คำนี้ประกอบด้วย “ob-“(ตรงหน้า, มุ่งไปที่)+ “serv(are)”(เฝ้า, รักษาไว้)+ “-ation”(การ〜)
คอร์อิมเมจคือ “จ้องเฝ้าดูสิ่งตรงหน้าเอาไว้ ไม่ให้คลาดสายตา” จากตรงนี้เองจึงกลายเป็น “observation” = “การสังเกต” “การเฝ้าดู/เฝ้าระวัง” “ข้อสังเกต” นะครับ
สังเกตได้ดีมากครับ! และนี่แหละคือจุดที่สนุกที่สุดของคำนี้
คำยืม “ออบเซอร์เวชั่น” แทบตายไปจากภาษาไทยแล้ว เพราะเรามีคำว่า “การสังเกต” อยู่ก่อน แต่มันยังเหลือรอดเหมือนฟอสซิลอยู่ในวลีเดียว คือ “observation deck” นะครับ เดี๋ยวเราจะไล่ดูกันทีละขั้นเลย
- 1 observation แปลว่าอะไร คอร์อิมเมจคือ “เฝ้าจ้องดูเอาไว้”
- 2 “ออบเซอร์เวชั่น ภาษาอังกฤษ” ทำไมคนไทยไม่ใช้คำทับศัพท์นี้?
- 3 observation deck แปลว่าอะไร? จุดที่คำยืมนี้ยังมีชีวิตอยู่
- 4 observation ออกเสียงยังไง? 4 พยางค์ เน้นที่ “เว”
- 5 ระวังสับสน! observation / observance / observatory / observer
- 6 รากศัพท์ของ observation:ob-(ตรงหน้า)+ servare(เฝ้ารักษา)
- 7 สรุป observation ความหมาย รากศัพท์ และวิธีจำ
observation แปลว่าอะไร คอร์อิมเมจคือ “เฝ้าจ้องดูเอาไว้”
“observation”(อ่านว่า /ˌɑːb.zɚˈveɪ.ʃən/ ประมาณ “อ็อบ-เซอร์-เว้-เชิ่น” 【คำนาม】)คือคำที่แปลว่า “การสังเกต” “การเฝ้าดู・เฝ้าระวัง” และ “ข้อสังเกต・ความคิดเห็นที่ได้จากการดู”
คำนี้เป็นรูปคำนามของกริยา “observe” ครับ โครงสร้างคือ “ob-(ตรงหน้า・มุ่งไปที่)” + “serv-(เฝ้า・รักษาเอาไว้)” + “-ation(การกระทำ)” รวมกันได้คอร์อิมเมจว่า “เอาสายตาไปจับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแล้วรักษาการจ้องนั้นเอาไว้”
จุดสำคัญคือ “observation” ไม่ใช่แค่ “เห็น” นะครับ
“see” คือภาพเข้าตาเองโดยไม่ตั้งใจ แต่ “observe/observation” คือการตั้งใจจ้อง ค้างสายตาไว้ แล้วเก็บข้อมูลจากสิ่งที่เห็น ครับ
เพราะแบบนี้ คำนี้เลยเป็นคำหลักของวงการวิทยาศาสตร์และการแพทย์เลยนะครับ
ใช่ครับ! ลองนึกถึงตอนหมอบอกว่า “ให้สังเกตอาการก่อนนะ” สิครับ
ภาษาอังกฤษจะพูดว่า “The patient is under observation.” ซึ่งไม่ได้แปลว่า “มองคนไข้อยู่” แต่แปลว่า “เฝ้าดูอย่างต่อเนื่องเพื่อดูว่าจะมีอะไรเปลี่ยนไปไหม” นั่นแหละครับ ความหมาย “รักษาการจ้องเอาไว้” ของ serv- ยังอยู่ครบเลย
ประโยคตัวอย่างพื้นฐานของ “observation”
【การสังเกต・การเฝ้าศึกษา】
・Her conclusion is based on careful observation.
(ข้อสรุปของเธอมาจากการสังเกตอย่างละเอียดรอบคอบ)
・The research was done through direct observation of wild elephants.
(งานวิจัยนี้ทำโดยการสังเกตช้างป่าโดยตรง)【การเฝ้าระวัง・การเฝ้าดูอาการ】
・The patient is still under observation.
(คนไข้ยังอยู่ระหว่างการสังเกตอาการ)
・The police kept the house under observation for a week.
(ตำรวจเฝ้าจับตาดูบ้านหลังนั้นอยู่หนึ่งสัปดาห์)【ข้อสังเกต・ความคิดเห็น】
・He made an interesting observation about Thai politics.
(เขาให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเมืองไทย)【ความช่างสังเกต】
・A good detective needs strong powers of observation.
(นักสืบที่ดีต้องมีความช่างสังเกตสูง)
จะเห็นว่าความหมายทั้งหมดวิ่งออกมาจากแกนเดียวกันคือ “จ้องเอาไว้” ครับ
จ้องเพื่อเก็บข้อมูล = การสังเกต / จ้องเพื่อดูความเปลี่ยนแปลง = การเฝ้าระวัง / สิ่งที่ได้จากการจ้อง = ข้อสังเกต
“ออบเซอร์เวชั่น ภาษาอังกฤษ” ทำไมคนไทยไม่ใช้คำทับศัพท์นี้?
ถ้าลองค้นคำว่า “ออบเซอร์เวชั่น” ในภาษาไทย จะพบว่าเจอน้อยมากเมื่อเทียบกับคำยืมลงท้าย -tion ตัวอื่น
ลองเทียบกันดูครับ
คำยืมลงท้าย -tion ที่คนไทยใช้จนติดปาก
・promotion ⇒ โปรโมชั่น(ใช้ทุกวัน)
・animation ⇒ แอนิเมชั่น(ใช้ทุกวัน)
・audition ⇒ ออดิชั่น(ใช้ทุกวัน)
・collection ⇒ คอลเลคชั่น(ใช้ทุกวัน)
・function ⇒ ฟังก์ชั่น(ใช้ทุกวัน)
แต่…
・observation ⇒ ออบเซอร์เวชั่น(แทบไม่มีใครพูดเดี่ยวๆ)
เพราะภาษาไทยมีคำที่ครอบคลุมความหมายนี้ได้ 100% อยู่ก่อนแล้วครับ นั่นคือ “การสังเกต”
คำยืมมักจะเข้ามาได้ก็ต่อเมื่อภาษาปลายทาง “ยังไม่มีคำ” หรือ “คำเดิมยาว/ไม่เก๋” นะครับ แต่ “การสังเกต” สั้นกว่า ชัดกว่า และเป็นคำที่ใช้ในตำราเรียนมาตลอด คำยืมเลยไม่มีช่องว่างให้แทรกตัวเข้ามาเลย
“สังเกต” เองก็เป็นคำยืมเหมือนกัน แต่ยืมมาจากอินเดีย
จุดที่น่าสนใจคือ คำว่า “สังเกต” ในภาษาไทยเองก็ไม่ใช่คำไทยแท้ครับ
คำนี้มาจากภาษาบาลี saṅketa(สงฺเกต) และสันสกฤต saṃketa ซึ่งเดิมแปลว่า “เครื่องหมาย” “การนัดหมาย” “สัญญาณ” แล้วภาษาไทยหยิบมาใช้ในความหมาย “กำหนดไว้ หมายไว้ ตั้งใจดู จับตาดู”
พูดง่ายๆ คือคำยืมจากบาลี-สันสกฤต “เข้าเส้นชัยก่อน” ภาษาอังกฤษหลายร้อยปีครับ
พอถึงยุคที่คำอังกฤษไหลเข้าไทย ช่องความหมายนี้ถูกจองไว้เรียบร้อยแล้ว “ออบเซอร์เวชั่น” เลยไม่มีที่ยืนนะครับ
ระวังสะกดผิด! “สังเกต” ไม่ใช่ “สังเกตุ”
คนไทยจำนวนมากเขียนผิดเป็น “สังเกตุ” เพราะไปเทียบกับคำว่า “เหตุ” “ธาตุ” “ชาติ” ที่มี ต + สระอุ
แต่คำนี้มาจากบาลี “สงฺเกต”(สัง-เก-ตะ)ไม่ใช่ “สงฺเกตุ” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน จึงต้องเขียนว่า “สังเกต” เท่านั้น
※เทคนิคจำ: “สังเกต” ไม่มีสระอุ เพราะไม่ใช่ “เหตุ”
observation deck แปลว่าอะไร? จุดที่คำยืมนี้ยังมีชีวิตอยู่
“observation deck” แปลว่า “ชั้นชมวิว” “จุดชมวิว” “หอชมวิว” หรือ “ดาดฟ้าชมวิว” คือพื้นที่บนอาคารสูงที่เปิดให้คนขึ้นไปมองทิวทัศน์รอบๆ ครับ
⇒ “พื้นที่ยกระดับที่สร้างไว้เพื่อการมองโดยเฉพาะ” = ชั้นชมวิว
คำว่า “deck” เดิมหมายถึง “ดาดฟ้าเรือ” ครับ คือพื้นราบกว้างๆ ที่ยกสูงขึ้นมาให้คนยืนได้
พอเอามารวมกับ observation ก็ได้ภาพว่า “ดาดฟ้าที่มีไว้สำหรับยืนมอง” ตรงตัวเลยนะครับ
ทำไมคนไทยพูด “ออบเซอร์เวชั่นเด็ค” ได้ ทั้งที่ไม่พูด “ออบเซอร์เวชั่น” เดี่ยวๆ
เหตุผลอยู่ที่ คำนี้ไม่ได้เข้ามาในฐานะ “คำศัพท์” แต่เข้ามาในฐานะ “ชื่อสถานที่” ครับ
ตึกสูงในกรุงเทพฯ อย่างใบหยกสกาย หรือ คิง เพาเวอร์ มหานคร ต่างเขียนป้าย ตั๋ว แผนผังชั้น และข่าวประชาสัมพันธ์เป็นภาษาอังกฤษว่า “Observation Deck” คนไทยจึงรับคำนี้มาทั้งก้อน โดยไม่เคยแยกเอาคำว่า observation ออกมาใช้เดี่ยวๆ เลย
ถูกเผงเลยครับ! นี่เป็นปรากฏการณ์ที่พบได้ไม่บ่อยนัก และเรียกกันเล่นๆ ว่า “คำฟอสซิล(fossilized word)” คือคำที่ตายไปแล้วในการใช้งานทั่วไป แต่ยังติดค้างอยู่ในวลีตายตัวบางวลีเท่านั้นนะครับ
ที่โรงพยาบาลก็เห็นแบบเดียวกันครับ ป้ายเขียน “Observation Room” แต่เวลาพูด คนไทยพูดว่า “ห้องสังเกตอาการ” ตลอด ไม่มีใครพูดว่า “ห้องออบเซอร์เวชั่น” เลย
สรุปกฎการแบ่งหน้าที่ของสองคำนี้
●เวลาพูดถึง “ความคิด・การกระทำ”(นามธรรม)
⇒ ใช้ภาษาไทย “การสังเกต / สังเกตอาการ / ข้อสังเกต” 100%
●เวลาพูดถึง “ชื่อสถานที่・ป้าย・ตั๋ว”(รูปธรรม)
⇒ ใช้ภาษาอังกฤษ “Observation Deck / Observation Room” ทั้งก้อน
⇒ คำเดียวกัน แต่แบ่งกันทำงานตาม “บริบท” ไม่ใช่ตาม “ความหมาย”
เพื่อนร่วมตระกูลของ observation deck
“observation + คำนาม” เป็นสูตรที่ใช้สร้างคำเรียกสถานที่หรืออุปกรณ์สำหรับ “เฝ้ามอง” ได้อีกหลายคำครับ
- observation tower:หอคอยชมวิว・หอสังเกตการณ์
- observation post:จุดสังเกตการณ์(ศัพท์ทหาร)
- observation car:ตู้รถไฟชมวิว(กระจกกว้างพิเศษ)
- observation wheel:ชิงช้าสวรรค์ชมวิว(เช่น London Eye)
- observation ward:หอผู้ป่วยสังเกตอาการ
- observation balloon:บอลลูนตรวจการณ์
observation ออกเสียงยังไง? 4 พยางค์ เน้นที่ “เว”
คำนี้เป็นคำที่คนไทยออกเสียงผิดกันบ่อยมาก เพราะเรารับมาจากรูปเขียนภาษาไทยว่า “ออบเซอร์เวชั่น” ซึ่งวางน้ำหนักผิดตำแหน่งครับ
observation
UK:/ˌɒb.zəˈveɪ.ʃən/ US:/ˌɑːb.zɚˈveɪ.ʃən/
แบ่งพยางค์:ob・ser・VA・tion(4 พยางค์)
เทียบเสียงไทยคร่าวๆ:“อ็อบ-เซอร์-เว้-เชิ่น” โดยกดน้ำหนักลงที่ “เว้(VA)”
จุดพลาดที่ 1:น้ำหนักอยู่พยางค์ที่ 3 ไม่ใช่พยางค์สุดท้าย
ภาษาไทยเป็นภาษาที่มักลงน้ำหนักที่พยางค์ท้าย บวกกับรูปเขียน “ออบเซอร์เวชั่น” ที่มีไม้เอกอยู่ท้ายคำ ทำให้คนไทยเผลอเน้นที่ “ชั่น” ครับ
แต่ภาษาอังกฤษเน้นที่ “VA(เว)” ส่วน “-tion” ต้องเบาลงและกลืนหายไป
ตรงนี้มีกฎทองที่ใช้ได้กับทุกคำที่ลงท้ายด้วย -ation เลยครับ!
“คำที่ลงท้าย -tion ให้เน้นพยางค์ที่อยู่ติดหน้า -tion เสมอ”
・educAtion(เอ็ด-ยู-เค้-เชิ่น)
・informAtion(อิน-เฟอร์-เม้-เชิ่น)
・situAtion(ซิ-ชู-เอ้-เชิ่น)
・observAtion(อ็อบ-เซอร์-เว้-เชิ่น)
จำกฎเดียวใช้ได้เป็นร้อยคำเลยนะครับ
คำถามดีมากครับ! “observe” /əbˈzɜːv/ เน้นพยางค์ที่ 2(เอิบ-เซิร์ฟ)
พอเติม -ation เข้าไป ตำแหน่งเน้นจะขยับไปข้างหลัง กลายเป็น อ็อบ-เซอร์-เว้-เชิ่น ครับ นี่คือเรื่องปกติของภาษาอังกฤษ อย่าจำแค่รูปคำ ให้จำตำแหน่งเน้นไปด้วยนะครับ
จุดพลาดที่ 2:”s” ในคำนี้ออกเสียง /z/ ไม่ใช่ /s/
เขียนว่า observation แต่ออกเสียงเป็น /z/ ครับ ไม่ใช่ “ออบ-เซอ” แบบเสียง ซ ธรรมดา แต่เป็นเสียงที่ต้องสั่นเส้นเสียงด้วย
ภาษาไทยไม่มีเสียง /z/ เราจึงเผลอออกเป็น ซ(/s/)ทุกครั้ง
1. เอามือแตะที่ลำคอ
2. ออกเสียง “ซ์—” ยาวๆ(มือจะไม่รู้สึกสั่น)
3. คงลิ้นไว้ที่เดิม แล้ว “เปิดเสียง” ให้คอสั่น(มือจะรู้สึกสั่นเป็นเสียง “ซซซ” แบบผึ้งบิน)
⇒ นั่นคือ /z/ ครับ ลองใส่เข้าไปใน ob-zer-va-tion ดูนะครับ
จุดพลาดที่ 3:”-tion” คือ “เชิ่น” ไม่ใช่ “ชั่น” ที่ชัดเจน
สระในพยางค์ “-tion” คือ schwa /ə/ ซึ่งเป็นเสียงที่เบาและคลุมเครือที่สุดในภาษาอังกฤษครับ
รูปเขียนไทย “ชั่น” ทำให้เราออกเสียงสระ “อะ” ชัดเกินไป ลองลดให้เหลือแค่ “เชิ่น” แบบแทบไม่มีสระ จะใกล้เคียงของจริงมากกว่า
จุดพลาดที่ 4:ตัวสะกดท้ายต้องเป็น “น” ไม่ใช่ “ง”
คนไทยหลายคนออกเสียงท้ายคำเป็น “-ชั่ง” โดยไม่รู้ตัว เพราะภาษาไทยมีคำลงท้าย -ง เยอะ
แต่ /n/ ต้องเอาปลายลิ้นแตะเพดานหลังฟันบนแล้วค้างไว้ครับ ถ้าปล่อยลิ้นลอย เสียงจะกลายเป็น /ŋ/(ง)ทันที
ใช่เลยครับ! และนี่คือด้านที่ “อันตราย” ของคำทับศัพท์นะครับ
ข้อดีคือช่วยให้จำคำได้เร็ว แต่ข้อเสียคือมันฝังเสียงผิดลงไปในหัวเราตั้งแต่ก่อนเรียนคำนั้นจริงๆ
เจอคำทับศัพท์เมื่อไหร่ ให้เช็ก IPA ทุกครั้งนะครับ จะประหยัดเวลาแก้เสียงทีหลังไปได้เยอะเลย
ระวังสับสน! observation / observance / observatory / observer
“observe” แตกลูกออกมาเป็นคำนามหลายตัว และแต่ละตัวความหมายไม่เหมือนกันเลยครับ
โดยเฉพาะคู่ observation กับ observance ที่หน้าตาคล้ายกันมาก แต่ใช้แทนกันไม่ได้เด็ดขาดนะครับ
แยกให้ออกใน 4 คำ
observation ⇒ “การจ้องดูเพื่อเก็บข้อมูล” = การสังเกต, ข้อสังเกต
observance ⇒ “การจ้องดูกฎแล้วทำตาม” = การถือปฏิบัติตามกฎ・ประเพณี・พิธีทางศาสนา
observatory ⇒ “สถานที่สำหรับจ้องดู” = หอดูดาว, หอสังเกตการณ์
observer ⇒ “คนที่จ้องดู” = ผู้สังเกตการณ์
【เทียบประโยค】
・His observation of the stars lasted ten years.
(การเฝ้าสังเกตดวงดาวของเขากินเวลาสิบปี)※เก็บข้อมูล
・Strict observance of the rules is required.
(ต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด)※ทำตามกฎ
・We visited an observatory in Chiang Mai.
(เราไปเยี่ยมชมหอดูดาวที่เชียงใหม่)※สถานที่
・She attended the meeting as an observer.
(เธอเข้าร่วมประชุมในฐานะผู้สังเกตการณ์)※คน
คำถามคมมากครับ! คำตอบอยู่ในรากศัพท์เลยครับ
เพราะเดิมที “observe” แปลว่า “ทำตาม・รักษาไว้” มาก่อน แล้วค่อยกลายมาเป็น “สังเกต” ทีหลัง นะครับ
ลองไปดูประวัติของคำนี้กันครับ น่าสนใจมาก!
รากศัพท์ของ observation:ob-(ตรงหน้า)+ servare(เฝ้ารักษา)
“observation” มาจากภาษาละติน observātiō ซึ่งมาจากกริยา observāre อีกที โดยแยกได้เป็น
+
servāre(เฝ้าระวัง, รักษาไว้, ปกป้อง)
↓
observāre = “เฝ้าระวังสิ่งที่อยู่ตรงหน้า, ใส่ใจ, ทำตาม”
เว็บพจนานุกรมรากศัพท์ “Online Etymology Dictionary” ระบุเรื่องที่มาของคำนี้ไว้ว่า
observation (n.)
late 14c., “performance of a religious rite,” from Old French observation and directly from Latin observationem (nominative observatio) “a watching over, observance, investigation,” noun of action from past-participle stem of observare “watch over, note, heed, look to, attend to, guard, regard, comply with,” from ob “in front of, before” + servare “to watch, keep safe,” from PIE root *ser- (1) “to protect.”คำแปลไทย:ปลายศตวรรษที่ 14 เดิมแปลว่า “การประกอบพิธีทางศาสนา” มาจากภาษาฝรั่งเศสเก่า observation และมาจากภาษาละติน observationem โดยตรง ซึ่งแปลว่า “การเฝ้าดู, การถือปฏิบัติ, การสืบสวน” เป็นคำนามแสดงการกระทำที่มาจาก observare(เฝ้าดู, จดจำ, ใส่ใจ, ดูแล, เฝ้ายาม, ปฏิบัติตาม)ประกอบด้วย ob(ตรงหน้า, ก่อน)+ servare(เฝ้าดู, รักษาให้ปลอดภัย)ซึ่งมาจากรากภาษาอินโด-ยูโรเปียนดั้งเดิม *ser-(ปกป้อง)
※อ้างอิง「Online Etymology Dictionary」
จุดที่น่าทึ่งคือ ตอนคำนี้เข้าอังกฤษใหม่ๆ ในศตวรรษที่ 14 มันไม่ได้แปลว่า “สังเกต” เลยครับ แต่แปลว่า “การประกอบพิธีทางศาสนา” ต่างหาก
เพราะ “รักษากฎเกณฑ์เอาไว้ให้ครบถ้วน” คือความหมายดั้งเดิมของ servare นะครับ ความหมาย “จ้องดู・สังเกต” เพิ่งมาเกิดในช่วงปี ค.ศ. 1550 โน่นเลย
รากอินโด-ยูโรเปียน:*ser-(ปกป้อง, เฝ้ารักษา)
↓
ละติน:servāre(เฝ้าระวัง, รักษาไว้)
↓(เติม ob- = ตรงหน้า)
ละติน:observāre(เฝ้าระวังสิ่งตรงหน้า, ปฏิบัติตาม)
↓(ผ่านฝรั่งเศสเก่าเข้าอังกฤษ ปลายศตวรรษที่ 14)
อังกฤษกลาง:observation(การประกอบพิธี, การถือปฏิบัติ)
↓(ราวปี 1550)
อังกฤษ:observation(การเฝ้าดู, การสังเกต)
↓(ราวปี 1590)
อังกฤษปัจจุบัน:observation(ข้อสังเกต, ความเห็นจากการสังเกต)
ญาติของ observation:preserve, conserve, reserve
เมื่อรู้ว่าแกนของคำคือ servare(เฝ้ารักษาไว้) เราก็จะเห็นครอบครัวใหญ่ของมันทันทีครับ
- preserve:pre-(ล่วงหน้า)+ serve(รักษา)⇒ ถนอม, สงวนรักษา(เช่น อาหารแช่แข็ง, เขตอนุรักษ์)
- conserve:con-(รวมกัน・เต็มที่)+ serve ⇒ อนุรักษ์, ประหยัดพลังงาน
- reserve:re-(กลับ・เก็บไว้ข้างหลัง)+ serve ⇒ จอง, สำรองไว้
- reservoir:ที่ที่ “สำรองน้ำ” ไว้ ⇒ อ่างเก็บน้ำ
- observe:ob-(ตรงหน้า)+ serve ⇒ เฝ้าดู, สังเกต
ตรงนี้คือกับดักครับ! คำตอบคือ ไม่ใช่ญาติกันนะครับ
ภาษาละตินมีคำหน้าตาคล้ายกันอยู่ 2 คำครับ
・servāre(เฝ้ารักษา)⇒ observe, preserve, conserve, reserve
・servīre(รับใช้ มาจาก servus = ทาส)⇒ serve, service, servant
สะกดใกล้กันมากจนคนสับสน แต่เป็นคนละคำ คนละความหมายตั้งแต่ต้นครับ
🧭 เช็ก 30 วินาที: จะพูด “observation” เป็นไทยหรือทับศัพท์?
คำเดียวกันแบ่งหน้าที่กันตามบริบท ลองหาว่าประโยคของคุณตรงกับข้อไหน
ใช้ไทย 100% ไม่มีใครพูดทับศัพท์
ทับศัพท์ทั้งก้อน เพราะเข้ามาเป็นป้ายชื่อ ไม่ใช่คำศัพท์
การถือปฏิบัติ ไม่ใช่การสังเกต
หอดูดาว, หอสังเกตการณ์
ผู้สังเกตการณ์
※ ระวังสะกดผิด: เขียนว่า สังเกต ไม่ใช่ สังเกตุ (ไม่มีสระอุ)
สรุป observation ความหมาย รากศัพท์ และวิธีจำ
สรุปทุกอย่างเกี่ยวกับ “observation” ไว้ให้แล้วครับ
●“observation” = “ob-(ตรงหน้า)” + “servare(เฝ้ารักษา)” + “-ation(การ〜)”
⇒ คอร์อิมเมจ「จ้องเฝ้าดูสิ่งตรงหน้าเอาไว้ ไม่ให้คลาดสายตา」
⇒ แปลว่า「การสังเกต」「การเฝ้าดู・เฝ้าระวัง」「ข้อสังเกต」
●ภาษาไทยใช้ “การสังเกต” เกือบ 100% เพราะคำยืมจากบาลี “สงฺเกต” เข้าเส้นชัยก่อนภาษาอังกฤษหลายร้อยปี
⇒ อย่าลืม! เขียนว่า “สังเกต” ไม่ใช่ “สังเกตุ”
●คำยืม “ออบเซอร์เวชั่น” เหลือรอดแบบฟอสซิลในวลี observation deck(ชั้นชมวิว)
⇒ เพราะเข้ามาในฐานะ “ป้ายชื่อสถานที่” ไม่ใช่ “คำศัพท์” ที่ใช้พูด
●การออกเสียง:ob・ser・VA・tion เน้นพยางค์ที่ 3
⇒ s ออกเป็น /z/, -tion ออกเบาๆ ว่า “เชิ่น”, ปิดท้ายด้วย น ไม่ใช่ ง
⇒ กฎทอง:คำลงท้าย -tion เน้นพยางค์ที่อยู่ติดหน้า -tion เสมอ
●อย่าสับสน:observation(สังเกต)/ observance(ถือปฏิบัติตามกฎ)/ observatory(หอดูดาว)/ observer(ผู้สังเกตการณ์)
ครั้งต่อไปที่ขึ้นตึกสูงแล้วเห็นป้าย “Observation Deck” ลองนึกถึงเรื่องนี้ดูนะครับ
คำภาษาละตินอายุสองพันปีที่แปลว่า “เฝ้ารักษาสิ่งตรงหน้า” เดินทางผ่านฝรั่งเศส ผ่านอังกฤษ มาจนถึงป้ายบนชั้น 78 ในกรุงเทพฯ แล้วยืนอยู่ตรงนั้นในฐานะคำสุดท้ายที่ยังไม่ถูกภาษาไทยกลืน
รู้ที่มาแล้ว คำศัพท์จะติดหัวขึ้นอีกเยอะเลยนะครับ!
「Online Etymology Dictionary(https://www.etymonline.com/word/observation)」
「Wiktionary “observation”(https://en.wiktionary.org/wiki/observation)」
「Wiktionary “observation deck”(https://en.wiktionary.org/wiki/observation_deck)」
「วิกิพจนานุกรม “สังเกต”(https://th.wiktionary.org/wiki/สังเกต)」
「Wiktionary ภาษาละติน “servo”(https://en.wiktionary.org/wiki/servo)」