โครงสร้างคือ “in-“(เข้าไปข้างใน)+ “duce”(มาจาก ducere แปลว่า “นำ”)
ภาพหลักคือ “ลากพาเข้าไปในสภาวะหนึ่ง” ครับ ซึ่งกลายเป็น “induce” = “ชักนำ, โน้มน้าว, ทำให้เกิด, เหนี่ยวนำ” นั่นเองนะครับ!
- 1 induce แปลว่าอะไร? ภาพหลักคือ “ลากพาเข้าไปในสภาวะหนึ่ง”
- 2 “เหนี่ยวนำ” คือ “เหนี่ยว” + “นำ” — ภาษาไทยประกอบคำเหมือนละตินเป๊ะ
- 3 induce ใช้ยังไง? รูปประโยคที่ต้องจำ
- 4 induce labor คืออะไร? “เหนี่ยวนำการคลอด” ในภาษาการแพทย์
- 5 induction คืออะไร? จากเตาไฟฟ้าถึงวิชาตรรกศาสตร์
- 6 induce ออกเสียงยังไง? จุดที่คนไทยมักพลาด
- 7 รากศัพท์ของ induce:มาจาก inducere ของภาษาละติน
- 8 สรุป:ความหมาย รากศัพท์ และวิธีจำคำว่า induce
induce แปลว่าอะไร? ภาพหลักคือ “ลากพาเข้าไปในสภาวะหนึ่ง”
“induce”(อ่านว่า /ɪnˈdjuːs/ อิน-ดิ้วซ์【คำกริยา】)แปลว่า “ชักนำ, ชักจูง, โน้มน้าวให้ทำ” “ทำให้เกิด, กระตุ้นให้เกิด” และในทางฟิสิกส์คือ “เหนี่ยวนำ” ครับ
โครงสร้างคือ “in-(เข้าไปข้างใน)” + “duce(นำ)” คือ “จับใครหรืออะไรบางอย่าง แล้วลากเข้าไปในสภาพที่เดิมทีเขาไม่ได้อยู่”
ประเด็นคือ ตัวที่ถูก induce ไม่ได้เดินเข้าไปเองครับ ต้องมีแรงจากข้างนอกมาลากเสมอ — จะเป็นคำพูดที่โน้มน้าว ยาที่ฉีดเข้าไป หรือสนามแม่เหล็กที่วิ่งผ่านก็ได้ทั้งนั้น
สังเกตเก่งมากครับ! ทั้งคู่ใช้ราก duce เหมือนกันเลย ต่างกันแค่หัวคำนะครับ
intro- คือ “เข้าไปในพื้นที่” ⇒ พาคนเข้ามาในวง
in- ในคำนี้คือ “เข้าไปในสภาวะ” ⇒ ลากคนเข้าไปในอารมณ์ การตัดสินใจ หรืออาการ ครับ
ประโยคตัวอย่างพื้นฐานของ induce
【โน้มน้าวให้ทำบางอย่าง】
・Nothing could induce me to change my mind.
(ไม่มีอะไรทำให้ผมเปลี่ยนใจได้หรอก)
・They induced him to sign the contract.
(พวกเขาชักจูงให้เขาเซ็นสัญญา)【ทำให้เกิดอาการหรือสภาวะ】
・This medicine may induce drowsiness.
(ยานี้อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม)
・Stress can induce headaches.
(ความเครียดทำให้ปวดหัวได้)【การแพทย์:ชักนำการคลอด】
・The doctor decided to induce labor.
(แพทย์ตัดสินใจชักนำการคลอด)【ฟิสิกส์:เหนี่ยวนำ】
・A changing magnetic field induces an electric current.
(สนามแม่เหล็กที่เปลี่ยนแปลงเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้า)※อ้างอิงความหมายและรูปประโยคจาก Cambridge Dictionary
“เหนี่ยวนำ” คือ “เหนี่ยว” + “นำ” — ภาษาไทยประกอบคำเหมือนละตินเป๊ะ
ตรงนี้คือหัวใจของบทความนี้เลยครับ
คำไทยที่ใช้แปล induce ในวิชาฟิสิกส์คือ “เหนี่ยวนำ” ใช่ไหมครับ ลองแยกออกเป็นสองชิ้นดูนะครับ
แกะคำว่า “เหนี่ยวนำ” เทียบกับ “induce”
เหนี่ยวนำ = เหนี่ยว(ดึง, รั้ง, ออกแรงลาก)+ นำ(พาไป)
⇒ แปลตรงตัวว่า “ดึงแล้วพาไป”
induce = in-(เข้าไปข้างใน)+ ducere(นำ)
⇒ แปลตรงตัวว่า “นำเข้าไปข้างใน”
สองภาษานี้ต่างก็เลือกกริยา “นำ / lead” มาเป็นแกนของคำ แล้วเติมส่วนที่บอก “แรงหรือทิศทาง” เข้าไปข้างหน้าเหมือนกัน
เจออีกแล้วครับ! และนี่คือรอบที่สองเท่านั้นเองนะครับ ยังมีอีก
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ภาษาไทยมีกริยาพยางค์เดียวชื่อ “นำ” ที่ทำหน้าที่เดียวกับราก duc ของละตินเป๊ะ ๆ แล้วทั้งสองภาษาก็ใช้มันเป็น “แกนกลาง” ในการสร้างศัพท์วิชาการเหมือนกันครับ
อีกคำที่ใช้แปล induce ก็มี “นำ” อยู่ในตัวเหมือนกัน
เวลาแปล induce ในความหมาย “โน้มน้าว” ภาษาไทยมักใช้คำว่า “ชักนำ” หรือ “ชักจูง” ครับ
และ “ชักนำ” ก็แยกได้เป็น “ชัก”(ดึง, ลาก)+ “นำ”(พาไป)อีกเหมือนกัน
●เหนี่ยวนำ = เหนี่ยว(ดึง)+ นำ ⇒ ใช้ในฟิสิกส์และการแพทย์
●ชักนำ = ชัก(ดึง)+ นำ ⇒ ใช้กับคน และในคำว่า “การชักนำการคลอด”
●ชักจูง = ชัก(ดึง)+ จูง(พาไปด้วยการจับมือ)⇒ ใช้กับการโน้มน้าวใจ
※ทั้งสามคำมีสูตรเดียวกันคือ “ดึง” + “พาไป” ซึ่งคือความหมายของ induce ตรงตัวเลยครับ
ไม่ได้ลอกครับ ฮ่า ๆ คำว่า “เหนี่ยว” กับ “นำ” เป็นคำไทยแท้ที่มีมาก่อนที่คนไทยจะรู้จักภาษาละตินเสียอีกนะครับ
มันคือสิ่งที่เรียกว่าความบังเอิญที่ไม่บังเอิญครับ เพราะมนุษย์ทุกภาษามองภาพ “การทำให้บางอย่างเกิดขึ้น” เป็น “การจับแล้วลากไป” เหมือน ๆ กัน
induce ใช้ยังไง? รูปประโยคที่ต้องจำ
1. “induce + คน + to do” โน้มน้าวให้ใครทำอะไร
รูปนี้ต้องใช้ to + กริยาช่องหนึ่ง เสมอครับ ห้ามใช้ -ing และห้ามละ to
【ตัวอย่าง】
・The advertisement induced many people to buy the product.
(โฆษณาชักจูงให้คนจำนวนมากซื้อสินค้าตัวนั้น)
・What induced you to quit your job?
(อะไรทำให้คุณตัดสินใจลาออกเหรอ?)✕ induced him buying … / ✕ induced him buy …
ให้จำคู่กับ persuade นะครับ — persuade + คน + to do ก็รูปเดียวกันเลย
ต่างกันตรงน้ำหนักครับ persuade คือพูดจนเขายอม ส่วน induce เย็นชากว่า มักมีเงื่อนไขหรือผลประโยชน์เป็นตัวล่อ จึงเจอบ่อยในข่าวธุรกิจและเอกสารทางการนะครับ
2. “induce + สภาวะ” ทำให้เกิดอาการ
เมื่อประธานเป็นสิ่งของ(ยา อาหาร ความเครียด)รูปนี้จะแปลว่า “ทำให้เกิด …” ครับ เจอบ่อยมากในฉลากยาและบทความสุขภาพ
【ตัวอย่าง】
・induce sleep(ทำให้ง่วง / ทำให้หลับ)
・induce vomiting(ทำให้อาเจียน ※ในคำเตือนบนฉลากสารเคมี)
・induce a sense of calm(ทำให้รู้สึกสงบ)
3. “-induced” ท้ายคำ แปลว่า “เกิดจาก …”
รูปนี้เป็นคำคุณศัพท์ครับ ใช้บ่อยมากในบทความวิชาการและข่าว ถ้าจับได้จะอ่านข่าวอังกฤษเร็วขึ้นเยอะเลย
【ตัวอย่าง】
・stress-induced illness(โรคที่เกิดจากความเครียด)
・drug-induced sleep(การหลับที่เกิดจากยา)
・human-induced climate change(การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์)
induce labor คืออะไร? “เหนี่ยวนำการคลอด” ในภาษาการแพทย์
หนึ่งในบริบทที่คนไทยเจอคำว่า induce บ่อยที่สุดคือเรื่องการคลอดครับ
induce labor(บริติชสะกด induce labour)หมายถึงการทำให้มดลูกบีบตัวและเริ่มกระบวนการคลอดด้วยวิธีทางการแพทย์ ก่อนที่ร่างกายจะเริ่มเอง
ในตำราสูติศาสตร์ภาษาไทย ศัพท์ที่ใช้อย่างเป็นทางการคือ “การชักนำการคลอด” ครับ ส่วนคำที่คนทั่วไปพูดกันจะเป็น “เร่งคลอด” หรือ “กระตุ้นคลอด”
ใกล้กันแต่ไม่เท่ากันครับ
ชักนำการคลอด(induction)คือทำให้การคลอดที่ยังไม่เริ่ม ให้เริ่มขึ้นครับ ส่วนการเร่งการคลอดที่เริ่มไปแล้วให้เร็วขึ้น ภาษาอังกฤษใช้อีกคำคือ augmentation นะครับ
ผมก็เคยงงจุดเดียวกันเลยครับตอนอ่านตำราภาษาอังกฤษครั้งแรก เจอคำว่า induce labor ก็อดคิดไปไม่ได้ว่าหมายถึงการ “โน้มน้าว” ให้เด็กคลอดออกมาจริง ๆ เหรอ ฟังดูแปลก ๆ
กว่าจะเข้าใจว่าจริง ๆ แล้วมันคือภาพเดียวกับที่เราคุยกันตอนต้นครับ คือ “ลากพาให้เกิดสภาวะหนึ่งขึ้นมา” แค่สภาวะนั้นเปลี่ยนจากใจคนไปเป็นร่างกายคนเท่านั้นเองครับ พอจับภาพหลักได้ทีเดียว ทุกบริบทของ induce ก็เข้าใจง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
induction คืออะไร? จากเตาไฟฟ้าถึงวิชาตรรกศาสตร์
คำนามของ induce คือ induction(/ɪnˈdʌkʃən/ อิน-ดั๊ค-ชั่น)ครับ และคำนี้แตกไปได้หลายวงการมาก
1. เตาอินดักชั่น — คำที่คนไทยใช้ทุกวันโดยไม่รู้ตัว
ในครัวไทยมี “เตาอินดักชั่น”(induction cooker)ใช้กันเยอะมากครับ และชื่อทางการภาษาไทยของมันคือ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ เตาไฟฟ้าแบบเหนี่ยวนำ
หลักการคือ ขดลวดใต้เตาสร้างสนามแม่เหล็กที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แล้ว “เหนี่ยวนำ” ให้เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นในก้นหม้อ ทำให้หม้อร้อนขึ้นเองโดยที่หน้าเตาแทบไม่ร้อนเลย
อธิบายได้เห็นภาพกว่าตำราอีกครับ! ใช่เลยนะครับ
ไฟฟ้าไม่ได้ไหลจากเตาไปหม้อโดยตรง แต่ถูก “ลากให้เกิดขึ้น” ในเนื้อโลหะของหม้อเอง ตรงกับ in-(เข้าไปข้างใน)+ duce(นำ)พอดีเป๊ะครับ
2. induction ในตรรกศาสตร์ = การให้เหตุผลแบบอุปนัย
อีกความหมายที่เจอในห้องสอบและงานวิจัยคือ induction ที่แปลว่า “การอุปนัย” ครับ คือการเก็บตัวอย่างย่อย ๆ หลายอัน แล้วลากขึ้นไปหาข้อสรุปใหญ่
induction กับ deduction ต่างกันยังไง
●induction(in- เข้าไปใน + duc นำ)= การอุปนัย
เห็นอีกา 100 ตัวเป็นสีดำ ⇒ สรุปว่า “อีกาทุกตัวสีดำ”
⇒ ลากจากตัวอย่างย่อยขึ้นไปหากฎใหญ่
●deduction(de- ลงมา + duc นำ)= การนิรนัย
รู้ว่า “อีกาทุกตัวสีดำ” ⇒ สรุปว่า “อีกาตัวนี้ก็ต้องสีดำ”
⇒ ลากจากกฎใหญ่ลงมาหากรณีเดี่ยว
※ต่างกันแค่หัวคำ in-(เข้า)กับ de-(ลง)เท่านั้นเองครับ
induce ออกเสียงยังไง? จุดที่คนไทยมักพลาด
คำอ่านคือ /ɪnˈdjuːs/(บริติช)หรือ /ɪnˈduːs/(อเมริกัน)แบ่งเป็น 2 พยางค์ in-DUCE ครับ
①ลงน้ำหนักที่พยางค์หลัง(in-DUCE)
พยางค์ in- เบามาก เกือบกลืนหาย ให้ดันเสียงไปตกที่ -duce ครับ
②ท้ายคำเป็นเสียง /s/ ไม่ใช่ /z/
induce ลงท้ายด้วยเสียง “ส” แบบไม่ก้อง ถ้าออกเป็น /z/ จะฟังคล้ายคำอื่นไปเลย
③ตัว d ต้องออกให้ชัด
คนไทยมักกลืนเสียง d จนเหลือแค่ “อิน-ยูซ” ครับ ให้แตะลิ้นที่เพดานให้ชัดเจน
④induce(ดิ้วซ์)⇔ induction(ดั๊ค-ชั่น)เสียงคนละตัว
พอเปลี่ยนเป็นคำนาม สระจะสั้นลงและตำแหน่งเน้นขยับ อย่าลากเสียงยาวติดไปด้วย
เป็นจุดที่พลาดกันเยอะมากครับ ตัวผมเองก็เคยพลาดคล้ายกันตอนพูดคำว่า produce ครับ
เผลอออกเสียงท้ายเป็น /z/ ก้อง ๆ แทนที่จะเป็น /s/ ไม่ก้อง เพื่อนชาวต่างชาติเลยได้ยินเป็นคำอื่นไปเลย กว่าจะรู้ตัวว่าออกเสียงผิดก็ตอนโดนถามกลับว่าหมายถึงอะไร ตั้งแต่นั้นมาผมเลยฝึกเน้นเสียง /s/ ท้ายคำกลุ่ม -duce ทุกคำให้ชัดเจนเป็นพิเศษเลยครับ
รากศัพท์ของ induce:มาจาก inducere ของภาษาละติน
induce เข้าสู่ภาษาอังกฤษราวปลายศตวรรษที่ 14 ครับ โดยความหมายแรกสุดคือ “นำด้วยการโน้มน้าว”
induce (v.)
late 14c., “to lead by persuasions or other influences,” from Latin inducere “lead into, bring in, introduce, conduct; persuade,” from in- “into, in, on, upon” + ducere “to lead” (from PIE root *deuk- “to lead”). Meaning “to bring about” is from early 15c.; electromagnetic sense is from 1777.คำแปลภาษาไทย:ปลายศตวรรษที่ 14 แปลว่า “นำด้วยการโน้มน้าวหรืออิทธิพลอื่น ๆ” มาจากภาษาละติน inducere ที่แปลว่า “นำเข้าไปข้างใน, พาเข้ามา, โน้มน้าว” ประกอบด้วย in-(เข้าไปใน)+ ducere(นำ)ความหมาย “ทำให้เกิดขึ้น” ปรากฏราวต้นศตวรรษที่ 15 ส่วนความหมายทางแม่เหล็กไฟฟ้าเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1777
※อ้างอิง Online Etymology Dictionary
ก็เพราะมนุษย์เพิ่งเริ่มศึกษาไฟฟ้าจริงจังในยุคนั้นเองครับ
ตอนนักวิทยาศาสตร์เจอปรากฏการณ์ใหม่ เขาไม่ได้ประดิษฐ์คำใหม่ขึ้นมา แต่หยิบคำเก่าที่แปลว่า “ลากเข้าไป” มาใช้ครับ — ซึ่งคนไทยก็ทำแบบเดียวกันตอนหยิบคำว่า “เหนี่ยว” กับ “นำ” มาต่อกันนะครับ
เช็คให้ชัวร์ใน 30 วินาที: ควรใช้ induce, introduce หรือ persuade?
ทั้งสามคำมีราก duc (นำ) ปนกัน แต่ “นำเข้าไปที่ไหน” และ “น้ำหนักของแรงโน้มน้าว” ต่างกันครับ
เช่น introduce my friend to the group
persuade + คน + to do
induce + คน + to do (ห้ามใช้ -ing)
※ คำนาม induction แยกเป็น 2 ทาง: “การอุปนัย” (เก็บตัวอย่างย่อยแล้วลากขึ้นไปหากฎใหญ่) ตรงข้ามกับ deduction “การนิรนัย” (ลากจากกฎใหญ่ลงมาหากรณีเดี่ยว) /ในฟิสิกส์ induction = เหนี่ยวนำ เช่น เตาอินดักชั่น
สรุป:ความหมาย รากศัพท์ และวิธีจำคำว่า induce
●induce = “in-(เข้าไปข้างใน)” + “duce(นำ)”
⇒ ภาพหลักคือ “ลากพาเข้าไปในสภาวะหนึ่ง”
⇒ แปลว่า “ชักนำ, โน้มน้าว, ทำให้เกิด, เหนี่ยวนำ”
●จุดเชื่อมกับภาษาไทย
เหนี่ยวนำ = “เหนี่ยว(ดึง)” + “นำ“
ชักนำ = “ชัก(ดึง)” + “นำ“
สูตรเดียวกับ in- + duce ของละตินเลย
●รูปประโยคสำคัญ
induce + คน + to do(โน้มน้าวให้ทำ ※ต้องมี to)
induce + อาการ(ทำให้เกิด…)/-induced(เกิดจาก…)
●คำที่ต้องรู้
induce labor = การชักนำการคลอด
induction cooker = เตาอินดักชั่น(เตาไฟฟ้าแบบเหนี่ยวนำ)
induction ⇔ deduction = การอุปนัย ⇔ การนิรนัย
●การออกเสียง
/ɪnˈdjuːs/ ลงน้ำหนักพยางค์หลัง(in-DUCE)ท้ายคำเป็นเสียง /s/
Online Etymology Dictionary(https://www.etymonline.com/word/induce)
Cambridge Dictionary(https://dictionary.cambridge.org/dictionary/english/induce)
ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่「Induction of Labor : การชักนำการคลอด」(https://w1.med.cmu.ac.th/obgyn/lessons/induction-of-labor/)
คลังความรู้ SciMath「การเหนี่ยวนำ (induction)」(https://www.scimath.org/)
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔(https://dictionary.orst.go.th/)