คำนี้ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ “des-” (เอาออก, ยกออกไป) + “sert” (เสิร์ฟ, ยกอาหารมาให้) นะครับ
ภาพหลักของคำนี้คือ “ยกของที่เสิร์ฟไปแล้วออกจากโต๊ะ” นั่นก็คือ “dessert” = ของหวานที่ยกมาเสิร์ฟหลังเก็บโต๊ะเรียบร้อยแล้ว นั่นเองครับ
- 1 dessert แปลว่าอะไร? ภาพหลักคือ “เก็บโต๊ะแล้วค่อยยกมา”
- 2 “เดสเสิร์ต” กับ “ของหวาน” ในภาษาไทย ต่างกันตรงไหน?
- 3 เดสเสิร์ต ภาษาอังกฤษ สะกดยังไง? ทำไมต้องมี s สองตัว
- 4 dessert desert ต่างกันยังไง? จริงๆ แล้วมีถึง 3 คำ
- 5 dessert ออกเสียงยังไง? กับดักที่มาจากคำทับศัพท์ไทย
- 6 รู้จัก “ครอบครัว serv” แล้วจะจำ dessert ได้แน่นขึ้น
- 7 สรุป: dessert แปลว่าอะไร และจำยังไงไม่ให้ลืม
dessert แปลว่าอะไร? ภาพหลักคือ “เก็บโต๊ะแล้วค่อยยกมา”
“dessert (อ่านว่า /dɪˈzɜːt/ ประมาณ ดิ-เซิ้ท【คำนาม】)” แปลว่า “ของหวาน” หรือ “อาหารจานสุดท้ายของมื้อ ที่เป็นของหวาน เช่น เค้ก ไอศกรีม ผลไม้”
คำนี้ประกอบด้วย “des- (เอาออก, ยกออก)” + “sert (จาก serv = เสิร์ฟ, รับใช้)” โดยมีภาพร่วมกันคือ “เอาสิ่งที่เสิร์ฟไปแล้วออกไป” ครับ
ลองนึกภาพร้านอาหารฝรั่งเศสสมัยก่อนนะครับ
พอกินคอร์สหลักเสร็จ พนักงานจะเก็บจาน เก็บช้อนส้อม เก็บผ้าปูโต๊ะออกให้หมดก่อน แล้วค่อยยก “ของหวานชุดใหม่” เข้ามาวางบนโต๊ะที่โล่งสะอาด
“การเก็บโต๊ะออก” ในภาษาฝรั่งเศสคือ desservir ครับ และคำว่า dessert ก็เกิดจากตรงนี้เลยครับ
ใช่เลยครับ! นี่คือจุดที่หลายคนไม่เคยรู้
รากศัพท์ของ dessert ไม่มีคำว่า “หวาน” อยู่เลยแม้แต่นิดเดียว มันบอกแค่ “ตำแหน่งในมื้ออาหาร” ว่ามาทีหลังสุด ส่วนที่ว่าจะหวานหรือไม่หวานนั้นเป็นเรื่องที่มาทีหลังนะครับ
ประโยคตัวอย่างพื้นฐานของ “dessert”
【ของหวานปิดท้ายมื้อ】
・What would you like for dessert?
(คุณอยากรับอะไรเป็นของหวานดีครับ?)
・We had ice cream for dessert.
(เรากินไอศกรีมเป็นของหวาน)【พูดถึงของหวานแบบรวมๆ】
・This restaurant is famous for its desserts.
(ร้านอาหารร้านนี้มีชื่อเสียงเรื่องของหวาน)
・I’m too full for dessert.
(อิ่มเกินกว่าจะกินของหวานไหวแล้ว)【คำที่มักใช้คู่กัน】
・dessert menu (เมนูของหวาน) / dessert spoon (ช้อนของหวาน) / dessert wine (ไวน์หวานสำหรับดื่มคู่ของหวาน)
“เดสเสิร์ต” กับ “ของหวาน” ในภาษาไทย ต่างกันตรงไหน?
คำถามดีมากครับ! จริงๆ แล้วสองคำนี้ “ทับซ้อนกัน แต่ไม่เท่ากัน” ครับ
เดสเสิร์ต เป็นคำทับศัพท์ที่ยืมเสียงมาจาก dessert ตรงๆ เรามักใช้ในบริบทคาเฟ่ เบเกอรี่ ร้านอาหารฝรั่ง เช่น “ร้านนี้เดสเสิร์ตอร่อย”
ส่วน ของหวาน เป็นคำไทยแท้ที่ประกอบจาก “ของ” (สิ่งของ) + “หวาน” (รสหวาน) แปลตรงตัวว่า “สิ่งที่มีรสหวาน” ครอบคลุมทั้งลอดช่อง ทับทิมกรอบ บัวลอย ไปจนถึงเค้กช็อกโกแลตนะครับ
สรุปความต่างของ 3 คำ
●เดสเสิร์ต (คำทับศัพท์จาก dessert)
⇒ ให้ความรู้สึกเป็นของหวานสไตล์ตะวันตก / คาเฟ่ / ร้านอาหารในโรงแรม
●ของหวาน (ของ + หวาน = สิ่งที่มีรสหวาน)
⇒ คำกลางๆ ใช้ได้ทั้งขนมไทยและขนมฝรั่ง ตรงกับ dessert มากที่สุด
●ขนม
⇒ กว้างกว่านั้นอีก รวมของกินเล่นที่ไม่ได้เสิร์ฟท้ายมื้อด้วย ซึ่งภาษาอังกฤษมักตรงกับ snack / sweets มากกว่า dessert
ถูกต้องเลยครับ! ตรงนี้แหละคือกับดักที่คนไทยพลาดบ่อยที่สุดนะครับ
เพราะ dessert ผูกกับ “มื้ออาหาร” เสมอ ถ้าไม่มีมื้อหลักมาก่อน ฝรั่งจะไม่เรียกว่า dessert ครับ
・กินเค้กปิดท้ายมื้อเย็น ⇒ dessert ✓
・กินเค้กตอนบ่ายเฉยๆ ⇒ a snack / some cake / a sweet treat ✓
ถ้าพูดว่า “I had dessert at 3 p.m.” ฝรั่งจะงงนิดหน่อยว่า “อ้าว แล้วมื้อไหนล่ะ?” นะครับ
เดสเสิร์ต ภาษาอังกฤษ สะกดยังไง? ทำไมต้องมี s สองตัว
คำตอบคือ d-e-s-s-e-r-t ครับ จุดที่ต้องระวังที่สุดคือ ตัว s มี 2 ตัวติดกัน ไม่ใช่ตัวเดียว
เหตุผลไม่ได้มาจากความบังเอิญนะครับ แต่มาจากโครงสร้างของคำโดยตรง
⇒ เพราะเป็น “des-“ (เอาออก) + “sert” (เสิร์ฟ)
⇒ s ตัวแรกเป็นของส่วนหน้า s ตัวหลังเป็นของ “serv” ⇒ des + sert = dessert
พอรู้ที่มาแบบนี้แล้ว จะจำง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
“des” ตัวหนึ่ง + “sert” อีกตัวหนึ่ง มาชนกันพอดี s เลยกลายเป็น 2 ตัวโดยธรรมชาตินะครับ
นอกจากเหตุผลทางรากศัพท์แล้ว เจ้าของภาษาเองก็มี “เทคนิคช่วยจำ” ที่ใช้สอนกันในโรงเรียนด้วยครับ ลองเลือกอันที่ถูกใจไปใช้ได้เลย
・“Dessert has two S’s because you always want a Second Serving.”
(ของหวานมี s สองตัว เพราะกินแล้วอยากขอ “อีกจาน” เสมอ)
・Strawberry Shortcake ⇒ SS
(นึกถึงชื่อขนมที่ขึ้นต้นด้วย S สองคำ ก็จะจำได้ว่า dessert มี s สองตัว)
・desert มี s ตัวเดียว เพราะทะเลทรายมีแค่ Sand
(ทะเลทรายมีแค่ “ทราย” อย่างเดียว s เลยมีตัวเดียว)
มีอีกจุดที่อยากเตือนคนไทยโดยเฉพาะครับ
คำทับศัพท์ไทย “เดสเสิร์ต” เขียนด้วยอักษรไทย ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่อง s หนึ่งตัวหรือสองตัวเลย เราเลยไม่เคยต้องคิดเรื่องนี้ตอนพูดไทย
แต่พอไปเขียนภาษาอังกฤษจริงๆ เช่น เขียนอีเมล เขียนป้ายเมนู หรือทำข้อสอบ ปัญหานี้จะโผล่มาทันทีนะครับ เพราะฉะนั้น “ตอนพูดไม่ต้องกังวล แต่ตอนเขียนต้องระวัง” ครับ
dessert desert ต่างกันยังไง? จริงๆ แล้วมีถึง 3 คำ
นี่คือคำตอบที่น่าประหลาดใจที่สุดของบทความนี้เลยครับ
desert กับ dessert ไม่ได้มาจากรากเดียวกันเลยครับ หน้าตาคล้ายกันเป็นเรื่องบังเอิญล้วนๆ นะครับ!
มาดูกันทีละคำครับ
1. dessert (คำนาม) = ของหวาน
อ่านว่า /dɪˈzɜːt/ (UK) หรือ /dɪˈzɝːt/ (US) ⇒ ประมาณ “ดิ-เซิ้ท” เน้นเสียงพยางค์หลัง
รากศัพท์: des- (เอาออก) + servir (เสิร์ฟ) ⇒ “เก็บโต๊ะแล้วค่อยยกของหวานมา”
・We ordered a chocolate cake for dessert.
(เราสั่งเค้กช็อกโกแลตเป็นของหวาน)
2. desert (คำนาม) = ทะเลทราย
อ่านว่า /ˈdez.ət/ (UK) หรือ /ˈdez.ɚt/ (US) ⇒ ประมาณ “เด๊ส-เสิท” เน้นเสียงพยางค์แรก
รากศัพท์: มาจากภาษาละติน desertum ที่แปลว่า “สิ่งที่ถูกทอดทิ้ง” ⇒ “ดินแดนที่ถูกทิ้งร้าง ไม่มีใครอยู่” ⇒ ทะเลทราย
・The Sahara is the largest hot desert in the world.
(ทะเลทรายสะฮาราเป็นทะเลทรายร้อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก)
3. desert (คำกริยา) = ทอดทิ้ง, ละทิ้ง, หนีทัพ
อ่านว่า /dɪˈzɜːt/ ⇒ เน้นเสียงพยางค์หลัง (เสียงเหมือน dessert เป๊ะ!)
รากศัพท์เดียวกับข้อ 2 คือ “ทิ้งให้ร้าง” แต่ใช้เป็นกริยา
・He deserted his family and moved abroad.
(เขาทอดทิ้งครอบครัวแล้วย้ายไปต่างประเทศ)
・Two soldiers deserted during the night.
(ทหารสองนายหนีทัพไปในตอนกลางคืน)
ใช่ครับ! ภาษาอังกฤษมีคำแบบนี้เยอะเลยนะครับ
กฎคร่าวๆ คือ คำนามมักเน้นพยางค์แรก ส่วนคำกริยามักเน้นพยางค์หลัง เช่น record (RE-cord = แผ่นเสียง / re-CORD = บันทึก) หรือ present (PRE-sent = ของขวัญ / pre-SENT = นำเสนอ)
desert ก็เป็นสมาชิกของกลุ่มนี้ครับ
ตารางเทียบ 3 คำ ให้เห็นชัดๆ
●dessert (s 2 ตัว) ⇒ /dɪˈzɜːt/ ดิ-เซิ้ท ⇒ ของหวาน (คำนาม)
⇒ รากศัพท์: des- (เอาออก) + serv (เสิร์ฟ)
●desert (s 1 ตัว) ⇒ /ˈdezət/ เด๊ส-เสิท ⇒ ทะเลทราย (คำนาม)
⇒ รากศัพท์: de- + serere (เชื่อมต่อ) ⇒ “ตัดขาด, ทิ้งร้าง”
●desert (s 1 ตัว) ⇒ /dɪˈzɜːt/ ดิ-เซิ้ท ⇒ ทอดทิ้ง, หนีทัพ (คำกริยา)
⇒ รากศัพท์เดียวกับทะเลทราย
※จำง่ายๆ: s สองตัว = อร่อย / s ตัวเดียว = แห้งแล้งกับการทอดทิ้ง
ถูกต้องครับ! และมีเกร็ดสนุกอีกอย่างหนึ่งนะครับ
มีสำนวนภาษาอังกฤษว่า “get one’s just deserts” แปลว่า “ได้รับผลกรรมสมกับที่ทำไว้”
คำว่า deserts ตรงนี้สะกดด้วย s ตัวเดียว แต่ออกเสียง /dɪˈzɜːts/ เหมือน desserts เลย! เจ้าของภาษาเองยังสะกดผิดเป็น “just desserts” กันบ่อยมากครับ
ที่น่าสนใจคือ deserts ตัวนี้มาจากคำว่า deserve (สมควรได้รับ) ซึ่งเป็นญาติกับ dessert เพราะมี “serv” อยู่เหมือนกันนะครับ
dessert ออกเสียงยังไง? กับดักที่มาจากคำทับศัพท์ไทย
เสียงมาตรฐานคือ /dɪˈzɜːt/ (UK) และ /dɪˈzɝːt/ (US) ครับ มีจุดต้องระวัง 3 ข้อ
จุดที่ 1: เน้นเสียงที่พยางค์หลัง ไม่ใช่พยางค์แรก
นี่คือจุดสำคัญที่สุดครับ พยางค์แรก “de-” ต้องออกเสียงเบาและสั้นมาก เหมือนแค่ “ดิ” ผ่านๆ แล้วไปลงน้ำหนักเต็มๆ ที่ “-ssert“
ตรงนี้แหละครับที่คำทับศัพท์ไทยกลายเป็นกับดัก
เวลาเราพูดภาษาไทยว่า “เดสเสิร์ต” เรามักจะออกเสียงพยางค์แรกหนักและชัดเจน เพราะภาษาไทยไม่ได้เน้นเสียงแบบภาษาอังกฤษ
แต่ถ้าเอานิสัยนี้ไปพูดภาษาอังกฤษ มันจะกลายเป็น “DE-sert” ซึ่งแปลว่าทะเลทราย ทันทีเลยนะครับ!
ในทางทฤษฎีก็ใช่ครับ (ฮ่าๆ) แต่ในสถานการณ์จริงเขาเดาได้จากบริบทอยู่แล้วนะครับ
แค่ถ้าอยากพูดให้เป๊ะ ให้จำภาพง่ายๆ ว่า “ของหวานอยู่ท้ายมื้อ เสียงหนักก็อยู่ท้ายคำ” ก็จะจำได้ไม่ยากเลยครับ
จุดที่ 2: ตัว s ออกเสียงเป็น /z/ ไม่ใช่ /s/
แม้จะเขียน ss ติดกัน แต่เสียงที่ออกมาคือเสียง “ซ” แบบก้อง /z/ ครับ (คล้ายเสียงผึ้งบิน) ไม่ใช่เสียง “ส” แบบไม่ก้อง
เรื่องนี้เหมือนกันทั้ง dessert และ desert เลยครับ ดังนั้น ความต่างของสองคำนี้อยู่ที่ “ตำแหน่งเน้นเสียง” ล้วนๆ ไม่ได้อยู่ที่เสียง s
จุดที่ 3: เสียง t ท้ายคำต้องไม่ใส่สระตาม
คนไทยมักเผลอเติมเสียงสระท้ายกลายเป็น “เสิร์-ตะ” หรือออกเสียง t ชัดเกินไป จริงๆ แล้วเสียง t ท้ายคำในภาษาอังกฤษแค่ “เอาลิ้นแตะเพดานแล้วหยุด” ก็พอครับ ใกล้เคียงกับตัวสะกดแม่กด (เช่น “จด”) ในภาษาไทยมากกว่า
●dessert ⇒ ดิ-เซิ้ท (เน้นหลัง) = ของหวาน
●desert ⇒ เด๊ส-เสิท (เน้นหน้า) = ทะเลทราย
●ทั้งคู่ออก s เป็นเสียง /z/ เหมือนกัน ต่างกันที่น้ำหนักเสียงเท่านั้น
รู้จัก “ครอบครัว serv” แล้วจะจำ dessert ได้แน่นขึ้น
ในเมื่อเรารู้แล้วว่า dessert มี “serv” ซ่อนอยู่ ก็เก็บคำในตระกูลเดียวกันไปพร้อมกันเลยดีกว่าครับ!
รากศัพท์ serv มาจากภาษาละติน servire ที่แปลว่า “รับใช้, ปรนนิบัติ” นะครับ
คำที่ใช้บ่อยในตระกูลนี้มีดังนี้ครับ
- serve: รับใช้ ⇒ เสิร์ฟอาหาร, ให้บริการ (คำที่คนไทยยืมมาใช้ว่า “เสิร์ฟ” นั่นเอง)
- service: การรับใช้ ⇒ การบริการ
- servant: คนที่รับใช้ ⇒ คนรับใช้, ข้าราชการ (civil servant)
- deserve: “de- (อย่างเต็มที่)” + “serve (รับใช้)” ⇒ รับใช้อย่างดีจนควรได้รับผลตอบแทน ⇒ สมควรได้รับ
- dessert: “des- (เอาออก)” + “sert (เสิร์ฟ)” ⇒ ของหวานที่ยกมาหลังเก็บโต๊ะ
ใช่เลยครับ! นี่คือข้อดีของการเรียนศัพท์แบบดูรากศัพท์นะครับ
พอเห็น “serv” ในคำไหนก็ตาม ให้นึกถึงภาพ “การเสิร์ฟ / การรับใช้” ไว้ก่อน แล้วดูว่าส่วนหน้าเติมอะไรมา ก็จะเดาความหมายได้เยอะเลยครับ
เช็ก 30 วินาที: dessert หรือ desert?
ตัวที่ตัดสินคือตำแหน่งเสียงเน้น ไม่ใช่จำนวนตัว s ลองไล่ดูว่าคุณหมายถึงอะไร
s 2 ตัว เน้นพยางค์หลัง: ดิ-เซิ้ท
s 1 ตัว เน้นพยางค์แรก: เด๊ส-เสิท
s 1 ตัว เน้นพยางค์หลัง — เสียงเหมือน dessert เป๊ะ!
※ จำง่ายๆ: ของหวานมี s สองตัวเพราะอยากขอ Second Serving เสมอ ส่วนทะเลทรายมีแค่ Sand เลยมี s ตัวเดียว และระวังอย่าออกเสียงเน้นพยางค์แรกตามคำทับศัพท์ไทย “เดสเสิร์ต” เพราะจะกลายเป็นทะเลทรายทันที
สรุป: dessert แปลว่าอะไร และจำยังไงไม่ให้ลืม
ทบทวนสิ่งที่เรียนกันไปทั้งหมดครับ
●การสะกด ⇒ s ต้องมี 2 ตัว (des + sert มาชนกัน) จำว่า “อร่อยจนอยากขอ Second Serving”
●ความต่างจาก desert ⇒ คนละรากศัพท์กันเลย! desert = “ที่ถูกทิ้งร้าง” ⇒ ทะเลทราย (คำนาม, เน้นพยางค์แรก) / ทอดทิ้ง (คำกริยา, เน้นพยางค์หลัง)
●การออกเสียง ⇒ /dɪˈzɜːt/ เน้นพยางค์หลัง ระวังอย่าเผลอเน้นพยางค์แรกตามคำทับศัพท์ไทย “เดสเสิร์ต”
●คำไทยที่ใกล้เคียง ⇒ “ของหวาน” ตรงกับ dessert มากที่สุด ส่วน “ขนม” กว้างกว่า ใช้ snack / sweets จะเป็นธรรมชาติกว่า
คราวหน้าถ้าไปร้านอาหารแล้วพนักงานถามว่า “Would you like some dessert?” ก็ตอบได้อย่างมั่นใจเลยนะครับ!
แล้วอย่าลืมว่าเสียงหนักอยู่ท้ายคำ เหมือนของหวานที่อยู่ท้ายมื้อนะครับ
Online Etymology Dictionary “dessert” / “desert” / “deserve” / “serve” (https://www.etymonline.com/)
Wiktionary “dessert” / “desert” (https://en.wiktionary.org/)