก็ไม่กล้าเดินตามครับ

introduction ออกเสียงยังไง? เสียงเปลี่ยนจาก introduce ตรงไหน

คำอ่านคือ /ˌɪntrəˈdʌkʃən/ แบ่งเป็น 4 พยางค์ in-tro-DUC-tion ครับ

จุดสำคัญที่สุดคือ ส่วน duc เปลี่ยนเสียงไปจากคำกริยาอย่างสิ้นเชิง

introduce = /djuːs/(ดิ้วซ์ เสียงยาว)แต่ introduction = /dʌk/(ดั๊ค เสียงสั้น)
สะกดเหมือนกันแต่เสียงคนละตัวเลยครับ คนไทยมักเผลออ่านว่า “อิน-ทระ-ดิ้ว-ชั่น” ซึ่งฝรั่งจะฟังไม่ออก

ลงน้ำหนักที่พยางค์ที่ 3(in-tro-DUC-tion)
ตำแหน่งเน้นยังอยู่ที่ราก duc เหมือนเดิม แต่ตอนนี้มันไม่ใช่พยางค์สุดท้ายแล้ว

-tion อ่านว่า “ชั่น” ไม่ใช่ “ทิ-ออน”
เสียง /ʃən/ ครับ เบาและสั้น อย่าออกเสียงหนักจนไปแย่งน้ำหนักจาก DUC

เสียงสระตัวแรกเป็นเสียงลดรูป
in-tro– ตรงกลางออกเสียงเบามาก ๆ เกือบเป็น “ทระ” กลืน ๆ ไม่ใช่ “โทร” เต็มเสียง

รากศัพท์ของ introduction:มาจาก introducere ของภาษาละติน

introduction เข้าสู่ภาษาอังกฤษราวปลายศตวรรษที่ 14 ครับ ซึ่งเก่ากว่าคำกริยา introduce เสียอีก โดยผ่านทางภาษาฝรั่งเศสเก่า

เราแปลกใจนะครับ ปกติคำกริยาน่าจะเกิดก่อนคำนามไม่ใช่เหรอ ทำไม introduction ถึงมาก่อน introduce ได้
Kodak

ผมก็เคยแปลกใจพอ ๆ กับคุณเลยครับตอนไปอ่านเจอครั้งแรก เพราะปกติเราจะคุ้นกับการที่คำนามแตกออกมาจากคำกริยา

แต่พอไปเช็ก etymonline จริง ๆ ถึงเข้าใจว่าภาษาละตินสร้างคำนามจากก้านกริยาได้โดยตรงผ่านฝรั่งเศสเก่า ไม่จำเป็นต้องรอให้คำกริยาเข้ามาในอังกฤษก่อนเสมอไป ตั้งแต่รู้เรื่องนี้ผมเลยเลิกสมมติว่าคำนามกับคำกริยาต้องเข้ามาตามลำดับตรรกะเสมอครับ

introduction (n.)
late 14c., from Old French introduccion and directly from Latin introductionem, noun of action from introducere “to lead in, bring in,” from intro- “inward, to the inside” + ducere “to lead.”

คำแปลภาษาไทย:ปลายศตวรรษที่ 14 มาจากภาษาฝรั่งเศสเก่า introduccion และมาจากภาษาละติน introductionem โดยตรง ซึ่งเป็นคำนามแสดงการกระทำของ introducere(นำเข้าไปข้างใน)ประกอบด้วย intro-(เข้าข้างใน)+ ducere(นำ)

※อ้างอิง Online Etymology Dictionary

คำนามมาก่อนคำกริยาเหรอครับ? ผมนึกว่าต้องมีกริยาก่อนสิ
Kodak

เป็นคำถามที่ดีมากครับ! เหตุผลคือภาษาอังกฤษไม่ได้ “สร้าง” คำนี้เองนะครับ แต่ ยืมมาทั้งชุด

คำนามถูกยืมเข้ามาก่อนผ่านฝรั่งเศส แล้วอีกไม่กี่สิบปีถัดมาถึงยืมคำกริยาตามมาจากละตินโดยตรงครับ

คำในตระกูล duc ที่เจอบ่อยในงานเขียน

เมื่อจับ duc = “นำ” ได้แล้ว คำนามวิชาการหลายคำจะแตกออกได้ทันทีครับ

  • conclusion ตรงข้ามกับ introduction:อันหนึ่งพาเข้า อีกอันปิดท้าย ⇒ บทสรุป
  • production:pro-(ไปข้างหน้า)+ duc + tion ⇒ การผลิต, การสร้างออกมา
  • reduction:re-(กลับหลัง)+ duc + tion ⇒ การลด, การหั่นลง
  • deduction:de-(ลงมา)+ duc + tion ⇒ การอนุมาน, การหักลบ
  • induction:in-(เข้าไปใน)+ duc + tion ⇒ การเหนี่ยวนำ, การอุปนัย
Kodak

สังเกตนะครับว่าทุกคำในลิสต์นี้เขียน -duction เหมือนกันหมดเลย

เท่ากับว่าเราเจอ “แม่พิมพ์” ของภาษาอังกฤษแล้วครับ แค่เปลี่ยนหัวคำที่บอกทิศทาง ก็ได้คำนามวิชาการเพิ่มทีละคำเลยนะครับ

คำที่เคยดูน่ากลัวกลายเป็นเรื่องง่ายไปเลยครับเนี่ย

เช็คให้ชัวร์ใน 30 วินาที: กำลังเขียน “คำนำ” หรือ “บทนำ” กันแน่?

ภาษาไทยมีทั้ง “คำนำ” และ “บทนำ” ซึ่งลงท้าย “นำ” เหมือนกัน แต่ภาษาอังกฤษแยกคนละคำ

Q1. สิ่งที่กำลังจะเขียนคืออะไร?
ผู้เขียนพูดกับผู้อ่านโดยตรง (ทำไมทำเล่มนี้ ขอบคุณใคร) → preface / foreword
≒ คำนำ (คำ + นำ)
บทแรกของเนื้อหา ปูพื้นเรื่องแล้วบอกว่าจะพูดอะไร → introduction
≒ บทนำ (บท + นำ) เช่น Chapter 1: Introduction
Q2. ตำแหน่งในประโยคคือหน้าที่ไหน?
อยู่ตำแหน่งกริยา (หลังประธาน / หลัง will, can) → introduce
เช่น He introduced the new plan.
มี a/the/this หรือบุพบทนำหน้า (คำนาม) → introduction
เช่น the introduction of the new plan
ขยายคำนาม (ระดับเบื้องต้น) → introductory
เช่น an introductory course

※ introduction ของเรียงความอังกฤษเป็นรูปกรวย 3 ชั้นเสมอ: Hook → Background → Thesis statement — ห้ามเริ่มด้วย “รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อ…” แบบคำนำไทย เพราะฝรั่งจะหา thesis ไม่เจอ

สรุป:ความหมาย รากศัพท์ และวิธีจำคำว่า introduction

introduction = “intro-(เข้าข้างใน)” + “duc(นำ)” + “-tion(คำนาม)”
⇒ ภาพหลักคือ “การพาเข้ามาข้างใน”
⇒ แปลว่า “คำนำ, บทนำ / การแนะนำให้รู้จัก / การนำเข้ามาใช้ครั้งแรก”

จุดเชื่อมกับภาษาไทย
คำนำ = “คำ” + “นำ” / บทนำ = “บท” + “นำ
คำว่า “นำ” ของไทย ทำงานเหมือน “duc” ของอังกฤษเป๊ะ

คำนำ vs บทนำ
คำนำ ≒ preface / foreword / บทนำ ≒ introduction

โครงเขียน introduction ของเรียงความ
Hook ⇒ Background ⇒ Thesis statement(กรวยที่ค่อย ๆ แคบลง)

การออกเสียง
/ˌɪntrəˈdʌkʃən/ — ระวัง duc ในคำนี้เป็นเสียงสั้น “ดั๊ค” ไม่ใช่ “ดิ้ว” แบบ introduce

แหล่งอ้างอิง
Online Etymology Dictionary(https://www.etymonline.com/word/introduction
Cambridge Dictionary(https://dictionary.cambridge.org/dictionary/english/introduction
วิกิพจนานุกรม ภาษาไทย「นำ」(https://th.wiktionary.org/wiki/นำ
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔(https://dictionary.orst.go.th/

← กลับไปที่หน้ารวมรากศัพท์ duct